การสอนการออกเสียงภาษาไทย (2)

การสอนการออกเสียงภาษาไทย (2)

 

ในบทความครั้งที่แล้ว ผู้เขียนได้กล่าวถึงองค์ประกอบของ”เสียง”ในภาษาไทย ซึ่งมีทั้งเสียงของพยัญชนะ(ทั้งในฐานะพยัญชนะต้นและตัวสะกด) เสียงของสระ และเสียงของวรรณยุกต์ ในบทความวันนี้เราจะมาคุยกันในเรื่องของการถอดเสียงภาษาไทยด้วยตัวอักษรโรมันกันค่ะ

 

การถอดอักษร (Transliteration) คืออะไร

 

พูดถึงการถอดอักษร บางคนอาจจะยังพอเดาได้ว่าเรากำลังพูดถึงอะไร แต่ถ้ามาดูคำศัพท์จะยิ่งงงกันเข้าไปใหญ่ เพราะศัพท์ของคำนี้คือ “การปริวรรตอักษร” ซึ่งหมายถึงการถอดอักษร หรือแปลงข้อความจากระบบการเขียนภาษาหนึ่งไปสู่อีกระบบหนึ่งอย่างมีหลักการ ที่ต้องทำเช่นนี้ก็เพื่อให้สามารถเขียน(และอ่านออกเสียง)คำนั้นได้สะดวก

 

ก่อนที่ผู้เขียนจะมาเริ่มเป็นครูสอนภาษาไทยนั้น ผู้เขียนไม่ค่อยได้สนใจในเรื่องการถอดเสียงอะไรนี่เลย เพราะเรื่องเกี่ยวกับภาษาที่เคยใช้งานส่วนมากคือการทำความเข้าใจ”ความหมาย”ของคำภาษาต่างประเทศมากกว่า เมื่อมาเริ่มเรียนรู้กระบวนการสอนภาษาไทยถึงได้มารู้จักเรื่องนี้

 

เมื่อชาวต่างชาติมาเรียนภาษาไทย โดยเฉพาะการเรียนการฟังการพูด สิ่งที่เขาจะต้องทำได้เมื่อเรียนไปแล้ว คือต้องออกเสียงคำ ข้อความและประโยคภาษาไทยที่สามารถทำให้คนไทยเข้าใจได้เพื่อให้การสื่อสารด้วยภาษาไทยเป็นไปด้วยความคล่องตัวและเข้าใจตรงกัน ดังนั้น การที่จะสอน”การออกเสียง” หรือ pronunciation ของภาษาไทยให้ได้ใกล้เคียงกับเสียงในภาษาไทยจริงๆ สำหรับคนที่ใช้หรือคุ้นเคยกับภาษาที่ใช้อักษรโรมัน ที่เรามักจะเรียกว่า “ตัวอักษรภาษาอังกฤษ”นั้น ก็คือการ”ถอด”คำจากภาษาไทยมาเป็นตัวอักษรดังกล่าว ถ้าจะเปรียบเทียบให้พอมองเห็นภาพ ก็คงจะคล้ายกับเวลาเราร้องเพลงคาราโอเกะ ที่มีตัวอักษรอังกฤษอยู่ด้านล่าง ผสมกันอยู่เรียงรายเป็นคำๆ ให้ออกเสียงได้นั่นเองค่ะ

 

อย่างไรก็ดี การถอดเสียงภาษาไทยด้วยตัวอักษรหรืออักขรวิธีแบบที่เรียกว่าเป็นหลักเกณฑ์สากลนั้น ยังไม่มีหลักเกณฑ์แบบใดแบบหนึ่งเป็นที่ยอมรับทั้งหมด ในปัจจุบันมีระบบการถอดคำภาษาไทยที่สถาบัน คุณครู และ/หรือแบบเรียนและสื่อการสอนต่างๆ ใช้กันอยู่หลายระบบ ผู้เขียนขอกล่าวถึงบางระบบดังนี้นะคะ

  • การใช้สัทอักษรสากล – ในภาษาพูดทั่วๆ ไป เรามักจะเรียกสัญลักษณ์นี้ว่า “ตัวโฟเนติก” สำหรับ “สัทอักษรสากล” (IPA – International Phonetic Alphabet) นั้น คือสัทอักษรชุดหนึ่งที่พัฒนาโดยสมาคมสัทศาสตร์สากล (International Phonetic Association)โดยมุ่งหมายให้เป็นสัญกรณ์มาตรฐานสำหรับการแทนเสียงพูดในทุกภาษา นักภาษาศาสตร์ใช้สัทอักษรสากลเพื่อแทนหน่วยเสียงต่าง ๆ ที่อวัยวะออกเสียงของมนุษย์สามารถเปล่งเสียงได้ โดยแทนหน่วยเสียงแต่ละหน่วยเสียงด้วยสัญลักษณ์เฉพาะที่ไม่ซ้ำกัน

การใช้ระบบนี้ในการสอนการออกเสียงภาษาไทยน่าจะเหมาะสมกับกลุ่มผู้เรียนที่มีพื้นฐานความรู้ในเรื่องของสัทอักษรอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเรียนทางด้านภาษาศาสตร์ หรือสนใจความรู้ทางด้านภาษาศาสตร์เป็นพิเศษ เพราะสำหรับบุคคลทั่วๆ ไปแล้ว การสอนการออกเสียงภาษาไทยโดยการใช้สัทอักษรสากลเป็นสัญลักษณ์ เท่ากับพวกเขาเหล่านั้นจะต้องมาเรียนชุดสัทอักษรสากลอีกชุดหนึ่งก่อนที่จะไปเรียนการออกเสียงภาษาไทยได้ ซึ่งค่อนข้างจะเป็นความยุ่งยากและอาจจะเสียเวลามากเกินไป แต่ถ้าผู้เรียนเป็นผู้ที่สนใจทางภาษาศาสตร์และพอจะมีความรู้ทางสัทอักษรสากลอยู่บ้างแล้ว การสอนการออกเสียงภาษาไทยโดยการใช้สัทอักษรสากลนี้ก็น่าจะช่วยพวกเขาได้มากค่ะ

  • หลักการถอดอักษรไทยเป็นอักษรโรมันแบบถ่ายเสียงของราชบัณฑิตยสถาน (RTGS – Royal Thai General System of Transcription) – ราชบัณฑิตยสถานได้มีการออกหลักเกณฑ์นี้และปรับปรุงแก้ไขมาแล้ว 4 ครั้งตั้งแต่พ.ศ. 2475 โดยมีการปรับปรุงล่าสุดเมื่อพ.ศ. 2542วัตถุประสงค์ของการกำหนดหลักเกณฑ์ฯ นี้คือเพื่อให้อ่านคำไทยในตัวอักษรโรมันได้ใกล้เคียงกับคำเดิม หลักเกณฑ์ฯ นี้ใช้อ้างอิงในการถอดคำไทยเป็นอักษรโรมันในเอกสารและป้ายประกาศของทางราชการ อย่างไรก็ดี ยังมีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างแพร่หลายว่ายังไม่ดีพอสำหรับชาวต่างชาติในการอ่านภาษาไทย ด้วยเหตุผลหลายๆ ประการ เช่น
    • ไม่มีสัญลักษณ์หรือระบบแทนเสียงวรรณยุกต์
    • สระสั้น และสระยาว ใช้ตัวอักษรเดียวกัน เช่น อะ และ อา ใช้ ตัวอักษร a
    • เสียง /pʰ/ (ผ, พ, ภ) ถูกแทนด้วย ตัวอักษร ph ทำให้อ่านผิดว่าเป็น /f/ เหมือนคำในภาษาอังกฤษ เช่น Phuket (ภูเก็ต) อาจอ่านผิดเป็น “ฟักอิต” (พ้องกับ it ในภาษาอังกฤษ) หรือเสียง /tʰ/ (ฐ, ฑ, ฒ, ถ, ท, ธ) ถูกแทนด้วย ตัวอักษร th ทำให้อ่านผิดว่าเป็น /θ/ หรือ /ð/ เหมือนคำในภาษาอังกฤษ เช่น Thewet (เทเวศร์) อาจอ่านผิดเป็น “เดอะเว็ท”
    • เสียงสระ “โอะ โอ” กับ “เอาะ ออ” ใช้ตัวอักษร o ตัวเดียวกัน เช่น คำว่า “พล” และ “พร” เขียนเหมือนกันเป็น phon ทำให้ถูกอ่านผิดเป็น “ฝน” ได้ เป็นต้น
  • การถอดคำไทยด้วยอักษรโรมันของเว็บไซต์ thai2english.com – การถอดคำไทยด้วยตัวอักษรโรมันที่ค่อนข้างได้รับความนิยมในบรรดาคุณครูที่สอนภาษาไทยและทำสื่อการสอนของตนเอง เนื่องจากมีการใส่เครื่องหมายกำกับเสียง หรือที่เรียกกันว่า tone marks สำหรับเสียงวรรณยุกต์ไว้เหนือสระของแต่ละพยางค์ด้วย ประกอบกับความสะดวกในการพิมพ์ตัวอักษรไทยลงในช่องค้นหาแล้วคลิก ก็จะมีตัวอักษรโรมันปรากฏขึ้น แต่อย่างไรก็ดี ในการใช้งานนั้นจำเป็นต้องตรวจสอบก่อนเสมอ (เพราะผู้เขียนเคยพบบางตัวอย่างที่ออกเสียงเพี้ยนไปจากที่คนไทยออกเสียงจริงค่ะ)

อันที่จริงยังมีหลักการถอดคำและถอดเสียงจากภาษาไทยที่สามารถนำไปใช้สอนการออกเสียงภาษาไทยให้กับชาวต่างชาติอีกมากมาย เช่น แบบ ALA-LC, Haas, TYT, Paiboon, Paiboon+ เป็นต้น

แต่ไม่ว่าคุณครูจะเลือกใช้ระบบใดก็ตาม สิ่งที่ควรจะพิจารณาประกอบคือ”ความสะดวก”และ”ผลลัพธ์ของผู้เรียน” ซึ่งน่าจะเป็นจุดมุ่งหมายหลักของคุณครูที่สอนภาษาไทยที่เน้นการฟังและการพูดให้ชาวต่างชาติอยู่แล้ว คุณครูผู้สอนเองนอกจากจะต้อง”แม่น”ในเรื่องการออกเสียงให้ถูกต้องเอง ยังต้องจำหลักเกณฑ์ที่ตนเองเลือกใช้ให้ได้ด้วยเช่นกันนะคะ เพราะเวลาที่สอนจริงๆ ถ้าเราเขียนกลับไปกลับมาเพราะจำไม่ได้ว่าเราเคยบอกนักเรียนไว้ว่าเราใช้ k แทน ข ค ฆ และ g แทน ก ก็มีโอกาสที่จะทำให้นักเรียนของเราสับสน กลายเป็นการเพิ่มความยากในการเรียนภาษาไทยโดยไม่จำเป็น

 

สำหรับคุณครูที่เริ่มสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติที่ได้อ่านบทความนี้แล้ว และรู้สึกว่าอยากจะหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อช่วยเปิดโลกทัศน์ของการสอน ตลอดจนเพิ่มพูนทั้งความรู้และทักษะให้แก่ตนเอง เพื่อเพิ่มประสบการณ์การสอนของตนเองให้มากขึ้น ผู้เขียนขอแนะนำให้ท่านลองติดต่อ TSLTK ดูนะคะ เพราะทางสถาบัน TSLTK มีบริการทั้งคอร์สสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติทั้งเด็กและผู้ใหญ่ คอร์สอบรมคุณครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติไม่ว่าจะเป็นครูสอนภาษาไทยออนไลน์หรือออฟไลน์ และยังมีบริการในเรื่องสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติชนิดต่างๆ ทั้งบทเรียนและแบบฝึกหัด ที่ออกแบบมาและพิสูจน์แล้วว่าใช้ได้ผลจริงกับผู้เรียนต่างชาติทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยมีการปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาสื่อการสอนเหล่านี้มานานนับสิบๆ ปีทีเดียว ทางสถาบันฯ พร้อมให้คำแนะนำและบริการคุณครูเสมอค่ะ

สอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตร หนังสือ และคอร์สอบรมของเราได้ที่ไลน์ @TSLTK

โดย ครูหนูอ้น

 

😎😎😎😎😎

 

อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

แจกฟรี! สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ PDF

สอบถามเพิ่มเติมทางไลน์ @TSLTK ได้เลยนะคะ

 

👩‍🏫 คอร์สอบรมและสื่อของเราเหมาะสำหรับ

✅ ครูที่สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติอยู่แล้ว

✅ ผู้ที่สนใจเริ่มต้นอาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

#อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#เทคนิคการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติPDF

#ฟรีตัวอย่างสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#วิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#คู่มือสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

การสอนการออกเสียงภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ (1)

การสอนการออกเสียงภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ (1)

 

พวกเราชาวไทยทราบกันดีอยู่แล้วว่า ภาษาไทยเป็นภาษาที่ความแตกต่างของระดับเสียงมีผลต่อความหมาย หรือที่ในภาษาอังกฤษเรียกว่า Tonal Language ซึ่งจริงๆ นอกจากภาษาไทยแล้ว ในโลกนี้ก็ยังมีภาษาที่เป็น Tonal Language อยู่ไม่น้อย เช่นภาษาจีน ภาษาเวียตนาม ภาษาลาว ภาษาม้ง ภาษาของชนเผ่าหลายแห่งในทวีปอัฟริกา รวมทั้งภาษาของชาวอินเดียนแดงเผ่าเชอโรกี ดังนั้น การสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่ภาษาแม่ หรือ Native Language ของเขาไม่ใช่ภาษาที่เป็น Tonal Language จะเกิดความยากเพิ่มขึ้นมาตรงจุดนี้

 

แต่อย่าเพิ่งท้อถอยไปเสียก่อนนะคะคุณครู เรามาค่อยๆ ทำความเข้าใจไปด้วยกันค่ะ

 

“เสียง” ในภาษาไทย

 

เนื่องจาก”ภาษา”คือช่องทางในการสื่อสารของมนุษย์เพื่อให้เข้าใจความหมายระหว่างกันด้วยการใช้การฟัง พูด อ่าน และเขียน ดังนั้นเมื่อเราพูดถึง “เสียง”ในภาษา ไม่ว่าจะเป็นภาษาอะไรก็ตาม เกิดจากการบังคับให้ลมจากปอดผ่านหลอดลม กล่องเสียงซึ่งมีเส้นเสียงอยู่ภายใน เส้นเสียงเมื่อถูกลมผ่านจะเกิดการสั่นทำให้เกิดเสียง  ขณะที่ลมผ่านมาในช่องปาก หรือช่องจมูก จะถูกอวัยวะต่างๆ เช่น  ลิ้น เพดานปาก  ปุ่มเหงือก ฟันและริมฝีปากจนกลายเป็นเสียงต่างๆ

 

ผู้เขียนจะไม่ขอเล่าลงในรายละเอียดหรอกนะคะ แต่จะขออนุญาตกล่าวถึง “เสียง”ในภาษาไทยที่ประกอบกันขึ้นมาเป็น “พยางค์” (Syllable) และ “คำ” (Word) ว่าองค์ประกอบอะไรบ้าง เพราะองค์ประกอบเหล่านี้แหละค่ะที่คุณครูจะต้องค่อยๆ สอนผู้เรียนของคุณครูไประหว่างที่สอนภาษาไทยให้พวกเขา

 

องค์ประกอบของ “เสียง”ที่เกี่ยวข้องกับภาษาไทย

 

ในภาพรวมของภาษาไทย องค์ประกอบที่สำคัญที่ทำให้เกิดเสียงต่างๆ มาจากองค์ประกอบเหล่านี้ ได้แก่

 

1 – พยัญชนะ (Consonants) ในภาษาไทยของเรานั้นมีพยัญชนะ 44 ตัว แต่ที่มีใช้ในปัจจุบันจริงๆ มี 42 ตัว เพราะตัว “ฃ” และ “ฅ” ไม่มีที่ใช้แล้ว แต่ในจำนวน 44 ตัว – หรือที่เรียกว่า 44 รูป – นั้น เมื่อเรารวบรวมในแง่ของ “เสียง”จะพบว่ามีเพียง 21 เสียง ทั้งนี้เพราะพยัญชนะหลายตัวนั้นออกเสียงคล้ายกันหรือเหมือนกัน เช่น ซ ศ ษ ส ออกเสียงคล้ายกันกับรูป “ซ” หรือคล้ายเสียง /s/ ของภาษาอังกฤษ

 

นอกจากนั้นแล้ว ตำแหน่งของพยัญชนะในพยางค์หรือคำ ก็อาจมีผลให้ออกเสียงต่างกันได้

เช่น ตัว “ร” หรือ ร เรือ ของไทย

  • เมื่อเป็นพยัญชนะต้น หรือ Initial Consonant ของพยางค์หรือคำ ออกเสียงเป็นเสียง /r/ แบบตัว r ในภาษาอังกฤษ – เช่น “รัก” ออกเสียงว่า /rak/
  • เมื่อเป็นพยัญชนะท้ายคำ หรือที่เราเรียกว่าเป็นตัวสะกด ตัว ร เรือ จะออกเสียงเป็นเสียง /n/ แบบตัว n ในภาษาอังกฤษ – เช่น “การ” ออกเสียงว่า /gaan/

 

2 – สระ (Vowels) “สระ” เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้พยางค์หรือคำสามารถออกเสียงได้ เพราะเป็นเหมือนแกนหรือทุ่นให้พยัญชนะเกาะ ในภาษาไทยนั้น เรามีสระ 21 รูป แต่เมื่อนำรูปสระมารวมกันจะมีทั้งสิ้น 32 เสียง โดยที่การจัดกลุ่มของสระสามารถทำได้ดังนี้คือ

2.1 จัดกลุ่มตามการออกเสียง เป็น

– สระเสียงสั้น (Short Vowels) เช่น สระอะ สระอิ สระอุ สระเอะ สระแอะ

– สระเสียงยาว (Long Vowels) เช่น สระอา สระอี สระอู สระเอ สระแอ เป็นต้น

2.2 จัดกลุ่มตามฐานการออกเสียง เป็น

– สระเดี่ยว (หรือสระแท้) (Single Vowels/ Monophthong) มี 18 เสียง เช่น อะ อา อิ อี อุ อู เป็นต้น

– สระประสม (Mixed Vowels / Diphthong) เกิดจากสระเดี่ยว 2 เสียงประสมกัน เช่น สระอี + สระอะ = สระเอียะ หรือ สระอี + สระอา = สระเอีย เป็นต้น

– สระเกิน (Extra Vowels) คือสระที่มีเสียงซ้ำกับสระเดี่ยว ต่างกันที่สระเกินจะมีเสียงพยัญชนะประสมหรือสะกดอยู่ด้วย มี 8 ตัว เช่น สระอำ (มีเสียง ม) สระไอ (มีเสียง ย) เป็นต้น

 

  1. วรรณยุกต์ – คือระดับเสียง (Tones) ที่กำกับพยางค์ของคำในภาษา สำหรับภาษาไทยของเรานั้นมีวรรณยุกต์ 4 รูปคือไม้เอก ไม้โท ไม้ตรี ไม้จัตวา แต่มีเสียงวรรณยุกต์ 5 เสียง คือเสียงสามัญ เสียงเอก เสียงโท เสียงตรี และเสียงจัตวา

– แต่ในระบบการเขียนและการออกเสียงภาษาไทย การมีรูปวรรณยุกต์อย่างหนึ่งไม่ได้หมายความว่าเสียงวรรณยุกต์จะเป็นไปตามรูปดังกล่าวเสมอไป เพราะกฎของการผันวรรณยุกต์ในภาษาไทยนั้นมีเงื่อนไขหลายประการที่ต้องจดจำเป็นลำดับขั้น ซึ่งแม้จะดูยุ่งยากอยู่บ้าง แต่หากคุณครูเข้าใจอย่างถ่องแท้และสอนให้ผู้เรียนของคุณครูพิจารณาเป็นขั้นเป็นตอนไปตามนั้น ผู้เรียนชาวต่างชาติก็จะสามารถจำรูปวรรณยุกต์และการออกเสียงได้ถูกต้อง

 

เรื่องของการสอนการออกเสียงภาษาไทยให้ชาวต่างชาติยังไม่จบนะคะ ผู้เขียนขออนุญาตนำมาคุยกันต่อในบทความถัดไปแล้วกันค่ะ

 

สำหรับคุณครูที่เริ่มสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติที่ได้อ่านบทความนี้แล้ว และรู้สึกว่าอยากจะหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อช่วยเปิดโลกทัศน์ของการสอน ตลอดจนเพิ่มพูนทั้งความรู้และทักษะให้แก่ตนเอง เพื่อเพิ่มประสบการณ์การสอนของตนเองให้มากขึ้น ผู้เขียนขอแนะนำให้ท่านลองติดต่อ TSLTK ดูนะคะ เพราะทางสถาบัน TSLTK มีบริการทั้งคอร์สสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติทั้งเด็กและผู้ใหญ่ คอร์สอบรมคุณครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติไม่ว่าจะเป็นครูสอนภาษาไทยออนไลน์หรือออฟไลน์ และยังมีบริการในเรื่องสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติชนิดต่างๆ ทั้งบทเรียนและแบบฝึกหัด ที่ออกแบบมาและพิสูจน์แล้วว่าใช้ได้ผลจริงกับผู้เรียนต่างชาติทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยมีการปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาสื่อการสอนเหล่านี้มานานนับสิบๆ ปีทีเดียว ทางสถาบันฯ พร้อมให้คำแนะนำและบริการคุณครูเสมอค่ะ

สอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตร หนังสือ และคอร์สอบรมของเราได้ที่ไลน์ @TSLTK

โดย ครูหนูอ้น

 

😎😎😎😎😎

 

อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

แจกฟรี! สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ PDF

สอบถามเพิ่มเติมทางไลน์ @TSLTK ได้เลยนะคะ

 

👩‍🏫 คอร์สอบรมและสื่อของเราเหมาะสำหรับ

✅ ครูที่สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติอยู่แล้ว

✅ ผู้ที่สนใจเริ่มต้นอาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

#อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#เทคนิคการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติPDF

#ฟรีตัวอย่างสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#วิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#คู่มือสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

3 “อย่า” สำหรับคุณครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

3 “อย่า” สำหรับคุณครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

ในบทความก่อนหน้านี้ ผู้เขียนได้กล่าวถึงเรื่องราวต่างๆ รวมทั้งการแสดงความคิดเห็นที่(น่าจะ)เป็นประโยชน์สำหรับคุณครูมือใหม่ที่สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ สำหรับบทความในวันนี้ผู้เขียนคิดว่าน่าจะช่วย”กระตุก”ความคิดของคุณครูภาษาไทยมือใหม่ ให้ลองพิจารณาถึงคำอธิบายของ “อย่า”ทั้งสามประการนี้

 

เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น

 

โดยทั่วๆ ไป เมื่อกล่าวถึงอาชีพ “ครู” เรามักจะนึกถึงคนที่ทรงภูมิ มีความสามารถ มีความเชี่ยวชาญและมีความรู้ในเรื่องนั้นๆ เป็นอย่างดีพอที่จะสอนหรือเผยแพร่ความรู้ดังกล่าวให้กับผู้ที่ไม่รู้หรือรู้เกี่ยวกับเรื่องนั้นน้อยกว่า ให้ผู้เรียนได้รู้มากขึ้นและรู้มากพอที่จะนำไปใช้ประโยชน์ตามที่ตั้งวัตถุประสงค์ของการสอนเรื่องนั้นเอาไว้

 

อย่างไรก็ตาม เราพบอยู่บ่อยๆ ว่า ความรู้ในเรื่องของภาษาที่หนึ่งหรือภาษาแม่ (Native Language) ที่เราใช้กันอยู่ในชีวิตประจำวันนั้น ส่วนใหญ่แล้วเป็นความรู้ที่ได้จากประสบการณ์ของการใช้ภาษาในชีวิตประจำวันมากกว่าที่จะรู้จากการเรียนวิชาภาษาไทยอย่างต่อเนื่องและลึกซึ้งจนถึงขั้นที่เรียกได้ว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในภาษาไทย และเรามักพบอีกด้วยว่า ภาษาในโลกนี้ล้วนแล้วแต่มีวิวัฒนาการ และวิวัฒนาการของภาษาก็อาจจะไม่ได้อิงกับแนวทางหรือหลักเกณฑ์ที่เคยเป็นกันมาในอดีต เราจึงพบอยู่บ่อยๆ ว่าภาษาไทยที่เป็นภาษาแม่ของเราและเราใช้กันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันนั้น มีการใช้อย่างผิดๆ ไม่ว่าจะเป็นตัวสะกด การออกเสียง หรือการใช้ในประโยค ประกอบกับเทคโนโลยีที่โลกเชื่อมต่อถึงกันและใช้ภาษาอยู่ ภาษาที่เปลี่ยนแปลงไปนั้นจึงแพร่กระจายไปในหมู่คนได้กว้างขวางขึ้นและรวดเร็วขึ้น

 

หลายๆ ครั้ง อาจจะมีคนถามเราว่า “ทำไมเราจึงใช้คำนี้(หรือวลีนี้)แบบนี้” หรือ “คำว่า…แปลว่าอะไร” แต่เราไม่สามารถตอบได้ว่าเพราะเหตุใด และมีอยู่หลายๆ ครั้งที่เราอาจจะต้องตอบ(ไปก่อน)ว่า “ไม่มีใครทราบว่าเพราะอะไร แต่เราใช้กันมาแบบนี้นานมาแล้ว”

 

เมื่อพวกเราต้องการจะประกอบอาชีพเป็นคุณครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นอาชีพหลักหรืออาชีพเสริม ผู้เขียนจึงขออนุญาตยก 3 “อย่า”มาเตือนใจ ดังนี้นะคะ

  • อย่าคิดว่าตัวเองรู้หมดแล้ว – ข้อนี้เป็นข้อที่สำคัญมาก เพราะผู้เขียนอยากจะบอกว่า ในโลกปัจจุบันไม่มีใครที่รู้ทุกสิ่งทุกอย่างไปหมด การคิดว่าตนเองรู้หมดแล้วทำให้เราไม่เปิดใจและ/หรือแสวงหาความรู้ใหม่ๆ เพิ่มเติม การได้เรียนรู้มากขึ้นในสิ่งที่ตนเองสอนจะยิ่งเพิ่มความมั่นใจและความเชื่อมั่นของเรามากขึ้น บางครั้งสิ่งที่เราเคยคิดเคยเข้าใจอาจจะมาจากการเรียนรู้ที่มีข้อมูลอธิบายมากมาย แต่บางครั้งเรากลับพบว่า คนบางคนมีความสามารถในการอธิบายเรื่องที่ซับซ้อนให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นหรือเป็นระบบมากขึ้น ทำให้ยิ่งง่ายต่อการเรียนรู้ ซึ่งหากเราได้ทราบวิธีการแบบนี้ก็จะช่วยให้เรานำไปอธิบายต่อให้ผู้เรียนของเราเข้าใจได้ง่ายขึ้น
  • อย่าปิดหูปิดตาจากฟีดแบค (Feedback) ของนักเรียนและผู้เกี่ยวข้อง – หากคุณครูก้าวข้าม “อย่า”แรกได้แล้ว “อย่า”ข้อนี้ก็น่าจะไม่เหลือบ่ากว่าแรงอะไรนัก ยิ่งเมื่อเราเริ่มเป็นคุณครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติใหม่ๆ เราอาจจะต้องเปิดใจให้กับการพัฒนาตนเองควบคู่กันไปด้วย เพราะการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาตินั้นเป็นทั้ง “ศาสตร์” และ “ศิลป์” มีทั้งองค์ความรู้เกี่ยวกับภาษาและการใช้ภาษาเอง กับองค์ความรู้ในวิธีการสอนให้น่าสนใจ เข้าใจได้ง่าย และไม่น่าเบื่อ การได้รับฟีดแบคทั้งจากผู้เรียนเองและจากผู้เกี่ยวข้องจะช่วยให้เราเข้าใจว่าสิ่งที่เราสอนและวิธีการที่เราใช้สอนนั้นส่งผลตามที่เราต้องการจริงไหม หรือมีอะไรที่เราสามารถปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อีกบ้าง
  • อย่ามั่วคำตอบ – ผู้เรียนชาวต่างชาติของคุณครูจะมีหลายประเภท แต่ที่แน่ๆ คือพวกเขาไม่รู้และอยากรู้เกี่ยวกับภาษาไทย บางครั้งเขาอาจจะเคยได้ยินคนไทยพูดเลยอยากทราบว่าคำที่ออกเสียงอย่างนี้มันแปลว่าอะไรและใช้อย่างไร หรือบางทีเป็นคำสองสามคำที่คล้ายกัน มันแตกต่างกันอย่างไร หรือไม่อีกทีเขาเคยเรียนมาว่าคำๆ นี้มันแปลว่าอย่างนี้และใช้แบบนี้ ทำไมมาเรียนกับเรามันจึงใช้แบบนี้ เป็นต้น ในฐานะของผู้สอน คุณครูควรอธิบายไปตามหลักการและความรู้ที่มี แต่หากไม่รู้หรือยังไม่แน่ใจคำตอบ จงอย่าตอบแบบส่งๆ หรือตอบแบบขอไปที เพราะคำตอบของคุณครูจะเป็นคำอธิบายที่ติดตัวเขาไปตลอด หากคุณครูตอบโดยที่ไม่ทราบข้อมูลที่แท้จริง นั่นเท่ากับเป็นการสอนสิ่งที่ผิด ไม่ใช่เรื่องแปลกที่คุณครูไม่ทราบคำตอบของทุกคำถาม เราสามารถบอกผู้เรียนได้ว่ายังไม่แน่ใจในคำตอบ ขอยังไม่ให้คำตอบในตอนนี้แต่จะไปหาคำตอบมาให้ ที่สำคัญคืออย่าลืมไปหาคำตอบมาให้ผู้เรียนจริงๆ หากเป็นเช่นนี้คุณครูจะได้รับความเชื่อถือเพิ่มอีกมากทีเดียวค่ะ

 

สำหรับคุณครูที่เริ่มสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติที่ได้อ่านบทความนี้แล้ว และรู้สึกว่าอยากจะหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อช่วยเปิดโลกทัศน์ของการสอน ตลอดจนเพิ่มพูนทั้งความรู้และทักษะให้แก่ตนเอง เพื่อเพิ่มประสบการณ์การสอนของตนเองให้มากขึ้น ผู้เขียนขอแนะนำให้ท่านลองติดต่อ TSLTK ดูนะคะ เพราะทางสถาบัน TSLTK มีบริการทั้งคอร์สสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติทั้งเด็กและผู้ใหญ่ คอร์สอบรมคุณครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติไม่ว่าจะเป็นครูสอนภาษาไทยออนไลน์หรือออฟไลน์ และยังมีบริการในเรื่องสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติชนิดต่างๆ ทั้งบทเรียนและแบบฝึกหัด ที่ออกแบบมาและพิสูจน์แล้วว่าใช้ได้ผลจริงกับผู้เรียนต่างชาติทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยมีการปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาสื่อการสอนเหล่านี้มานานนับสิบๆ ปีทีเดียว ทางสถาบันฯ พร้อมให้คำแนะนำและบริการคุณครูเสมอค่ะ

สอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตร หนังสือ และคอร์สอบรมของเราได้ที่ไลน์ @TSLTK

โดย ครูหนูอ้น

 

😎😎😎😎😎

 

อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

แจกฟรี! สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ PDF

สอบถามเพิ่มเติมทางไลน์ @TSLTK ได้เลยนะคะ

 

👩‍🏫 คอร์สอบรมและสื่อของเราเหมาะสำหรับ

✅ ครูที่สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติอยู่แล้ว

✅ ผู้ที่สนใจเริ่มต้นอาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

#อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#เทคนิคการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติPDF

#ฟรีตัวอย่างสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#วิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#คู่มือสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

สอนการสนทนาภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ (2)

สอนการสนทนาภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ (2)

 

ในบทความตอนที่แล้ว ผู้เขียนได้กล่าวถึงขั้นตอนของ”การเตรียมตัว” ก่อนจะเริ่มสอนการสนทนาภาษาไทยให้กับผู้เรียนชาวต่างชาติของเรา ซึ่งในการเตรียมตัวนั้น หมายความถึงการเตรียมตัวของผู้สอนเอง และเตรียมตัวผู้เรียนหรืออาจจะเรียกว่า Orientation Step เพื่อให้ผู้เรียนชาวต่างชาติได้รู้จักกับภาพกว้างๆ ของภาษาไทย ที่มีความแตกต่างจากภาษาแม่ของพวกเขา – สำหรับ “ภาษาแม่” ในที่นี้หมายความถึงเฉพาะภาษาอังกฤษก่อนนะคะ เพราะในทางปฏิบัติแล้ว คุณครูคงจะไม่ได้สอนภาษาไทยให้กับผู้เรียนที่ใช้แต่ภาษาอังกฤษเท่านั้น หากแต่ภาษาแม่ของผู้เรียนที่เป็นภาษาอื่นนั้นก็เข้าเกณฑ์เดียวกันนี้ เพียงแต่ภาษาที่คุณครูอธิบายก็คงจะต้องใช้ภาษาแม่ของเขาเพื่อความเข้าใจของผู้เรียนในชั้นต้น

บทความในวันนี้ เราจะมาคุยกันในขั้นตอนสำคัญแล้วนะคะ คือ การลงมือสอนการสนทนาภาษาไทย

หากท่านผู้อ่านได้อ่านมาถึงตรงนี้ ผู้เขียนก็ขออนุญาตกล่าวอีกครั้งหนึ่งว่า ในบทความนี้เราจะกล่าวถึงผู้เรียนที่เป็น”ผู้ใหญ่”มากกว่าที่จะเป็น”เด็ก”ชาวต่างชาตินะคะ เนื่องจากการชี้แจงภาพรวมของภาษาไทยในขั้นตอนการเตรียมการนั้น ชาวต่างชาติที่เป็นผู้ใหญ่ได้ผ่านกระบวนการเรียนและใช้ภาษาแม่ของเขามานานพอสมควรแล้ว และนานพอที่จะเห็น(และเข้าใจ)ความแตกต่างของภาษาไทยเทียบกับภาษาแม่ของพวกเขา การชี้แจงเรื่องแบบนี้ให้กับผู้เรียนที่เป็นเด็กน่าจะไม่เหมาะสมนัก เพราะกระบวนการเรียนรู้ภาษาที่สอง (Second Language Acquisition Process) ของเด็กต่างจากของผู้ใหญ่ และส่วนใหญ่แล้วเด็กๆ จะเรียนได้ดีจากการมีประสบการณ์ตรงในการใช้ภาษาไปเลยมากกว่าจะสอนหรือชี้แจงกฎเกณฑ์ต่างๆ เพื่อเตรียมตัวก่อนการเรียนการสอนจริงๆ

เมื่อเราได้ชี้แจงให้ผู้เรียนได้เห็นภาพรวมของสิ่งต่างๆ ที่ภาษาไทยของเราแตกต่างจากภาษาแม่ของเขาแล้ว – ซึ่งผู้เขียนขออนุญาตกล่าวว่าไม่ควรจะเยิ่นเย้อหรือใช้เวลานานเกินไปนะคะ เพราะในระหว่างที่พวกเขาค่อยๆ เรียนไปกับเรานั้น เราสามารถย้ำให้เขาทราบได้อีกหลายครั้งทีเดียวค่ะ – เราก็จะมาเริ่มลงมือสอนกันเลยนะคะ

ไม่ว่าเนื้อหาหรือหลักสูตรสอนการสนทนาภาษาไทยของเราจะเป็นอย่างไร ส่วนใหญ่แล้วก็จะมีขั้นตอนต่างๆ เหล่านี้ด้วย ได้แก่

  1. การสอนให้รู้จักคำศัพท์ภาษาไทย – ส่วนมากแล้วการสอนคำศัพท์ (Vocabulary) ก็จะเป็นการแนะนำให้ผู้เรียนชาวต่างชาติรู้จักกับคำศัพท์ภาษาไทยที่ตรงกับคำศัพท์ในภาษาแม่ของเขา โดยมักจะมีทั้งภาพ (Visuals) และตัวอักษร (Text) ประกอบกัน แม้ว่าจะเป็นการเรียนการสนทนา ขั้นตอนของการสอนคำศัพท์ก็มักจะหนีไม่พ้นการสอนให้ผู้เรียนรู้จักคำศัพท์ภาษาไทยด้วยสื่อการสอนเหล่านี้

วัตถุประสงค์แรกของการสอนคำศัพท์คือ ผู้เรียนต้องสามารถจำความหมายและออกเสียงตามได้ แต่ในกรณีที่ผู้เรียนยังไม่ต้องการเรียนการเขียน-การอ่านภาษาไทยในขั้นแรกนี้ นอกจากจะสอนคำศัพท์ภาษาไทยด้วยภาพและตัวอักษร นี่คือเหตุผลที่ผู้สอนจำเป็นต้องใช้การแปลงเสียงของพยางค์และคำภาษาไทยให้เป็นเสียงที่ผู้เรียนสามารถ”เลียนแบบ”เพื่อ”ออกเสียงตาม”ได้ (ดังที่ผู้เขียนได้กล่าวถึง Transliteration System หรือระบบการแปลงเสียงโดยใช้ตัวอักษรในบทความที่แล้ว)

  1. การสอนการใช้คำศัพท์ภาษาไทย – หากจะให้ผู้เรียนสามารถพูดภาษาไทยได้ การเรียงลำดับคำในภาษาไทย หรือ Syntax เป็นขั้นตอนต่อไปที่คุณครูจะต้องสอนค่ะ เนื่องจากการจัดเรียงคำในวลีหรือประโยคภาษาไทย หรือที่เราเรียกง่ายๆ ว่า Word Order นั้น มีหลายอย่างที่ไม่เหมือน หรือบางครั้งก็ตรงกันข้ามกับภาษาแม่ของผู้เรียนเลยทีเดียว ตัวอย่างที่เห็นชัดๆ คือการใช้คำคุณศัพท์ (Adjective / Modifier) เพื่อขยายคำนาม (Noun) ในภาษาอังกฤษ จะวางคำคุณศัพท์ไว้ข้างหน้าคำนามที่ต้องการขยาย เช่น beautiful woman แต่ภาษาไทยนั้นอยู่สลับที่กัน คือในภาษาไทยเราจะวางคำนามไว้ข้างหน้า ตามด้วยคำคุณศัพท์ เป็น “ผู้หญิงสวย” เป็นต้น
  2. การสอนการตั้งคำถามและการตอบคำถาม – อีกวัตถุประสงค์หนึ่งของผู้เรียนการสนทนาภาษาไทย คือพวกเขาอยาก”สนทนา” หรือพูดโต้ตอบกับคนไทยได้ ซึ่งนั่นหมายถึงผู้เรียนจะต้องทราบว่า ประโยคแบบไหนเป็นประโยคคำถาม คนที่ถาม ถามถึงอะไร เพื่อที่เขาจะสามารถตอบได้ถูกต้อง นี่เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนโครงสร้างประโยค (Sentence Structure) และการใช้คำแสดงคำถามต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Yes/No Question Words หรือ WH-Question Words ในภาษาไทย รวมไปถึงวิธีการตอบคำถามเพื่อตอบรับ หรือเพื่อปฏิเสธ

นอกจากนี้เราอาจจะสังเกตเห็นว่า การถาม-ตอบในชีวิตประจำวันจริงๆ แล้ว คนไทยส่วนใหญ่มักไม่ได้เอ่ยถึงประธานของประโยคเท่าไรนัก ที่เป็นเช่นนี้เพราะทราบกันอยู่แล้วว่าใครเป็นคนถาม ถามใคร และใครเป็นคนตอบ ระหว่างที่คุณครูสอนผู้เรียนของท่านก็อาจจะสอนแบบเป็นประโยคเต็มๆ และแบบ”ละ”ประธานไว้พร้อมคำอธิบายด้วยนะคะ

  1. การสอนการฟัง-การพูดภาษาไทยขั้นต่อไป – เมื่อผ่านการสอนการสนทนาภาษาไทยขั้นต้นจนจบหลักสูตรที่กำหนดไว้แล้ว หากผู้เรียนสนใจที่จะเรียนภาษาไทยให้สามารถใช้ได้ในระดับที่สูงขึ้น ส่วนใหญ่แล้วมักจะได้รับคำแนะนำว่าควรเรียนการเขียนและการอ่านภาษาไทย เพื่อให้เข้าใจภาษาไทยมากยิ่งขึ้นและมีคลังคำศัพท์มากขึ้น การสอนการสนทนาในขั้นต่อไปนี้ มักจะเป็นการสอนคำศัพท์และการใช้คำศัพท์ที่มีความซับซ้อนยิ่งขึ้น ทั้งคำที่คล้ายกัน เหมือนกัน ต่างกันทั้งในมุมของเสียงวรรณยุกต์ ตัวสะกด และการใช้ รูปแบบของประโยคลักษณะต่างๆ ที่ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ที่หลากหลายไปจากการการถาม-ตอบในชีวิตประจำวันธรรมดา เป็นต้น

ที่กล่าวถึงใน 4 ขั้นนี้ เป็นขั้นตอนที่เป็น “แก่น”ของการสอนการสนทนาภาษาไทยขั้นต้นให้ผู้ใหญ่ชาวต่างชาติ ซึ่งวิธีการสอน สื่อการสอน กิจกรรมต่างๆที่ช่วยเสริมให้ผู้เรียนเข้าใจและสนใจระหว่างเรียนก็อาจจะแตกต่างกันไปตามหลักสูตรของแต่ละสถานที่และคุณครูผู้สอนนะคะ

 

สำหรับคุณครูที่เริ่มสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติที่รู้สึกว่าอยากจะหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อช่วยเปิดโลกทัศน์ของการสอน ตลอดจนเพิ่มพูนทั้งความรู้และทักษะให้แก่ตนเอง เพื่อเพิ่มประสบการณ์การสอนของตนเองให้มากขึ้น ผู้เขียนขอแนะนำให้ท่านลองติดต่อ TSLTK ดูนะคะ เพราะทางสถาบัน TSLTK มีบริการทั้งคอร์สสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติทั้งเด็กและผู้ใหญ่ คอร์สอบรมคุณครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติไม่ว่าจะเป็นครูสอนภาษาไทยออนไลน์หรือออฟไลน์ และยังมีบริการในเรื่องสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติชนิดต่างๆ ทั้งบทเรียนและแบบฝึกหัด ที่ออกแบบมาและพิสูจน์แล้วว่าใช้ได้ผลจริงกับผู้เรียนต่างชาติทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยมีการปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาสื่อการสอนเหล่านี้มานานนับสิบๆ ปีทีเดียว ทางสถาบันฯ พร้อมให้คำแนะนำและบริการคุณครูเสมอค่ะ

สอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตร หนังสือ และคอร์สอบรมของเราได้ที่ไลน์ @TSLTK

โดย ครูหนูอ้น

 

😎😎😎😎😎

 

อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

แจกฟรี! สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ PDF

สอบถามเพิ่มเติมทางไลน์ @TSLTK ได้เลยนะคะ

 

👩‍🏫 คอร์สอบรมและสื่อของเราเหมาะสำหรับ

✅ ครูที่สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติอยู่แล้ว

✅ ผู้ที่สนใจเริ่มต้นอาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

#อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#เทคนิคการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติPDF

#ฟรีตัวอย่างสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#วิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#คู่มือสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ