📌 คุณพ่อ คุณแม่ ต้องรู้!! ก่อนที่ลูกๆ ของเราจะเข้าสู่วัยรุ่น
“Raising Boys” ของ Steve Biddulph เป็นหนังสือขายดีในหมวดแม่และเด็กที่ออสเตรเลียค่ะ
เราเคยอ่านตอนมีลูกชายคนโต และพอจะจับใจความได้ว่า… เด็กผู้ชายเค้าจะมีพัฒนาการตามวัยของเค้าที่พ่อแม่อย่างเราควรจะเข้าใจ คือ
0-6 ปี: เป็นลูกน้อยของแม่ เห็นแม่เป็นทุกอย่าง และอยากจะทำทุกอย่างให้แม่รักและสนใจ (ความสัมพันธ์กับแม่สำคัญมากๆ)
6-14 ปี: มีพ่อเป็นฮีโร่ แต่หลังจากนั้นเด็กผู้ชายจะเริ่มอยากเป็นเหมือนคุณพ่อ เลียนแบบคุณพ่อ (ความสัมพันธ์กับพ่อสำคัญมากๆ)
14+ ปี: อยากเป็นส่วนหนึ่งของสังคม เมื่อถึงวัยนี้แล้ว… ทั้งพ่อและแม่ (อาจจะ) ไม่ใช่บุคคลต้นแบบของลูกเราอีกแล้ว จากเบบี้ตัวน้อยของคุณแม่ กับเด็กชายตัวน้อยๆที่เคยชื่นชมคุณพ่อ… เมื่อเวลานี้มาถึง เค้าเริ่มมองหา “cool guy” ที่อยู่ข้างนอก ไม่ว่าจะเป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียน คุณอาข้างบ้าน หรือคุณอาของตัวเอง หรือศิลปิน ดารา นักร้อง ยูทูปเบอร์ที่ตัวเองชื่นชอบ
เด็กผู้ชายจะชื่นชอบและเลียนแบบ “cool guy” ของพวกเค้าไปเรื่อยๆ จนกระทั่งได้พบกับ “true self” ของตัวเอง ผู้เขียนบอกไว้ว่า… มันเป็นกระบวนการที่สำคัญมากๆ ที่เด็กๆ เค้าจะต้องผ่านการเป็น “คนอื่น” มาก่อน เพื่อที่จะได้เรียนรู้ว่า…. เค้าไม่ใช่ลูกแม่ (เค้าไม่สามารถใช้ชีวิตเพื่อให้แม่มีความสุขได้ตลอดเวลา) และเค้าก็ไม่ใช่พ่อ (เค้าไม่สามารถเป็นเหมือนพ่อได้ไม่ว่าจะพยายามเลียนแบบแค่ไหนก็ตาม) และเค้าก็ไม่ใช่ “cool guy” คนไหนทั้งนั้น ทั้งไม่เคยเป็น ไม่ได้เป็น และจะไม่มีวันเป็นได้…. เค้าคือเค้า!! และบนโลกใบนี้ก็มีคนแบบ “เค้า” ได้แค่คนเดียวนี่แหละ 🤗
+++++
พอมีลูกสาว เราก็เลยไปหาเล่มของลูกสาวมาอ่านบ้าง “Raising Girls in the 21st Century” ของนักเขียนคนเดียวกัน แต่เล่มนี้เค้าให้น้ำหนักไปที่ “คุณค่าในตัวเอง” มากกว่าเล่มของลูกชาย ด้วยความที่เด็กผู้หญิงในสังคมส่วนใหญ่จะถูกเลี้ยงดูมาให้อ่อนโยน เป็นเจ้าหญิง (ล่ะมั้ง) หนังสือเล่มนี้เลยให้น้ำหนักกับความเท่าเทียม ความแข่งแกร่ง และเห็นค่าในตัวเองมากๆ (ถ้าเราจำไม่ผิดนะคะ อ่านมานานแล้ว อ่านหลายเล่มด้วย – ถ้าแฟน Steve Biddulph มาอ่านเจอว่าผิดตรงไหน ทักมาได้นะคะ 🙏)
👊 เด็กผู้หญิงก็สามารถเป็นได้ทุกอย่างเหมือนเด็กผู้ชาย พวกเธอไม่จำเป็นต้องชอบสีชมพู ชอบเจ้าหญิง และชอบทำกับข้าว ถ้าพวกเธอจะชอบหุ่นยนต์ อยากไปดวงจันทร์ ก็จงเชื่อเถอะว่าพวกเธอจะทำได้ดีไม่แพ้ผู้ชายเลย
👊 วันนึงพวกเธอจะหลงรักผู้ชายซักคน และรู้สึกอยากทำทุกอย่างเพื่อให้ได้รับความรักจากเขา… อย่าทำแบบนั้น ขอให้พวกเธอเป็นตัวเองให้มากที่สุด และรู้ไว้ว่าผู้ชายในวัยเดียวกับเธอส่วนใหญ่จะยังไม่เห็นค่าของ “รักแท้” พวกเขายังพยายามอยู่กับการที่จะเป็น “cool guy” เป็นที่ยอมรับของเพื่อนๆ และมีแฟนไว้เท่ห์ๆ เท่านั้นแหละ
👊 สำหรับเรื่องอย่างว่า… ถ้าผู้ชายของเธอบอกว่า “ทนไม่ได้” หรือ “รอไม่ไหว” อย่าไปเชื่อ!!! มันเป็นข้ออ้างเท่านั้นแหละ จริงๆ แล้วเด็กผู้ชายทุกคน “ทนได้” และ “รอไหว” จงยินยอมก็ต่อเมื่อเธอรู้สึกพร้อมใจจริงๆ เมื่อมาถึงเรื่องอย่างว่า… จงฟังเสียงหัวใจตัวเองให้มากๆ อย่าทำไปเพราะเสียงเรียกร้องของเด็กผู้ชาย และหากพวกเขาขู่ว่าจะเลิก ก็จงปล่อยเขาไป… ผู้ชายแบบนั้นไม่คู่ควรกับความรักของเธอเลย
💗 สำหรับคุณแม่ที่มีลูกสาว… บทบาทของพวกเราสำคัญตั้งแต่เล็กจนโตเลยจ้าาา แม่คนเดียวจะได้เป็นทั้งแม่ เป็นทั้งบุคคลต้นแบบ และเป็นเพื่อนสาวของพวกเธอด้วยค่ะ 😘 (ใครที่มีทั้งลูกสาว ลูกชาย ไม่ต้องเอาสองคนไปเปรียบเทียบกันนะคะ)
แต่… แต่…. แม่ก็ต้องปรับบทบาทของตัวเองไปด้วยนะ จะทำตัวเป็นแม่ ประคบประหงมดั่งลูกน้อยหอยสังข์ไปตลอดก็ไม่ได้.. จะทำตัวเป็นบุคคลต้นแบบ สั่งสอนไปทุกเรื่อง และคาดหวังให้ลูกคิดเหมือนแม่ ทำเหมือนแม่ เป็นเหมือนแม่ ไปตลอดก็ไม่ได้…. เมื่อลูกเป็นวัยรุ่น เราก็ต้องกลายเป็นเพื่อนของพวกเธอค่ะ!!!
และทางที่ดี เราควรที่จะเริ่มกระบวนการ “เพื่อนสาว” 1-2 ปีก่อนที่พวกเธอจะกลายเป็นวัยรุ่นเต็มตัวค่ะ
เล่มนี้เค้าแนะนำให้คุณแม่ๆ เริ่มตอนอายุ 9-11 ปีค่ะ ผ่านกิจกรรมที่เรียกว่า GTT (Girls Together Time) หรือแปลเป็นไทยว่า “ช่วงเวลาหญิงๆ” ที่จะมีแค่แม่กับลูกสาวใช้เวลากระหนุงกระหนิงกันตามลำพังเท่านั้น… ไม่มีคุณพ่อ ไม่มีพี่ชาย น้องชาย (ถ้าบ้านไหนมีพี่สาว น้องสาว ก็ให้แยกพาไปทีละคน) และกำหนดไปเลยว่าทุกเดือน (หรือทุก 2 เดือน 3 เดือน) เราจะมี GTT กันนะ
ช่วงเวลา GTT นี้ คุณแม่กับลูกสาวสามารถสลับกันเลือกได้ว่าจะทำอะไร หรือจะเริ่มต้นด้วยคำถาม “มีอะไรที่ลูกอยากทำกับแม่ แต่ยังไม่เคยทำมั้ยคะ” หรือ “มีอย่างนึงที่แม่อยากทำกับลูก แต่ยังไม่มีโอกาสเลย”
(เหอ เหอ พิมพ์มาถึงตรงนี้แล้วเราก็คิดถึงเรื่องของตัวเองขึ้นมาได้ อาทิตย์ที่แต่งงานเลยจ้าา… จู่ๆ แม่สามีก็พูดขึ้นมาว่า “ชั้นมีแต่ลูกชาย อยากมีลูกสาวมานานแล้ว อยากชวนไปแก้ผ้าอาบน้ำแล้วสลับกันถูหลัง” แล้วหันมามองหน้าลูกสะใภ้ป้ายแดงอย่างเรา เย้ยยย… คงไม่ต้องบอกนะคะว่าหลังจากนั้นเป็นไง 😂😂😂)
ถ้าเรื่องที่ลูกสาว หรือแม่อยากทำ มันจะแปลกๆ ไปบ้างก็ตามนั้นนะคะ คิดซะว่าได้ใช้เวลาร่วมกันและเติมเต็มความฝันของกันและกันโนะ 5555
มันสำคัญมากๆ ที่เราจะเริ่ม GTT และสร้างความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนตั้งแต่ 9-11 ขวบ เพราะเมื่อพวกเธอเริ่มเป็นวัยรุ่นเต็มตัว 13-15 ปี พวกเธอจะเริ่มอาย เริ่มมีความลับ เริ่มรู้สึกว่า… แม่ไม่เข้าใจหรอก!! แล้วพวกเธอจะหันไปปรึกษากันเอง ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว… ถึงแม้ว่าพวกเธอจะเข้าใจกันมากแค่ไหน แต่ก็ไม่มีใครในกลุ่มเพื่อนๆ ของพวกเธอที่มีความรู้ ความเข้าใจโลก และประสบการณ์มากกว่ากันเลยซักคน
การที่เราเริ่ม GTT ล่วงหน้า 1-2 ปี เป็นการสร้างสายใยบางๆ ไว้ก่อนที่พวกเธอจะเป็นวัยรุ่น และไม่ว่าพวกเธอจะติดเพื่อนแค่ไหน มีความลับอะไร และมีอะไรเกิดขึ้นภายในจิตใจพวกเธอ… แต่เมื่อถึงเวลา GTT ทุกเดือน (2 เดือน หรือ 3 เดือน) ตามที่เราทำเป็นประจำมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว พวกเธอก็ต้องหลุดปากเล่าอะไรออกมาให้แม่ๆ อย่างเราได้รับรู้บ้างล่ะน่า
และถึงตอนนั้นแม่ๆ อย่างเราก็ต้องไม่ลืมที่จะอัพเกรดสถานะตัวเองจากแม่ จากบุคคลต้นแบบ กลายมาเป็นเพื่อนสาวที่แสนดีผู้ซึ่งเข้าใจพวกเธอด้วยนะคะ
💃💃💃
เครดิต: แอดมินตุล (Tara Thow) TSLTK
😎😎😎😎😎
อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ
แจกฟรี! สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ PDF
สอบถามเพิ่มเติมทางไลน์ @TSLTK ได้เลยนะคะ
👩🏫 คอร์สอบรมและสื่อของเราเหมาะสำหรับ
✅ คุณครูที่สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติอยู่แล้ว
✅ ผู้ที่สนใจเริ่มต้นอาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ
#อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ
#เทคนิคการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ
#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติPDF
#ฟรีตัวอย่างสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ
#สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ
#วิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ
#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ
#คู่มือสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ