5 หัวข้อในการชมเชยลูก

☀️ วันนี้เรามีบทความเรื่องหัวข้อในการชมเชยลูกมาฝากกันค่ะ 
🌈 เพราะการชมเชยเป็นส่วนหนึ่งของแรงกระตุ้นในทางบวก และก่อให้เกิดพฤติกรรมดี ๆ ตามมา จากที่เราเคยฝากบทความเกี่ยวสิ่งที่ควรชมเชยลูกกันไปแล้ว วันนี้เราคัดสรรหัวข้อในการชมเชยลูกมาฝากเพิ่มเติมค่ะ 
⭐️ 1. ชมว่าลูกเชื่อฟัง มีมารยาท และมีความเคารพผู้ใหญ่
สำหรับโลกของเด็ก ๆ นั้น คำชมมีผลต่อจิตใจเขาเป็นอย่างมากเลยค่ะ ถ้าเกิดลูก ๆ เชื่อฟัง หรือทำตัวมีมารยาทที่ดี คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถจะชมเชยให้กำลังใจได้เลยนะคะ เช่น “วันนี้คุณแม่ไม่ได้เตือนเรื่องให้ลูกไหว้เพื่อน ๆ แม่ แต่ลูกก็ไหว้สวัสดีเพื่อนแม่ได้เองเลยโดยไม่ต้องบอก มารยาทดีมากและลูกแสดงความเคารพต่อผู้ใหญ่ได้ดีมาก ๆ เลยนะคะ”
⭐️ 2. ชมเรื่องการที่ลูกเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว
การชมแบบนี้เป็นการแสดงออกถึงความรักอย่างหนึ่งค่ะ จะสร้างความมั่นคงทางใจ ทำให้ลูกรับรู้ถึงความรักอย่างไม่มีเงื่อนไขของพ่อแม่ได้โดยที่เขาไม่จำเป็นต้องเป็นคนเก่ง ยกตัวอย่างเช่น “แม่รู้สึกขอบคุณจริง ๆ ที่ได้เป็นแม่ของลูก” “ขอบคุณที่เกิดมาเป็นลูกของแม่” เป็นต้น เพราะว่าบางทีเด็ก ๆ ก็ต้องการรู้ว่าตัวเองก็มีคุณค่าในตัวเองจากการที่เขาเป็นตัวของเขาเอง ไม่ใช่แค่ว่าเขาจะมีคุณค่าต่อพ่อแม่เฉพาะตอนเรียนเก่ง  หรือสอบได้ดีเท่านั้น
⭐️ 3. ชมเชยเรื่องที่ลูกทำเพื่อครอบครัว
ชมสิ่งที่ลูกได้ทำให้กับครอบครัว ชมเชยที่ลูกเสียสละโดยที่ไม่ต้องเป็นเรื่องใหญ่ อย่างเรื่องงานบ้าน เด็กต้องเข้าใจว่าสิ่งที่เขาทำมีผู้ใหญ่สังเกตเห็นแม้ว่าเป็นความดีเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น “ขอบคุณที่ช่วยล้างจานนะคะ ลูกทำให้คุณพ่อคุณแม่มีเวลาพักผ่อนมากขึ้น เพราะลูกเสียสละเวลาให้” การชมเชยแบบนี้นอกจากทำให้ลูกปลื้มใจแล้วยังทำให้เขาฝึกมีพฤติกรรมที่ดีต่อครอบครัวในอนาคตอีกด้วย
⭐️ 4. ชมเชยลูกของเพื่อนบ้าง
ข้อนี้เราสามารถชมจากความจริงใจนะคะ อย่าชมเชยในเชิงเปรียบเทียบกันเด็ดขาด เช่น “เพื่อนลูกคนนี้ยอดไปเลยเขาใจดีมาก” การชมแบบนี้จะทำให้ภูมิใจว่าเขาคบเพื่อนที่ดี และอยากจะทำตัวดีเหมือนเพื่อน ๆ ค่ะ 
⭐️ 5. ชมเชยที่ลูกสามารถทำสิ่งใหม่ ๆ ได้

เมื่อลูกสามารถทำอะไรใหม่ ๆ ได้ คุณพ่อคุณแม่สามารถชมเชยลูกได้  เพราะลูกจะได้มีความมั่นใจในตัวเอง  และไม่กลัวที่จะทำงานที่ท้าทายเพราะได้รับกำลังใจจากผู้ปกครองค่ะ

ที่มา: ครูน้ำ
🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼

😎😎😎😎😎

 

อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

แจกฟรี! สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ PDF

สอบถามเพิ่มเติมทางไลน์ @TSLTK ได้เลยนะคะ

 

👩‍🏫 คอร์สอบรมและสื่อของเราเหมาะสำหรับ

 

✅ คุณครูที่สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติอยู่แล้ว

✅ ผู้ที่สนใจเริ่มต้นอาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

#อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#เทคนิคการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติPDF

#ฟรีตัวอย่างสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#วิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#คู่มือสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

ฝึกลูกรักให้เตรียมพร้อมกับสถานการณ์ฉุกเฉิน

💥 วันนี้เรามีบทความน่ารู้เกี่ยวกับการฝึกลูกรักให้เตรียมพร้อมกับสถานการณ์ฉุกเฉินมาฝากค่ะ 
🌈 เรื่องอันตรายที่ใคร ๆ ก็ไม่อยากให้เกิด เช่น อัคคีภัย อุบัติเหตุ แผ่นดินไหว อาชญากรรม นั้นบางครั้งเราอาจจะหลีกเลี่ยงไม่ได้นะคะ แต่ว่าเราสามารถสอนให้ลูกรักเตรียมรับมือได้นะคะ เรื่องราวเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญที่เด็ก ๆ ต้องรู้ มาลองอ่านกันเลยดีกว่าค่ะ
⭐️ 1. เขียนชื่อ เบอร์โทรศัพท์ของผู้ปกครองติดตัวเด็กไว้
โดยเฉพาะเวลาเดินทางไปสถานที่ที่แออัดคนพลุกพล่าน เช่น ไปตลาดใหญ่ ๆ หรือสนามบิน โดยที่อาจจะให้ลูกพกใส่กระเป๋าไว้ เพราะว่าเมื่อเกิดการพลัดหลงขึ้นมา จะได้มีหลักฐานเกี่ยวกับผู้ปกครองของเด็กไว้
⭐️ 2. สอนลูกเสมอว่าอย่าเดินใจลอย
เราต้องคอยสอนตั้งแต่ลูกยังเด็ก ๆ ค่ะ ว่าเมื่อเดินไปไหนในที่สาธารณะต้องเดินอย่างมีจุดมุ่งหมายเสมอ เพื่อป้องกันทั้งอุบัติเหตุจากการล้มและป้องกันมิจฉาชีพที่ไม่ประสงค์ดี ห้ามเดินใจลอย ต้องมองไปที่ทางเดินข้างหน้า หมั่นสังเกตสิ่งรอบตัวและมองคนที่เดินเข้ามาใกล้ อย่าเดินเล่นโทรศัพท์มือถือ หรือฟังเพลงจากหูฟัง  เพราะมิจฉาชีพมักจะเลือกเหยื่อที่ดูเดินใจลอย หรือไม่ค่อยระมัดระวังตัวมากกว่าคนที่ดูระแวดระวัง
⭐️ 3. ติดต่อหาผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้เวลาเกิดเรื่องฉุกเฉิน
สอนลูกว่าในกรณีมีเรื่องฉุกเฉิน ลูกจะต้องติดต่อหาผู้ใหญ่เพื่อขอความช่วยเหลือซึ่งต้องเป็นคนที่ไว้ใจได้ เช่น คุณพ่อ คุณแม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ใกล้ ๆ คุณครู เป็นต้น โดยสอนให้ลูกจำเบอร์ติดต่อของพ่อแม่ หรือสอนให้จำเบอร์โทรศัพท์ของญาติที่ใกล้ชิดเอาไว้ด้วย 
⭐️ 4. สังเกตทางหนีไฟให้เป็นนิสัย
ฝึกฝนให้ลูกรักเป็นคนช่างสังเกตดีกว่าค่ะ เมื่อเดินทางไปสถานที่ไหนให้สังเกตหาทางหนีไฟ หรือทางออกฉุกเฉินไว้เสมอค่ะ เช่น เวลาไปดูภาพยนตร์ หรือเวลาไปเที่ยวห้างสรรพสินค้า โดยหากลูกยังเล็กอยู่คุณพ่อคุณแม่อาจจะทำเป็นเล่นเกมเพื่อเพิ่มความสนุกในการมองหาทางหนีไฟกันค่ะ
⭐️ 5. นัดแนะกันเผื่อเกิดกรณีฉุกเฉิน
บอกลูกไว้ว่าหากพลัดหลงกันจะต้องมาเจอกันที่จุดไหน โดยต้องระบุจุดที่เด่นจำง่าย ๆ โดยอาจจะนัดกันว่าให้มาเจอที่ประตูใหญ่ตรงชั้นหนึ่งเป็นต้น
⭐️ 6. ตระหนักถึงความปลอดภัยพื้นฐานอยู่เสมอ
สอนให้ลูกรักใส่ใจเรื่องพื้นฐานเสมอนะคะ เช่น การคาดเข็มขัดนิรภัย ใส่หมวกกันน็อคเวลาขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ ต้องล็อคประตูบ้านหรือประตูรถเสมอ เป็นต้น

หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณแม่ตระหนักถึงเหตุการณ์ฉุกเฉินที่จะเกิดขึ้นได้ และเตรียมความพร้อมให้เด็ก ๆ ได้อย่างเหมาะสมนะคะ 🍀

เครดิต: ครูน้ำ

😎😎😎😎😎

 

อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

แจกฟรี! สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ PDF

สอบถามเพิ่มเติมทางไลน์ @TSLTK ได้เลยนะคะ

 

👩‍🏫 คอร์สอบรมและสื่อของเราเหมาะสำหรับ

 

✅ คุณครูที่สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติอยู่แล้ว

✅ ผู้ที่สนใจเริ่มต้นอาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

#อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#เทคนิคการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติPDF

#ฟรีตัวอย่างสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#วิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#คู่มือสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

ทักษะสำคัญสำหรับเด็กที่เกิดในศตวรรษที่ 21

💥 วันนี้เรามีเรื่องราวน่ารู้เกี่ยวกับ ทักษะสำคัญสำหรับเด็กที่เกิดในศตวรรษที่ 21 มาฝากคุณพ่อคุณแม่กันค่ะ 
🌈 เนื่องจากวิวัฒนาการของโลกเราในยุคหลังมีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วจากในยุคที่คุณพ่อคุณแม่เติบโตมา ทั้งเรื่องเทคโนโลยี การสื่อสาร  โซเชียลมีเดีย โลกเสมือนจริง อาชีพในโลกอนาคต   เพื่อเด็กๆ สามารถใช้ชีวิตในศตวรรษที่ 21 ได้มีความสุขและประสบความสำเร็จ มาอ่านกันเลยค่ะว่า มีทักษะอะไรที่จำเป็นกันบ้าง
⭐️ 1) Critical Thinking ทักษะคิดแยกแยะเป็น
โลกทุกวันนี้หมุนเร็วมาก และการเข้ามาของข้อมูลต่างๆ ก็มีเยอะมากมาย เพราะฉะนั้นเราจำเป็นต้องสอนลูกๆ ของเราให้สามารถคิดเองได้ค่ะ เค้าต้องสามารถวิเคราะห์เป็นว่าข้อมูลแต่ละอย่าง ที่คนนู้น คนนี้ คนนั้น บอกมาเนี่ยะ มันมีความเป็นไปได้ มีความน่าเชื่อถือขนาดไหน มีความจริงอยู่ในนั้นกี่เปอร์เซนต์ 
⭐️2) Creativity  ทักษะการจินตนาการ
ทักษะนี้จะทำให้เด็กๆ สามารถมองเห็นและเข้าใจปัญหาในหลากหลายแง่มุมที่คนอื่นอาจมองไม่เห็น ทำให้เด็กๆ ค้นพบการคิดหาแนวทางการแก้ปัญหาด้วยวิธีการใหม่นั่นเอง เพราะโลกกำลังเกิดการ disrupt ในทุกด้าน ความคิดสร้างสรรค์จะเป็นตัวจุดประกายวิธีคิดที่แตกต่างจากการคิดแบบเดิมๆ ไม่จำเป็นต้องทำอย่างที่เคยทำ และช่วยส่งเสริมนวัตกรรมที่ก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีกว่าเดิม
⭐️ 3) Collaboration ทักษะในทำงานร่วมกับผู้อื่น
เราต้องฝึกให้เขารู้ด้วยตัวเองว่าการทำกิจกรรมต่างๆ และแบ่งปันสิ่งของกับเพื่อนๆ สนุกกว่าการทำกิจกรรมคนเดียว ให้เขาได้เรียนรู้ว่าทุกอย่างในโลกไม่ได้หมุนรอบตัวเขา การประสบความสำเร็จในโลกอนาคตต้องอาศัยความร่วมมือความใจจากรอบด้านนะคะ เพราะฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่สามารถส่งเสริมให้ลูกชอบทำงานเป็นทีมตั้งแต่เด็กจะเป็นการดีค่ะ 
⭐️ 4) Communication ทักษะการสื่อสาร

เด็ก ๆ ต้องฝึกฝนทักษะการสื่อสารเพื่อที่สามารถถ่ายทอดความคิดให้ผู้อื่นเข้าใจอย่างชัดเจน ผ่านการสื่อรูปแบบต่างๆ หัวใจของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ควรจะกระชับ ไม่เยิ่นเย้อ ตรงประเด็น เข้าถึงผู้คน และรวมถึงการอ่านความรู้สึกผู้ฟังด้วย  การฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอจะทำให้เด็ก ๆ สามารถสื่อสารความคิดได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่หลงประเด็น ซึ่งพ่อแม่สามารถช่วยลูกๆ ฝึกฝนทักษะการสื่อสารผ่านกิจกรรมง่ายๆ ที่บ้านได้ เช่น พูดคุยกับลูกบ่อยๆ สร้างบรรยากาศที่ดีให้เขาสบายใจที่จะคุยกับเรา อดทนฟังเขาพูดให้จบอย่าไปตัดบทก่อน

🍀 ที่มา: ครูน้ำ
🙏 อ้างอิง: สรุปหนังสือ “21 Lessons for the 21st Century” ของ ยูวาล โนอา ฮารารี่ โดยเพจ “Tara Thow ความสุข ธุรกิจ ปรัชญา พัฒนาตัวเอง”
🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼

 

อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

แจกฟรี! สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ PDF

สอบถามเพิ่มเติมทางไลน์ @TSLTK ได้เลยนะคะ

 

👩‍🏫 คอร์สอบรมและสื่อของเราเหมาะสำหรับ

 

✅ คุณครูที่สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติอยู่แล้ว

✅ ผู้ที่สนใจเริ่มต้นอาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

#อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#เทคนิคการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติPDF

#ฟรีตัวอย่างสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#วิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#คู่มือสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

“เศรษฐีเด็กสตอรี่” เรื่องราวของแรงบันดาลใจดีๆ

💥 วันนี้เรามี “เศรษฐีเด็กสตอรี่” เรื่องราวของแรงบันดาลใจดีๆ มาฝากกันค่ะ  
🌈 วันนี้เป็นเรื่องราวของ “Morgan Hipworth” มอร์แกน ฮิปเวิร์ธ  เจ้าของธุรกิจโดนัทในออสเตรเลีย  จากจุดเริ่มต้นคือความชอบในการทำขนมตั้งแต่ 7 ขวบ ปัจจุบันน้องมอร์แกนในวัย 21 ปี มีมูลค่าสินทรัพย์รวม 200 ล้านดอลล่าร์ออสเตรเลีย (หรือ 4,880 ล้านบาท!!)
⭐️ ตอนอายุ 7 ขวบ น้องก็ชอบทำอาหารเลียนแบบจากรายการเรียลลิตี้โชว์ Masterchef ที่ดูในทีวี  ตอนนั้นคนในครอบครัวก็คอยชื่นชมบอกว่าเขาทำอร่อยมาก และน้องก็ฝึกหัดทำขนมเรื่อยมา
⭐️ พออายุได้ 13 ปี มอร์แกนก็ลองส่งอีเมลติดต่อที่ร้านคาเฟ่แถวบ้านเพื่อจะขอส่งขนมไปขาย เมื่อเจ้าของร้านให้โอกาส น้องก็เลยเริ่มทำเค้กส่งตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาไม่ว่าจะเป็นช็อคโกแลตทาร์ทหรือเค้กมะนาว แต่ก็มีปัญหาคือออเดอร์จะเข้ามาประมาณบ่ายสามโมง ทำให้เขาไม่มีเวลาเตรียมตัว บางวันก็มีการบ้านจากโรงเรียนเยอะด้วยมอร์แกนต้องใช้เวลาพักกลางวันในการทำการบ้านให้เสร็จ  
⚡️ ความลำบากของงานนี้คือคืนวันศุกร์และเสาร์ มอร์แกนต้องอบเค้กสามทุ่มจนตีสองให้เสร็จทันเพื่อที่จะส่งของในตอนเช้า
ซึ่งก็เป็นอย่างนี้ตลอดช่วงที่เริ่มทำธุรกิจ ต่อมามอร์แกนก็ค้นพบว่าสินค้าที่ขายดีมากคือโดนัทก็เลยเลิกทำเค้กมาทำแค่เฉพาะโดนัทเท่านั้น โดยมีลูกมือคือคุณยายคุณยายและญาติๆ ค่ะ ทำไปทำมาจนเป็นที่นิยม เขาต้องขายส่งโดนัทถึง 20 ร้านคาเฟ่ทั่วเมืองเมลเบิร์น ตอนนั้นมอร์แกนอยากจะลองเปิดร้านเป็นของตัวเองแต่พ่อแม่ห้ามไว้เพราะอยากให้มอร์แกนตั้งใจเรียนหนังสือมากกว่า
🌈 แต่สุดท้ายครอบครัวก็ยอมมาเจอกันตรงกลาง เลยตกลงกันว่าให้เปิดร้านแบบป๊อบอัพสโตร์ขายเฉพาะช่วงวันหยุดไปก่อน แต่ว่าพอเปิดได้เพียงแปดวันแรก ก็ขายดีได้ถึง 10,000 ชิ้นเลยทีเดียว !
🌈 และในที่สุดมอร์แกนก็ได้เปิดร้านถาวรของตัวเองค่ะ 
🍩 ร้านของมอร์แกนชื่อว่า Morgan Bistro ทุกวันนี้ขายโดนัทได้ 8,000- 20,000 ชิ้นต่อสัปดาห์ จุดเด่นคือมีโดนัทให้เลือกหลากหลายรสชาติและใช้ของที่สดใหม่เท่านั้น หากของขายไม่หมดภายในวันนั้นทางร้านจะทำไปบริจาคให้การกุศลไม่มีการนำมาขายต่อวันรุ่งขึ้นค่ะ

🌈 ที่สำคัญมอร์แกนไม่ได้เก่งแค่การทำขนมอย่างเดียวนะคะ  เขาต้องบริหารพนักงานที่อายุมากกว่า  ควบคุมรายจ่ายและลงโปรโมตร้านใน Instagram และ Tiktok ด้วยค่ะ  สิ่งที่มอร์แกนอยากฝากเด็กๆ คือ “หาสิ่งที่คุณชอบและมีพาสชั่นให้เจอ  แล้วก็ลงมือทำ”

ที่มา: ครูน้ำ
🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼

อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

แจกฟรี! สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ PDF

สอบถามเพิ่มเติมทางไลน์ @TSLTK ได้เลยนะคะ

 

👩‍🏫 คอร์สอบรมและสื่อของเราเหมาะสำหรับ

 

✅ คุณครูที่สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติอยู่แล้ว

✅ ผู้ที่สนใจเริ่มต้นอาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

#อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#เทคนิคการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติPDF

#ฟรีตัวอย่างสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#วิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#คู่มือสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

5  เทคนิคช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับลูก

🍀 วันนี้เรามีบทความมาฝากเกี่ยวกับ  5  เทคนิคช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับลูกค่ะ
🌈 การมีความมั่นใจในตนเองในระดับสมดุลเป็นสิ่งที่ดี เนื่องจากเด็กที่มีความมั่นใจแปลว่าเขาเชื่อมั่นในความสามารถของตนเอง ทำให้กล้าลงมือทำสิ่งต่างๆ เด็กจะสามารถรับมือได้หากเกิดอะไรที่ไม่ได้สำเร็จอย่างที่ตั้งใจไว้ เรามาดูกันเลยดีกว่าค่ะ ว่าพ่อแม่จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้เด็กๆ ได้อย่างไร
⭐️ 1. คุณพ่อคุณแม่ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีด้านความมั่นใจให้กับลูก
เราควรพยายามเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูก เพราะลูกจะคอยจดจำพฤติกรรมต่างๆ จากภายในครอบครัวอยู่แล้วค่ะ ลักษณะที่เราควรแสดงให้ลูกเห็นคือ เชื่อมั่นว่าตัวเองมีความสามารถเพียงพอในการทำสิ่งต่างๆ ให้สำเร็จลุล่วง หากคุณพ่อคุณแม่ทำได้ น้องๆ จะเกิดความคุ้นเคยและค่อยๆ จะเพิ่มความมั่นใจในตนเองมากขึ้นค่ะ
⭐️ 2. ไม่รู้สึกโกรธหรือเสียใจเมื่อเกิดความผิดพลาดไปบ้าง
สอนให้ลูกรู้จักว่าความผิดพลาดเป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้ อย่าให้ลูกยึดติดกับความสมบูรณ์แบบ เพราะลูกจะกลายเป็นคนที่ไม่อยากลงมือทำอะไรเพราะกลัวทำไปแล้วล้มเหลวนะคะ คนที่มีความมั่นใจจะต้องกล้าลองทำ ไม่กลัวเรื่องผิดพลาดหรือเสียหน้าเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ค่ะ
⭐️ 3. สนับสนุนลูกให้ลองทำในสิ่งใหม่ๆ ดูบ้าง
บางทีลูกก็จะมีเรื่องที่ทำได้ดีอยู่แล้ว  ซึ่งก็ทำให้เขามีความมั่นใจในด้านนั้นๆ แต่คุณพ่อคุณแม่ลองให้ลูกทำอะไรที่หลากหลายเปลี่ยนแนวบ้าง เพราะเด็กจะเกิดความมั่นใจในสถานการณ์ที่ต้อง จัดการกับสิ่งแปลกใหม่ที่เข้ามาในชีวิต  ตัวอย่างเช่น  หากลูกชอบเรียนทางด้านคณิตศาสตร์และทำได้ดีอยู่แล้ว ลองเปิดโอกาสให้ลูกเรียนเกี่ยวกับภาษาหรือดนตรี กีฬาดูบ้างค่ะ
⭐️ 4. ให้ลูกลองล้มเหลวบ้าง
อย่าเลี้ยงลูกแบบไข่ในหินที่จะไม่ให้เจอความผิดพลาดเลย การลองผิดลองถูกจะทำให้ลูกเกิดการเรียนรู้ ซึ่งเป็นประโยชน์กับตัวเด็กเองมากกว่า  ผิดพลาดก็ไม่เป็นไร เราเริ่มใหม่ได้  แบบนี้เด็กจะเกิดความมั่นใจในการลงมือทำอะไร ไม่ต้องเกร็งกับการล้มเหลวตลอดเวลาค่ะ
⭐️ 5. ชมเชยในความพยายามของลูก

คุณพ่อคุณแม่ควรบอกลูกว่าเรามีความภูมิใจในตัวเขาที่อดทนและพยายามได้ดี สิ่งนี้ที่จะเป็นความมั่นใจติดตัวลูกไปตลอด ซึ่งเวลาเขาจะทำอะไร อย่างน้อยจะได้มั่นใจว่ามีคุณพ่อคุณแม่คอยให้กำลังใจเขาอยู่ตลอดค่ะ

🙏❤️ ที่มา: ครูน้ำ

😎😎😎😎😎

 

อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

แจกฟรี! สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ PDF

สอบถามเพิ่มเติมทางไลน์ @TSLTK ได้เลยนะคะ

 

👩‍🏫 คอร์สอบรมและสื่อของเราเหมาะสำหรับ

 

✅ คุณครูที่สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติอยู่แล้ว

✅ ผู้ที่สนใจเริ่มต้นอาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

#อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#เทคนิคการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติPDF

#ฟรีตัวอย่างสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#วิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#คู่มือสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

4 วิธีชมเชยลูก ให้ได้ผลที่ดีที่สุด

🌈 วันนี้เรามีบทความมาแชร์กับคุณพ่อคุณแม่เกี่ยวกับวิธีการชมเชยลูกค่ะ 
⭐️ 1. พยายามพูดชมเชยแบบเฉพาะเจาะจง
 หลักสำคัญของการชมเชยคือการเฉพาะเจาะจง  อย่าชมเชยลูกแค่ว่า  “เก่งมากค่ะ” แล้วจบเพียงเท่านั้น  เพราะจะไม่เป็นประโยชน์ต่อตัวเด็กเพิ่มขึ้น เนื่องจากเด็กจะไม่เข้าใจว่าสิ่งที่เขาทำไปแล้วในจุดไหนคือสิ่งที่ดี  ตัวอย่างเช่น เวลาลูกช่วยจัดห้องเป็นระเบียบ ควรจะชมลูกไปในแนวทางที่ว่า “ขอบคุณที่ลูกช่วยแม่จัดห้องนะคะ แม่ชอบเวลาลูกไปช่วยเรียงรองเท้าด้วย เพราะว่าตอนเช้าก่อนออกจากบ้านเราก็หยิบรองเท้ามาใส่ได้ง่ายเลยนะคะ”  
⭐️ 2. ชมเชยที่ความพยายามอย่าชมลูกแค่ที่ความสำเร็จ
เป็นเรื่องธรรมดาประสาพ่อแม่ที่เราอยากชมเวลาที่ลูกทำอะไรสำเร็จ แต่การที่คุณพ่อคุณแม่ไปโฟกัสเรื่องผลลัพธ์ จะเป็นการนำไปสู่การหมดกำลังใจได้ง่ายในตอนเขาโตขึ้น   เพราะในชีวิตจริงไม่ได้หมายความว่าเราต้องทำอะไรสำเร็จตลอดไป  เพราะบางครั้งก็ต้องมีการล้มเหลวบ้าง แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่ชมในความพยายามของลูก เราสามารถชมได้ตั้งแต่ความสำเร็จยังไม่เกิดเลย ทำให้ลูกรับรู้ว่าเราเชื่อในตัวเขา เช่น อย่าชมแค่ว่า สอบได้ที่หนึ่งอีกแล้ว ควรชมเชยว่าลูกมีความพยายามในการอ่านหนังสือเตรียมสอบเป็นอย่างมาก
⭐️ 3. อธิบายตามสิ่งที่เห็น
เวลาชมแล้วเราอธิบายรายละเอียด  จะทำให้เด็กเกิดความรู้สึกดีใจและมั่นใจว่าคุณพ่อคุณแม่คอยดูเขาอยู่นะคะ ทำให้ลูกเกิดความอุ่นใจ และเกิดแนวโน้มว่าลูกจะทำพฤติกรรมดีซ้ำอีก ตัวอย่างเช่น เวลาลูกช่วยเหลือเพื่อน ไม่ควรชมเชยสั้นๆ แค่ “ใจดีจัง”  แต่ควรเปลี่ยนเป็น “ดีจังเวลาลูกไปปลอบเพื่อนกับช่วยเพื่อนให้ลุกขึ้นตอนเพื่อนล้ม เพื่อนน่าจะตกใจอยู่พอลูกไปช่วย เพื่อนก็น่าจะรู้สึกดีขึ้นนะคะ” 
⭐️ 4. ไม่เน้นชมเชยเรื่องฉลาด สติปัญญา
แต่เราควรชมเชยที่การกระทำของลูก การที่ไปชมจุดที่เป็นลักษณะที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ อาจจะส่งผลในทางย้อนกลับได้ ตัวอย่างเช่น การไปชมว่าลูกฉลาด เด็กบางคนอาจจะคิดว่า เราฉลาดอยู่แล้ว ก็ไม่ต้องพัฒนาตัวเองอะไร หรือในอนาคตบางครั้งที่เขาอาจจะได้คะแนนไม่ดีอย่างที่คิด ลูกอาจจะคิดไปได้ว่าเขาไม่ฉลาดเมื่อก่อนเสียแล้ว เราจึงควรชื่นชมลูกเช่น “โอ้โห คะแนนรอบนี้ออกมาดีมากเลย หนูฝึกทำแบบฝึกหัดก่อนไปสอบเยอะแยะเลยนะ มีความพยายามมากค่ะ” 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://www.mother.ly

สอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตร หนังสือ และคอร์สอบรมของเราได้ที่ไลน์ @tsltk

เครดิต: ครูน้ำ
🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼

อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

แจกฟรี! สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ PDF

สอบถามเพิ่มเติมทางไลน์ @TSLTK ได้เลยนะคะ

 

👩‍🏫 คอร์สอบรมและสื่อของเราเหมาะสำหรับ

 

✅ คุณครูที่สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติอยู่แล้ว

✅ ผู้ที่สนใจเริ่มต้นอาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

#อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#เทคนิคการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติPDF

#ฟรีตัวอย่างสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#วิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#คู่มือสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

ความฉลาดทั้ง 7 ด้านที่ควรรู้

🌈 บทความของเราวันนี้จะมาแนะนำคุณพ่อคุณแม่ให้ทำความรู้จักกับความฉลาดทั้ง 7 ด้านกันค่ะ
⭐️ 1. IQ (Intelligence Quotient) คือ ความฉลาดทางสติปัญญา เช่น ความสามารถทางวิชาการ การคำนวณ การวิเคราะห์ หรือที่คุณพ่อคุณแม่เคยเห็นแบบฝึกหัดหรือพวกข้อสอบเชาวน์ปัญญานั่นแหละค่ะ เราสามารถส่งเสริมได้ด้วยการให้เด็ก ๆ มีหมั่นศึกษาหาความรู้ มีการเจริญเติบโตตามวัย และทานอาหารบำรุงสมอง เช่น ปลา หรือ สารอาหารพวกโอเมก้าสาม เป็นต้นค่ะ
⭐️ 2. EQ (Emotional Quotient) คือ ความฉลาดทางอารมณ์ เป็นความสามารถในการรับรู้ เข้าใจอารมณ์ตัวเองและผู้อื่น สามารถปรับอารมณ์ให้เข้ากับสถานการณ์และมีระเบียบวินัย เรื่องของ EQ นั้น เราสามารถสอนหรือปรับปรุงได้นะคะ โดยสามารถช่วยส่งเสริมลูกได้ด้วยการที่เราเป็นตัวอย่างที่ดี ไม่แสดงตัวอย่างไม่ดีใส่ลูกเช่นการโมโห การเขวี้ยงข้าวของเวลาอารมณ์เสียนะคะ
⭐️ 3. CQ (Creativity Quotient) ความฉลาดในการริเริ่มสร้างสรรค์ คือ เด็กที่มี มี Creative Thinking เราสามารถช่วยให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์ได้ ถ้าเราให้เขาเล่นโดยที่ใช้จินตนาการ เช่น การเล่น งานศิลปะ และการประดิษฐ์สิ่งของต่าง ๆ การพาลูกเดินทางท่องเที่ยวไปยังที่ต่าง ๆ ให้ลูกเล่าเรื่อง แต่งนิทานเป็นต้น
⭐️ 4. MQ (Moral Quotient) คือ ความฉลาดทางศีลธรรม จริยธรรม คือ เด็กมีความประพฤติดี รู้จักรับผิดชอบ มีความซื่อสัตย์ พ่อแม่ต้องทำเป็นตัวอย่างให้เด็กเห็นอย่างสม่ำเสมอด้วยจึงจะได้ผลนะคะ ลองสอนให้ลูกรู้จักการแบ่งปัน มีวินัย และความรับผิดชอบ เป็นต้น
⭐️ 5. PQ (Play Quotient) คือ ความฉลาดที่เกิดจากการเล่น และการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ข้อนี้เราสามารถส่งเสริมลูกได้โดยไม่ต้องใช้ของเล่นราคาแพง แต่พ่อแม่ต้องพยายามเล่นกับลูกบ่อย ๆ นะคะ
⭐️ 6. AQ (Adversity Quotient) คือ ความฉลาดในการแก้ปัญหา คือเด็กสามารถที่จะยืดหยุ่นปรับตัวในการเผชิญปัญหาได้ดี และพยายามเอาชนะความยากลำบาก ดังนั้นวิธีการฝึก AQ คุณพ่อคุณแม่ต้องให้โอกาสเด็ก ๆ เผชิญกับปัญหาและหาทางแก้ปัญหาด้วยตัวเองตั้งแต่เล็ก อย่าช่วยเหลือตลอด หรือให้ลูกสบายเกินไปตั้งแต่ยังเด็ก ต้องปล่อยให้ลูกได้สัมผัสกับอุปสรรคบ้างค่ะ
⭐️ 7. SQ (Social Quotient) คือ ความฉลาดทางสังคม คือ เด็กที่สามารถเข้ากับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ปรับตัวเข้าหาผู้อื่นได้ วิธีการฝึก SQ คือ พยายามให้เด็กได้มีโอกาสเล่นกับเพื่อนๆ ในวัยเดียวกัน หรือทำงานกลุ่ม สอนให้ลูกรู้จักแบ่งปัน เรียนรู้วิธีผูกมิตรกับคนอื่นๆค่ะ

เครดิต: ครูน้ำ

สอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตร หนังสือ และคอร์สอบรมของเราได้ที่ไลน์ @tsltk

🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼

อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

แจกฟรี! สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ PDF

สอบถามเพิ่มเติมทางไลน์ @TSLTK ได้เลยนะคะ

 

👩‍🏫 คอร์สอบรมและสื่อของเราเหมาะสำหรับ

 

✅ คุณครูที่สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติอยู่แล้ว

✅ ผู้ที่สนใจเริ่มต้นอาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

#อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#เทคนิคการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติPDF

#ฟรีตัวอย่างสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#วิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#คู่มือสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

การเรียนรู้เรื่องเงินให้เหมาะสมกับช่วงวัย

💸 วันนี้เราลองมาดูกันดีกว่าค่ะ การเรียนรู้เรื่องเงินให้เหมาะสมกับช่วงวัยเป็นอย่างไร 
🌈  เรื่องเงินทองเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องสอนให้เด็ก ๆ เรียนรู้เอาไว้นะคะ หากลูก ๆ เคยชินกับเรื่องเงินทองตั้งแต่เด็ก สามารถนำไปสู่การประสบความสำเร็จด้านการเงินได้ในอนาคตค่ะ มาดูกันดีกว่าค่ะว่าแต่ละช่วงวัยเราจะสอนอะไรลูก ๆ ได้บ้าง
⭐️ วัยช่วงอนุบาล ประถมต้น
เด็กวัยนี้เราต้องเริ่มต้นให้น้อง ๆ มีทักษะพื้นฐานก่อนนะคะ คุณพ่อคุณแม่สามารถสอนให้ลูกรู้จักการนับเลขง่าย ๆ ก่อน เช่น ฝึกนับสิ่งของใกล้ตัว  เมื่อน้องๆ เริ่มโตมาก็สอนให้นับเหรียญหรือธนบัตรให้เป็น สอนเรื่องการแลกเปลี่ยน เช่น เราสามารถใช้เงินไปแลกกับสิ่งของได้เป็นต้น เวลาไปซื้อของก็อธิบายให้ลูกฟังว่าต้องเอาเงินไปจ่ายด้วย และมูลค่าของเงินเท่าไหร่จะซื้อขนมได้กี่ชิ้น เป็นต้น 
⭐️ วัยประถม
วัยนี้สามารถเริ่มสอนพื้นฐานของการหาเงินกับการเก็บออมได้นะคะ ฝึกให้น้อง ๆ เข้าใจว่าเป็นเด็กก็สามารถหาเงินได้  เช่นอาจจะช่วยคุณแม่ทำงานบ้าน หรือกวาดใบไม้ เป็นต้น  โดยเมื่อลูก ๆ มีเงินจากการทำงานบ้าน ช่วยคุณพ่อคุณแม่เล็ก ๆ น้อย ๆ ก็สามารถเอามาหยอดในประปุกออมสินได้ค่ะ เลือกแบบที่น่ารัก ๆ โดนใจลูกนะคะ และสิ่งที่สำคัญคือต้องย้ำกับเด็ก ๆ ก็คือ ต้องใช้จ่ายให้น้อยกว่าเงินที่เราหาได้เสมอค่ะ 
⭐️ วัยมัธยมต้น
คุณพ่อคุณแม่สามารถอธิบายเรื่องเกี่ยวกับรายได้หรือเงินเดือนให้ลูกฟังค่ะ เพราะเด็กจะมีความสามารถในการเรียนรู้เพิ่มขึ้น โดยอาจจะเล่าให้ฟังว่างานของคุณพ่อคุณแม่นั้นได้เงินเดือน หรือค่าแรงเท่าไหร่ และต้องมีการจ่ายค่าอื่น ๆ เช่น เสียภาษี  ค่าประกันสุขภาพ กองทุนต่าง ๆ  ด้วยเท่าไหร่ เพื่อเป็นการสอนลูกให้เข้าใจ concept ของเงินเดือนเบื้องต้นนะคะ
⭐️ วัยมัธยมปลาย
เนื่องจากเด็ก ๆ ในวัยนี้อยู่ในช่วงวัยรุ่น ซึ่งย่อมชอบมองหาความเป็นอิสระ คุณพ่อคุณแม่ควรสอนพวกเขาเกี่ยวกับเรื่องบัญชีเงินฝาก เพื่อให้เขาลองฝากเงินเองและเรียนรู้เรื่องอัตราดอกเบี้ย ซึ่งหลาย ๆ ธนาคารที่ประเทศไทยก็ให้เด็กสามารถเปิดบัญชีได้เองโดยไม่ต้องมีชื่อผู้ปกครองร่วมตั้งแต่อายุ 15 ปีค่ะ (ควรศึกษารายละเอียดของแต่ละธนาคาร) นอกจากนี้ควรสอนลูกเรื่องการเตรียมเงินเพื่อจ่ายค่าเทอมในระดับอุดมศึกษานะคะ แม้ว่าคุณพ่อคุณแม่จะเตรียมงบประมาณไว้ให้  แต่ลูกควรรู้ค่าเทอมคร่าว ๆ หรือให้ลูกทราบเกี่ยวกับนโยบายทุนการศึกษาของมหาวิทยาลัยที่ลูกสนใจจะเข้าเรียนค่ะ
เป็นยังไงกันบ้างคะ ความรู้ด้านทางการเงินสำหรับเด็กแต่วัย เราหวังว่าจะเป็นประโยชน์กับคุณพ่อคุณแม่ทุกท่านนะคะ 🥰

ที่มา: ครูน้ำ

🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼

อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

แจกฟรี! สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ PDF

สอบถามเพิ่มเติมทางไลน์ @TSLTK ได้เลยนะคะ

 

👩‍🏫 คอร์สอบรมและสื่อของเราเหมาะสำหรับ

 

✅ คุณครูที่สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติอยู่แล้ว

✅ ผู้ที่สนใจเริ่มต้นอาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

#อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#เทคนิคการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติPDF

#ฟรีตัวอย่างสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#วิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#คู่มือสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

การละเล่นแบบไทยๆ ที่คุณพ่อคุณแม่ควรจะเล่าให้ลูกฟัง

เพื่อเป็นการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทยลองชวนเด็ก ๆ ที่บ้านมาฟังคุณพ่อคุณแม่เล่าเรื่องการละเล่นแบบไทยๆ กันนะคะ มาดูกันเลยดีกว่าค่ะ  ว่าการละเล่นแบบไทย ๆ มีอะไรกันบ้าง
⭐️ 1. ขี่ม้าก้านกล้วย
ในสมัยโบราณแทบทุกบ้านจะปลูกต้นกล้วย  คนโบราณจึงนำส่วนต่าง ๆ ของต้นกล้วยมาทำเป็นของเล่น เป็นที่ชอบใจของเด็กชายวัยซนมากเลยค่ะ เพราะเด็ก ๆ จะนำก้านกล้วยมาขี่เป็นม้าเพื่อแข่งขันกัน โดยมีการใช้เชือกกล้วยมาผูกตรงหัวและหางและจินตนาการว่ากำลังขี่ม้าค่ะ 
⭐️ 2. หมากเก็บ
การเล่นหมากเก็บเล่นได้ทั้งหญิงชายเลยนะคะ  แต่จะเป็นที่นิยมมากในหมู่เด็กผู้หญิงค่ะ ปกติจะใช้ผู้เล่น 2 คนขึ้นไปอุปกรณ์คือก้อนหินเล็ก ๆ 5 ก้อน ส่วนหากสมัยใหม่ขึ้นมาก็สามารถใช้หมากเก็บที่เป็นโซ่พลาสติกมาเล่นได้ค่ะ โดยต้องโยนเม็ดแรกขึ้น พร้อมเก็บหมากครั้งละเม็ด และต้องรับลูกที่โยนขึ้นไปตอนแรกให้ได้ ถ้ารับไม่ได้ถือว่า “ตาย” หรือถ้ามือไปถูกเม็ดอื่นก็ถือว่า “ตาย” เช่นกัน โดยจะมีความยากมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามจำนวนตาที่เล่นค่ะ เพราะต้องเก็บหมากมากกว่าหนึ่งเม็ดไปเรื่อย ๆ ค่ะ 
⭐️ 3. มอญซ่อนผ้า
การละเล่นนี้เราเล่นกันเป็นกลุ่มนะคะ โดยเด็ก ๆ จะนั่งล้อมวง ร้องเพลง “มอญซ่อนผ้า ตุ๊กตาอยู่ข้างหลัง ไว้โน่นไว้นี่ ฉันจะตีก้นเธอ” และคนที่เป็นมอญถือผ้าไว้ในมือ เดินวนอยู่นอกวง ระหว่างที่เพื่อน ๆ ร้องเพลง คนที่เป็นมอญต้องแอบวางผ้าไว้ด้านหลังของเพื่อน พอใครรู้ตัวว่ามีผ้าอยู่ด้านหลัง ก็จะวิ่งไล่ตีมอญให้โดนตัว 1 รอบ ส่วนเด็กที่เป็นมอญต้องวิ่งหนีกลับมานั่งที่เดิม แต่ถ้ามอญโดนตีด้วยผ้า ก็ต้องกลับไปเป็นคนซ่อนผ้าใหม่อีกรอบค่ะ 
⭐️ 4. รีรีข้าวสาร
ต้องมีผู้เล่น 2 คน ยืนเอามือประสานกันเหนือศีรษะเป็นซุ้มประตู คนอื่น ๆ เกาะไหล่กันลอดใต้โค้งไปเรื่อย ๆ ระหว่างผู้เล่น 2 คนที่เป็นประตูจะร้องเพลงว่า “รีรีข้าวสาร สองทะนานข้าวเปลือก เลือกท้องใบลาน เก็บเบี้ยใต้ถุนร้าน คดข้าวใส่จาน พานเอาคนข้างหลังไว้ให้ดี” พอเพลงจบประตูจะกระตุกแขนลงกั้นคนสุดท้ายให้อยู่ระหว่างกลางค่ะ คนที่ถูกกั้นต้องออกจากเกม การเล่นชนิดนี้ ความสนุกสนานอยู่ที่ตอนร้องเพลงและ ความว่องไว ที่จะต้องพยายามหนีไม่ให้ถูกคนที่เป็นประตูกั้นเราได้ค่ะ 

เครดิต: ครูน้ำ

 

😎😎😎😎😎

 

อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

แจกฟรี! สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ PDF

สอบถามเพิ่มเติมทางไลน์ @TSLTK ได้เลยนะคะ

 

👩‍🏫 คอร์สอบรมและสื่อของเราเหมาะสำหรับ

 

✅ คุณครูที่สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติอยู่แล้ว

✅ ผู้ที่สนใจเริ่มต้นอาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

#อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#เทคนิคการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติPDF

#ฟรีตัวอย่างสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#วิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#คู่มือสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

5 นิสัยเด็กสร้างเด็กเก่ง

🤓 เด็กแต่ละคนก็มีความพิเศษและความเก่งที่ไม่เหมือนกันนะคะ เรามาดูกันว่า “นิสัยสร้างเด็กเก่ง” มีอะไรบ้างและคุณพ่อคุณแม่จะสามารถช่วยลูกพัฒนาได้อย่างไรค่ะ
🌈 1. มีทักษะการสื่อสารที่ดี
การที่เด็กมีทักษะในการสื่อสารที่ดี  พูดจาโต้ตอบหรืออธิบายอะไรชัดเจนและฉะฉาน เป็นสิ่งที่ช่วยส่งเสริมให้เด็กเป็นคนเก่งนะคะ สิ่งหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมทักษะการสื่อสารเกิดจากการอ่าน เพราะเวลาอ่าน เด็กจะได้คำศัพท์และได้ดูตัวอย่างการเล่าเรื่อง โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยส่งเสริมน้อง ๆ ได้ เช่น ชวนลูกอ่านนิทานหรือหนังสือด้วยกัน หรืออาจจะชวนให้ลูกลองเล่าเรื่องที่โรงเรียนให้ฟังโดยที่คุณพ่อคุณแม่ต้องตั้งใจฟังเขาพูดด้วยนะคะ
🌈 2.เป็นคนคิดบวก
การเป็นคนคิดบวกจะช่วยให้เด็กสามารถพาตัวเองผ่านพ้นอุปสรรคต่าง ๆ ไปได้ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียนหรือการแข่งขันต่าง ๆ คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยสนับสนุนให้ลูกคิดบวกได้ได้โดยการเป็นต้นแบบที่ดี ไม่วิพากษ์วิจารณ์ลบ ๆ แสดงออกซึ่งความรัก ชวนลูกพูดคุยหาเรื่องสนุก ๆ หรือเรื่องที่เป็นแง่บวก แม้จะเจอสถานการณ์ไม่เป็นใจ เช่น ฝนตกหนักไม่ได้ออกนอกบ้านไปเล่น แต่ว่าก็ดีแล้วที่ไม่ต้องเดินออกไปตากฝนและจะได้เต้นกันในบ้านแทน เป็นต้นค่ะ
🌈 3. มีความสุขได้ง่าย
ในยุคที่สังคมมีการแข่งขันสูง หรือมีความกดดันแบบนี้ ทักษะอย่างหนึ่งที่ต้องให้ลูกมีติดตัว คือ การสอนลูกให้รู้จักมีความสุขง่าย ๆ ให้เป็นนะคะ เริ่มได้ตั้งแต่ในครอบครัวเลยค่ะ เช่น อย่าเปรียบเทียบลูกกับเด็กคนอื่นหรือแม้แต่ระหว่างพี่น้อง สอนให้ลูกรู้จักพอใจในสิ่งที่ง่าย ๆ ไม่ยึดติดกับสิ่งของ เด็กจะได้สามารถมีความสุขกับสิ่งรอบตัวที่ง่าย ๆ ไม่ต้องไขว่คว้าหาอะไรที่เป็นวัตถุนิยมจนเกินไป
🌈 4. มีระเบียบวินัย
คุณพ่อคุณแม่ลองวางตารางเวลาของกิจวัตรประจำวันแล้วให้ลูกทำตาม น้องๆ จะได้เกิดความเคยชินและมีระเบียบวินัย เมื่อไปเจอระเบียบในโรงเรียนหรือสังคมจะได้ไม่อึดอัดค่ะ
🌈 5. อ่อนน้อมถ่อมตน
ข้อนี้เป็นส่วนสำคัญในสังคมไทยนะคะ คนไทยชอบความอ่อนน้อมถ่อมตน พูดจาสุภาพอ่อนหวาน เด็ก ๆ สามารถซึมซับได้จากครอบครัวค่ะ หรือหากมีโอกาสได้เรียนภาษาไทย  คุณครูก็จะสอดแทรกเกี่ยวกับความอ้อนน้อมถ่อมตนอยู่แล้วค่ะ
หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับคุณพ่อคุณแม่บ้างนะคะ แล้วพบกันใหม่บทความหน้า สวัสดีค่ะ

เครดิต: ครูน้ำ

🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼

 

อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

แจกฟรี! สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ PDF

สอบถามเพิ่มเติมทางไลน์ @TSLTK ได้เลยนะคะ

 

👩‍🏫 คอร์สอบรมและสื่อของเราเหมาะสำหรับ

 

✅ คุณครูที่สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติอยู่แล้ว

✅ ผู้ที่สนใจเริ่มต้นอาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

#อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#เทคนิคการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติPDF

#ฟรีตัวอย่างสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#วิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#คู่มือสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ