เก่งภาษาด้วยการพูดกับตัวเอง

🌈 เก่งภาษาด้วยการพูดกับตัวเอง ใครอยากเก่งภาษารีบมาอ่านกันเลยค่ะ 💃💃💃
บางทีการคุยกับตัวเองคนเดียวก็ฟังดูเหมือนแปลกๆ ใช่ไหมคะ แต่ว่าเชื่อไหมคะว่า วิธีนี้สามารถทำให้เราเก่งภาษาขึ้นมาได้ค่ะ
🍀 จากการศึกษาพบว่าประโยชน์ของการพูดกับตัวเองคือ ผู้พูดสามารถเคยชินกับภาษาได้ไว ไม่ค่อยเกร็งและเครียดเวลาฝึก เราสามารถจะพูดคุยหัวข้ออะไรก็ได้ตามที่อยากพูด อยากจะฝึกที่ไหนก็สามารถทำได้ตามที่เราสะดวกเลยนะคะ และสามารถจดศัพท์ใหม่ๆ ทันทีที่นึกขึ้นมาได้เนื่องจากว่าพูดกับตัวเอง เราสามารถหยุดบทสนทนาแล้วจะจดคำศัพท์ก็ได้ ไม่ต้องเกรงใจคู่สนทนา    แต่ข้อเสียก็คือเรื่องของสำเนียงอาจจะฝึกยากกว่าการฝึกพูดกับเจ้าของภาษา
⭐️ เคล็ดลับการพูดกับตัวเองเพื่อการฝึกภาษา
🤓 1. Labelling หรือพูดชื่อสิ่งของ
ลองมองไปรอบๆ ตัวเรา เช่น ในบ้านหรือในที่ทำงาน แล้วลองพูดชื่อสิ่งต่างๆ ที่เห็นออกมา เช่น สำหรับน้องๆ ลูกครึ่งที่เรียนภาษาไทยอยู่สามารถนึกสิ่งของในบ้านแล้วพูดออกเสียงเป็นภาษาไทยได้นะคะ อย่างพวก เก้าอี้ โต๊ะ ทีวี เป็นต้น และไม่ใช่เฉพาะสิ่งของนะคะ น้องๆ สามารถนึกออกมาเป็นคำกริยาง่าย ๆ ในชีวิตประจำวันได้เช่น แปรงฟัน อาบน้ำ กินข้าว เป็นต้น
🤓 2. เอาคำที่เรานึกออกมาผสมกันเป็นประโยค
เมื่อฝึกขั้นแรกจนคล่องแล้ว หรือหากเบื่อๆ ลองพูดคนเดียวเป็นประโยคดูนะคะ เอาจากสิ่งรอบๆ ตัวเหมือนเดิมค่ะ พยายามนึกคำที่จะพูดแล้วใส่ประธาน (เป็นคำว่า “ฉัน” ก็ได้ค่ะ ) และคำกริยาเข้าไป เช่น ฉันไปซื้อของกับแม่ ฉันอยากกินข้าว เป็นต้น   หากต้องการทำให้ประโยคยากขึ้น  น้องๆ สามารถใส่คำ เช่น และ กับ แต่ เพราะ ลงไปในประโยคเพื่อให้ซับซ้อนมากขึ้น
🤓 3. อัดเสียงเวลาเราพูดคนเดียวด้วย
การอัดเสียงจะเป็นเหมือนกระจกสะท้อนผลงานของเรานะคะ ยิ่งสมัยนี้สามารถอัดได้ง่ายๆ จากในมือถือเลย ลองฟังดูว่าตอนเราพูดคนเดียวเสียงออกมาเป็นยังไงนะคะ 

🌈 หวังว่าวันนี้ผู้อ่านคงลองนำเทคนิคไปใช้ในการเรียนภาษากันนะคะ

✍️ ที่มา: ครูน้ำ 
🙏 ขอขอบคุณ  https://www.languagementoring.com/how-to-use-self-talk

😎😎😎😎😎

 

อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

แจกฟรี! สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ PDF

สอบถามเพิ่มเติมทางไลน์ @TSLTK ได้เลยนะคะ

 

👩‍🏫 คอร์สอบรมและสื่อของเราเหมาะสำหรับ

 

✅ คุณครูที่สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติอยู่แล้ว

✅ ผู้ที่สนใจเริ่มต้นอาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

#อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#เทคนิคการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติPDF

#ฟรีตัวอย่างสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#วิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#คู่มือสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

😎 เทคนิคการเลี้ยงลูกในยุคที่มีการแข่งขันสูง

😎 เทคนิคการเลี้ยงลูกในยุคที่มีการแข่งขันสูง
🌈 เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าสังคมปัจจุบันนี้เป็นสังคมที่มีการแข่งขันสูงและมีความคาดหวังสูง ตั้งแต่การเข้าโรงเรียน หรือเมื่อลูกเรียนจบแล้วต้องหางานทำ หากแต่ชีวิตไม่ได้ขึ้นอยู่กับชัยชนะหรือการประสบความความสำเร็จเพียงอย่างเดียวนะคะ มาดูเทคนิคกันว่าเราจะช่วยเลี้ยงลูกอย่างไร
⭐️ 1. ชื่นชมในจุดแข็งที่ลูกมีอยู่แล้ว เป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ คือ คุณพ่อคุณแม่ต้องมองให้ออกและเข้าใจว่าลูกของเราเก่งในจุดใด เด็ก ๆ ทุกคนย่อมมีจุดแข็งหรือข้อดีของตัวเอง ที่ไม่จำเป็นต้องเหมือนใคร บางคนเรียนภาษาเก่ง บางคนวาดภาพเก่ง เด็กบางคนวิ่งเร็ว เป็นต้นนะคะ เมื่อเจอสิ่งเหล่านั้นแล้ว อย่าลืมชมเชยลูกบ้างลูกจะมีความเชื่อมั่นในตัวเองค่ะ
⭐️ 2. ปลูกฝังทัศนคติว่าการชนะหรือการประสบความสำเร็จเป็นเรื่องที่ดีแต่ไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต นอกจากการประสบความสำเร็จหรือชนะแล้ว การเป็นคนดีมีน้ำใจต่อผู้อื่นก็เป็นสิ่งที่สำคัญ ไม่ต้องชนะไปทุกเรื่อง ไม่ต้องเป็นที่หนึ่งตลอด บอกลูกว่าเพียงลูกตั้งใจทำพ่อแม่ก็ดีใจแล้ว อย่าสนับสนุนให้ลูกรักการแข่งขัน จนถึงขนาดต้องทำทุกทางเพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะ เนื่องจาก จะเป็นการกดดันต่อตัวเองและในอนาคตบางคนอาจจะไม่ได้ใช้วิธีขาวสะอาดเพื่อให้ชนะการแข่งขันก็ได้ค่ะ
⭐️ 3. ช่วยลูกให้ได้ทำให้สิ่งที่เขาชอบในทิศทางที่ถูกต้อง เช่น หากลูกชอบแข่งขันกีฬา เราก็สนับสนุนเขา ซึ่งไม่ต้องเน้นเรื่องการแข่งขันว่าต้องชนะอย่างเดียว ต้องให้เขาทำด้วยความสนุก และฝึกการทำงานช่วยเหลือเพื่อนในทีมด้วย บอกลูกว่าเมื่อแพ้ขึ้นมาก็เท่ากับเราได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ การแพ้ไม่ใช่เรื่องเสียหาย หากลูกเกิดต้องแพ้หรือล้มเหลวบางอย่าง เช่น แข่งฟุตบอลแพ้ หรือสอบได้คะแนนไม่ดี มันก็ไม่ใช่เรื่องที่แย่ที่สุดค่ะ แต่ต้องบอกให้ลูกจดจำให้เก็บไว้เป็นบทเรียนเพื่อที่จะพัฒนาตัวเองในอนาคต

⭐️ 4. เป็นคนที่เข้าใจและรับฟังลูกเสมอ และ หาครูหรือผู้เชียวชาญในด้านนั้น ๆ มาช่วยลูก การที่เรารับฟังลูกเสมอทำให้ลูกสามารถมาปรึกษาเวลาที่เขากดดัน และในบางกรณีหากลูกอยู่ในสถานการณ์ที่มีการแข่งขันสูงมาก คุณพ่อคุณแม่สามารถขอความช่วยเหลือหรือสอบถามจาก ครู โค้ชหรือเพื่อน ๆ ลูก ๆ ได้ค่ะ

🙏 ที่มา: ครูน้ำ
🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼

😎😎😎😎😎

 

อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

แจกฟรี! สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ PDF

สอบถามเพิ่มเติมทางไลน์ @TSLTK ได้เลยนะคะ

 

👩‍🏫 คอร์สอบรมและสื่อของเราเหมาะสำหรับ

 

✅ คุณครูที่สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติอยู่แล้ว

✅ ผู้ที่สนใจเริ่มต้นอาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

#อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#เทคนิคการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติPDF

#ฟรีตัวอย่างสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#วิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#คู่มือสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

วิธีเลี้ยงลูกให้มีความคิดสร้างสรรค์

🌈 วันนี้เรามีบทความวิธีเลี้ยงลูกให้มีความคิดสร้างสรรค์มาฝากกันค่ะ ลองมาดูกันค่ะว่าต้องปฏิบัติอย่างไรบ้างจึงช่วยให้เด็กมีพัฒนาการทางความคิดสร้างสรรค์ 
⭐️ 1. ให้ลูกได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจง่ายๆ บ้าง
ปล่อยให้ลูกได้เลือกในชีวิตประจำวันบ้าง เช่น  อาหารเย็นจะกินอะไร หรือช่วงสุดสัปดาห์อยากจะไปไหน เพราะจะช่วยกระตุ้นให้ลูกคิดอย่าง เป็นอิสระ และมีความกล้าที่จะคิด 
⭐️ 2. ปล่อยให้เด็กลองแก้ปัญหาง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน
การช่วยเหลือเป็นสิ่งที่ดี แต่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรช่วยไปจัดการเสียทุกเรื่องนะคะ เพราะการที่เด็กฝึกแก้ปัญหาเองบ้างจะกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ให้ออกมาค่ะ 
⭐️ 3 .เปิดกว้างรับสิ่งที่ลูกอยากเล่น
เด็กบางคนอยากสร้างบ้านหรือปราสาทด้วยเลโก้  บางคนชอบเล่นเกมด้วยตัวต่อไม้ เด็กบางคนชอบงานประดิษฐ์ หรือน้องๆ บางคนชอบเล่านิทาน แต่งกลอน เชื่อหรือไม่คะ ทุกอย่างที่เป็นการเล่นอิสระ (Free Play/ Unstructured Play) หรือการที่เด็กได้มีการออกเเบบการเล่นของตัวเองโดยไม่มีผู้ใหญ่กำหนดวิธีนั้น จะเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ เเละจินตนาการของเด็ก เพราะน้องๆ จะได้สนุกและเรียนรู้ข้อผิดพลาดเเละหาหนทางเเก้ไขด้วยตัวเอง ลองให้เด็กๆ ได้ลองเล่นหลายๆ แบบนะคะ 
⭐️ 4. คุณพ่อคุณแม่ควรแบ่งปันไอเดียของตัวเองอย่างละเอียดให้ลูกฟังบ้าง

เวลาที่คุยกับเด็กๆ บางทีคุณพ่อคุณแม่ก็จะไม่ค่อยเล่ากระบวนการคิดของตัวเอง เนื่องจากไม่รู้ว่าเล่าไปแล้วมีประโยชน์อย่างไรกับกระบวนการคิดที่เป็นเรื่องละเอียดอ่อนและอธิบายออกมาได้ยาก แต่ว่าหากเราลองเล่าออกมาจะเป็นประโยชน์กับเด็กๆ มากๆ เลยค่ะ  เพราะเด็กๆ จะได้เรียนรู้กลยุทธ์ที่คุณพ่อคุณแม่ใช้ และรับรู้ว่ากว่าจะคิดอะไรออกมาได้ก็ยากสำหรับผู้ใหญ่เช่นเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น  เวลาคุณแม่วางแผนจะไปพักผ่อนในช่วงปิดเทอม ปกติเราก็จะเล่าให้เด็กๆ ฟังเพียงว่า เดี๋ยวเราจะไปเที่ยวโรงแรมริมทะเลกัน แต่ว่าหากคุณพ่อคุณแม่อยากแบ่งปันไอเดีย ก็ต้องอธิบายอย่างเช่น ช่วงปิดเทอมเราน่าจะสร้างความทรงจำร่วมกัน คุณแม่เลยคิดจะพาเราไปเที่ยวทะเล ต้องดูว่าจำนวนสมาชิกในบ้านมีกี่คน  ก็ต้องวางงบประมาณก่อน และคุณแม่ต้องหาโรงแรมที่สวยงาม มีกิจกรรมสนุกๆ ไม่ให้ลูกเบื่อ  และต้องคิดวางแผนว่าเราจะทานอะไรกันดี  เป็นต้น เวลาอธิบายแบบนี้เด็กๆ ก็จะพยายามทำความเข้าใจเกี่ยวกับการวางแผน และการคิดแนวสร้างสรรค์ด้วยค่ะ

🙏 ขอขอบคุณ  https://ideas.ted.com/10-tips-for-cultivating-creativity-in-your-kids/
💖 ที่มา ครูน้ำ

😎😎😎😎😎

 

อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

แจกฟรี! สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ PDF

สอบถามเพิ่มเติมทางไลน์ @TSLTK ได้เลยนะคะ

 

👩‍🏫 คอร์สอบรมและสื่อของเราเหมาะสำหรับ

 

✅ คุณครูที่สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติอยู่แล้ว

✅ ผู้ที่สนใจเริ่มต้นอาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

#อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#เทคนิคการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติPDF

#ฟรีตัวอย่างสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#วิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#คู่มือสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

Pride Month หรือ “เดือนแห่งความภาคภูมิใจ”

🌈 เนื่องจากในเดือนมิถุนายน ทั่วโลกมีการเฉลิมฉลอง Pride Month นะคะ วันนี้เรามีบทความเกี่ยวกับเรื่องนี้มาฝากกันค่ะ  
🏳️‍🌈 Pride Month หรือ “เดือนแห่งความภาคภูมิใจ” ของกลุ่มผู้คนที่มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ+) มีจุดเริ่มต้นครั้งแรกในสหรัฐอเมริกาค่ะ ซึ่งชื่อเดือนมีต้นกำเนิดมาจากชื่อองค์กรหนึ่งว่า “Personal Rights in Defense and Education” ซึ่งเรียกย่อว่า PRIDE ที่แปลออกมาได้ว่าความภาคภูมิใจค่ะ ซึ่งก็คือความภาคภูมิใจในเกียรติของตนเองค่ะ 
🏳️‍🌈 ในอดีตนั้น กลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศทั่วโลกได้ออกมาเดินขบวนเรียกร้องความเท่าเทียม  เนื่องจากเกิดความไม่เท่าเทียมและถูกกีดกันเป็นอย่างมาก จนต้องออกมาเรียกร้องสิทธิ จนปัจจุบันได้กลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติมีการเดินขบวนพาเหรดไพรด์และการเฉลิมฉลองความหลากหลายและสนับสนุนให้เกิดความเท่าเทียมที่มีกันในหลากหลายประเทศค่ะ 
🏳️‍🌈 ส่วน rainbow flag หรือ ธงสีรุ้งนั้นออกแบบในปี ค.ศ.1978 โดย “กิลเบิร์ต เบเกอร์” (Gilbert Baker) ศิลปินและนักเคลื่อนไหว เป็นธงแทนสัญลักษณ์ของ LGBTQ+ นั่นเองค่ะ ซึ่งปัจจุบันธงนี้จะมี 6 สีด้วยกันค่ะ 
🌈 เด็กๆ จะมีส่วนร่วมได้อย่างไร
ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าใน Pride Month ไม่ว่าเราจะเป็นกลุ่มผู้คนที่มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ+)  หรือไม่ได้เป็น หรืออายุเท่าใด เราก็มีสิทธิ์ที่จะสนับสนุนเดือนนี้ได้ เพราะเป็นการแสดงออกถึงความเท่าเทียมกัน และอีกอย่างในเดือนนี้เรามักจะเห็นการเฉลิมฉลองในความหลากหลาย มีการเคลื่อนไหวทางสังคม และเห็นธงสีรุ้งตามที่ต่างๆ แม้กระทั่งในอินเทอร์เน็ต ก็เลยนับว่าเป็นจังหวะที่ดีที่คุณพ่อคุณแม่จะอธิบายสอนให้ลูกๆ ของเข้าใจในเรื่องของความหลากหลายและความเท่าเทียมค่ะ
⭐️ หากลูกๆ มีคำถาม
🌈 1. ลองเล่าอย่างง่ายๆ และตรงไปตรงมา
เช่น เราสามารถอธิบายได้ว่า ในโลกนี้ก็มีคนเชื้อชาติ ศาสนา สีผิว ที่หลากหลาย เพศก็เช่นเดียวกัน ก็มีความหลากหลาย แต่สิ่งที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือ การยอมรับและความเท่าเทียมของมนุษย์ทุกคนในสังคม และเรื่องการเป็นคนดีมีคุณธรรมค่ะ
🌈 2. พูดในเชิงบวกและไม่จำเป็นต้องตอบได้หมดทุกคำถาม
ปัจจุบันนี้โลกเปิดกว้างมากขึ้น ทำให้ลูกได้รับฟังข่าวต่างๆและเกิดความสงสัยได้ ในเด็กโต คุณพ่อคุณแม่ก็จะสามารถอธิบายด้านวิชาการได้มากขึ้น เช่น เรื่องการสมรสของ LGBTQ+ ก็สามารถทำได้ในบางประเทศแล้ว เป็นต้น แต่สำหรับเด็กเล็ก อาจจะอธิบายเรื่องธงสีรุ้งและหากิจกรรมสนุกๆ มาทำ เช่น ระบายสีรุ้งกับลูกก็ได้ค่ะ 
🙏 ขอบคุณ

https://www.care.com/c/talking-pride-lgbtq-with-kids/

🤗 เรียบเรียงโดย ครูน้ำ
🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼

😎😎😎😎😎

 

อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

แจกฟรี! สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ PDF

สอบถามเพิ่มเติมทางไลน์ @TSLTK ได้เลยนะคะ

 

👩‍🏫 คอร์สอบรมและสื่อของเราเหมาะสำหรับ

 

✅ คุณครูที่สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติอยู่แล้ว

✅ ผู้ที่สนใจเริ่มต้นอาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

#อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#เทคนิคการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติPDF

#ฟรีตัวอย่างสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#วิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#คู่มือสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

5 หัวข้อในการชมเชยลูก

☀️ วันนี้เรามีบทความเรื่องหัวข้อในการชมเชยลูกมาฝากกันค่ะ 
🌈 เพราะการชมเชยเป็นส่วนหนึ่งของแรงกระตุ้นในทางบวก และก่อให้เกิดพฤติกรรมดี ๆ ตามมา จากที่เราเคยฝากบทความเกี่ยวสิ่งที่ควรชมเชยลูกกันไปแล้ว วันนี้เราคัดสรรหัวข้อในการชมเชยลูกมาฝากเพิ่มเติมค่ะ 
⭐️ 1. ชมว่าลูกเชื่อฟัง มีมารยาท และมีความเคารพผู้ใหญ่
สำหรับโลกของเด็ก ๆ นั้น คำชมมีผลต่อจิตใจเขาเป็นอย่างมากเลยค่ะ ถ้าเกิดลูก ๆ เชื่อฟัง หรือทำตัวมีมารยาทที่ดี คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถจะชมเชยให้กำลังใจได้เลยนะคะ เช่น “วันนี้คุณแม่ไม่ได้เตือนเรื่องให้ลูกไหว้เพื่อน ๆ แม่ แต่ลูกก็ไหว้สวัสดีเพื่อนแม่ได้เองเลยโดยไม่ต้องบอก มารยาทดีมากและลูกแสดงความเคารพต่อผู้ใหญ่ได้ดีมาก ๆ เลยนะคะ”
⭐️ 2. ชมเรื่องการที่ลูกเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว
การชมแบบนี้เป็นการแสดงออกถึงความรักอย่างหนึ่งค่ะ จะสร้างความมั่นคงทางใจ ทำให้ลูกรับรู้ถึงความรักอย่างไม่มีเงื่อนไขของพ่อแม่ได้โดยที่เขาไม่จำเป็นต้องเป็นคนเก่ง ยกตัวอย่างเช่น “แม่รู้สึกขอบคุณจริง ๆ ที่ได้เป็นแม่ของลูก” “ขอบคุณที่เกิดมาเป็นลูกของแม่” เป็นต้น เพราะว่าบางทีเด็ก ๆ ก็ต้องการรู้ว่าตัวเองก็มีคุณค่าในตัวเองจากการที่เขาเป็นตัวของเขาเอง ไม่ใช่แค่ว่าเขาจะมีคุณค่าต่อพ่อแม่เฉพาะตอนเรียนเก่ง  หรือสอบได้ดีเท่านั้น
⭐️ 3. ชมเชยเรื่องที่ลูกทำเพื่อครอบครัว
ชมสิ่งที่ลูกได้ทำให้กับครอบครัว ชมเชยที่ลูกเสียสละโดยที่ไม่ต้องเป็นเรื่องใหญ่ อย่างเรื่องงานบ้าน เด็กต้องเข้าใจว่าสิ่งที่เขาทำมีผู้ใหญ่สังเกตเห็นแม้ว่าเป็นความดีเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น “ขอบคุณที่ช่วยล้างจานนะคะ ลูกทำให้คุณพ่อคุณแม่มีเวลาพักผ่อนมากขึ้น เพราะลูกเสียสละเวลาให้” การชมเชยแบบนี้นอกจากทำให้ลูกปลื้มใจแล้วยังทำให้เขาฝึกมีพฤติกรรมที่ดีต่อครอบครัวในอนาคตอีกด้วย
⭐️ 4. ชมเชยลูกของเพื่อนบ้าง
ข้อนี้เราสามารถชมจากความจริงใจนะคะ อย่าชมเชยในเชิงเปรียบเทียบกันเด็ดขาด เช่น “เพื่อนลูกคนนี้ยอดไปเลยเขาใจดีมาก” การชมแบบนี้จะทำให้ภูมิใจว่าเขาคบเพื่อนที่ดี และอยากจะทำตัวดีเหมือนเพื่อน ๆ ค่ะ 
⭐️ 5. ชมเชยที่ลูกสามารถทำสิ่งใหม่ ๆ ได้

เมื่อลูกสามารถทำอะไรใหม่ ๆ ได้ คุณพ่อคุณแม่สามารถชมเชยลูกได้  เพราะลูกจะได้มีความมั่นใจในตัวเอง  และไม่กลัวที่จะทำงานที่ท้าทายเพราะได้รับกำลังใจจากผู้ปกครองค่ะ

ที่มา: ครูน้ำ
🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼

😎😎😎😎😎

 

อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

แจกฟรี! สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ PDF

สอบถามเพิ่มเติมทางไลน์ @TSLTK ได้เลยนะคะ

 

👩‍🏫 คอร์สอบรมและสื่อของเราเหมาะสำหรับ

 

✅ คุณครูที่สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติอยู่แล้ว

✅ ผู้ที่สนใจเริ่มต้นอาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

#อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#เทคนิคการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติPDF

#ฟรีตัวอย่างสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#วิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#คู่มือสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

ฝึกลูกรักให้เตรียมพร้อมกับสถานการณ์ฉุกเฉิน

💥 วันนี้เรามีบทความน่ารู้เกี่ยวกับการฝึกลูกรักให้เตรียมพร้อมกับสถานการณ์ฉุกเฉินมาฝากค่ะ 
🌈 เรื่องอันตรายที่ใคร ๆ ก็ไม่อยากให้เกิด เช่น อัคคีภัย อุบัติเหตุ แผ่นดินไหว อาชญากรรม นั้นบางครั้งเราอาจจะหลีกเลี่ยงไม่ได้นะคะ แต่ว่าเราสามารถสอนให้ลูกรักเตรียมรับมือได้นะคะ เรื่องราวเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญที่เด็ก ๆ ต้องรู้ มาลองอ่านกันเลยดีกว่าค่ะ
⭐️ 1. เขียนชื่อ เบอร์โทรศัพท์ของผู้ปกครองติดตัวเด็กไว้
โดยเฉพาะเวลาเดินทางไปสถานที่ที่แออัดคนพลุกพล่าน เช่น ไปตลาดใหญ่ ๆ หรือสนามบิน โดยที่อาจจะให้ลูกพกใส่กระเป๋าไว้ เพราะว่าเมื่อเกิดการพลัดหลงขึ้นมา จะได้มีหลักฐานเกี่ยวกับผู้ปกครองของเด็กไว้
⭐️ 2. สอนลูกเสมอว่าอย่าเดินใจลอย
เราต้องคอยสอนตั้งแต่ลูกยังเด็ก ๆ ค่ะ ว่าเมื่อเดินไปไหนในที่สาธารณะต้องเดินอย่างมีจุดมุ่งหมายเสมอ เพื่อป้องกันทั้งอุบัติเหตุจากการล้มและป้องกันมิจฉาชีพที่ไม่ประสงค์ดี ห้ามเดินใจลอย ต้องมองไปที่ทางเดินข้างหน้า หมั่นสังเกตสิ่งรอบตัวและมองคนที่เดินเข้ามาใกล้ อย่าเดินเล่นโทรศัพท์มือถือ หรือฟังเพลงจากหูฟัง  เพราะมิจฉาชีพมักจะเลือกเหยื่อที่ดูเดินใจลอย หรือไม่ค่อยระมัดระวังตัวมากกว่าคนที่ดูระแวดระวัง
⭐️ 3. ติดต่อหาผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้เวลาเกิดเรื่องฉุกเฉิน
สอนลูกว่าในกรณีมีเรื่องฉุกเฉิน ลูกจะต้องติดต่อหาผู้ใหญ่เพื่อขอความช่วยเหลือซึ่งต้องเป็นคนที่ไว้ใจได้ เช่น คุณพ่อ คุณแม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ใกล้ ๆ คุณครู เป็นต้น โดยสอนให้ลูกจำเบอร์ติดต่อของพ่อแม่ หรือสอนให้จำเบอร์โทรศัพท์ของญาติที่ใกล้ชิดเอาไว้ด้วย 
⭐️ 4. สังเกตทางหนีไฟให้เป็นนิสัย
ฝึกฝนให้ลูกรักเป็นคนช่างสังเกตดีกว่าค่ะ เมื่อเดินทางไปสถานที่ไหนให้สังเกตหาทางหนีไฟ หรือทางออกฉุกเฉินไว้เสมอค่ะ เช่น เวลาไปดูภาพยนตร์ หรือเวลาไปเที่ยวห้างสรรพสินค้า โดยหากลูกยังเล็กอยู่คุณพ่อคุณแม่อาจจะทำเป็นเล่นเกมเพื่อเพิ่มความสนุกในการมองหาทางหนีไฟกันค่ะ
⭐️ 5. นัดแนะกันเผื่อเกิดกรณีฉุกเฉิน
บอกลูกไว้ว่าหากพลัดหลงกันจะต้องมาเจอกันที่จุดไหน โดยต้องระบุจุดที่เด่นจำง่าย ๆ โดยอาจจะนัดกันว่าให้มาเจอที่ประตูใหญ่ตรงชั้นหนึ่งเป็นต้น
⭐️ 6. ตระหนักถึงความปลอดภัยพื้นฐานอยู่เสมอ
สอนให้ลูกรักใส่ใจเรื่องพื้นฐานเสมอนะคะ เช่น การคาดเข็มขัดนิรภัย ใส่หมวกกันน็อคเวลาขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ ต้องล็อคประตูบ้านหรือประตูรถเสมอ เป็นต้น

หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณแม่ตระหนักถึงเหตุการณ์ฉุกเฉินที่จะเกิดขึ้นได้ และเตรียมความพร้อมให้เด็ก ๆ ได้อย่างเหมาะสมนะคะ 🍀

เครดิต: ครูน้ำ

😎😎😎😎😎

 

อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

แจกฟรี! สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ PDF

สอบถามเพิ่มเติมทางไลน์ @TSLTK ได้เลยนะคะ

 

👩‍🏫 คอร์สอบรมและสื่อของเราเหมาะสำหรับ

 

✅ คุณครูที่สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติอยู่แล้ว

✅ ผู้ที่สนใจเริ่มต้นอาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

#อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#เทคนิคการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติPDF

#ฟรีตัวอย่างสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#วิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#คู่มือสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

ทักษะสำคัญสำหรับเด็กที่เกิดในศตวรรษที่ 21

💥 วันนี้เรามีเรื่องราวน่ารู้เกี่ยวกับ ทักษะสำคัญสำหรับเด็กที่เกิดในศตวรรษที่ 21 มาฝากคุณพ่อคุณแม่กันค่ะ 
🌈 เนื่องจากวิวัฒนาการของโลกเราในยุคหลังมีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วจากในยุคที่คุณพ่อคุณแม่เติบโตมา ทั้งเรื่องเทคโนโลยี การสื่อสาร  โซเชียลมีเดีย โลกเสมือนจริง อาชีพในโลกอนาคต   เพื่อเด็กๆ สามารถใช้ชีวิตในศตวรรษที่ 21 ได้มีความสุขและประสบความสำเร็จ มาอ่านกันเลยค่ะว่า มีทักษะอะไรที่จำเป็นกันบ้าง
⭐️ 1) Critical Thinking ทักษะคิดแยกแยะเป็น
โลกทุกวันนี้หมุนเร็วมาก และการเข้ามาของข้อมูลต่างๆ ก็มีเยอะมากมาย เพราะฉะนั้นเราจำเป็นต้องสอนลูกๆ ของเราให้สามารถคิดเองได้ค่ะ เค้าต้องสามารถวิเคราะห์เป็นว่าข้อมูลแต่ละอย่าง ที่คนนู้น คนนี้ คนนั้น บอกมาเนี่ยะ มันมีความเป็นไปได้ มีความน่าเชื่อถือขนาดไหน มีความจริงอยู่ในนั้นกี่เปอร์เซนต์ 
⭐️2) Creativity  ทักษะการจินตนาการ
ทักษะนี้จะทำให้เด็กๆ สามารถมองเห็นและเข้าใจปัญหาในหลากหลายแง่มุมที่คนอื่นอาจมองไม่เห็น ทำให้เด็กๆ ค้นพบการคิดหาแนวทางการแก้ปัญหาด้วยวิธีการใหม่นั่นเอง เพราะโลกกำลังเกิดการ disrupt ในทุกด้าน ความคิดสร้างสรรค์จะเป็นตัวจุดประกายวิธีคิดที่แตกต่างจากการคิดแบบเดิมๆ ไม่จำเป็นต้องทำอย่างที่เคยทำ และช่วยส่งเสริมนวัตกรรมที่ก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีกว่าเดิม
⭐️ 3) Collaboration ทักษะในทำงานร่วมกับผู้อื่น
เราต้องฝึกให้เขารู้ด้วยตัวเองว่าการทำกิจกรรมต่างๆ และแบ่งปันสิ่งของกับเพื่อนๆ สนุกกว่าการทำกิจกรรมคนเดียว ให้เขาได้เรียนรู้ว่าทุกอย่างในโลกไม่ได้หมุนรอบตัวเขา การประสบความสำเร็จในโลกอนาคตต้องอาศัยความร่วมมือความใจจากรอบด้านนะคะ เพราะฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่สามารถส่งเสริมให้ลูกชอบทำงานเป็นทีมตั้งแต่เด็กจะเป็นการดีค่ะ 
⭐️ 4) Communication ทักษะการสื่อสาร

เด็ก ๆ ต้องฝึกฝนทักษะการสื่อสารเพื่อที่สามารถถ่ายทอดความคิดให้ผู้อื่นเข้าใจอย่างชัดเจน ผ่านการสื่อรูปแบบต่างๆ หัวใจของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ควรจะกระชับ ไม่เยิ่นเย้อ ตรงประเด็น เข้าถึงผู้คน และรวมถึงการอ่านความรู้สึกผู้ฟังด้วย  การฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอจะทำให้เด็ก ๆ สามารถสื่อสารความคิดได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่หลงประเด็น ซึ่งพ่อแม่สามารถช่วยลูกๆ ฝึกฝนทักษะการสื่อสารผ่านกิจกรรมง่ายๆ ที่บ้านได้ เช่น พูดคุยกับลูกบ่อยๆ สร้างบรรยากาศที่ดีให้เขาสบายใจที่จะคุยกับเรา อดทนฟังเขาพูดให้จบอย่าไปตัดบทก่อน

🍀 ที่มา: ครูน้ำ
🙏 อ้างอิง: สรุปหนังสือ “21 Lessons for the 21st Century” ของ ยูวาล โนอา ฮารารี่ โดยเพจ “Tara Thow ความสุข ธุรกิจ ปรัชญา พัฒนาตัวเอง”
🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼

 

อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

แจกฟรี! สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ PDF

สอบถามเพิ่มเติมทางไลน์ @TSLTK ได้เลยนะคะ

 

👩‍🏫 คอร์สอบรมและสื่อของเราเหมาะสำหรับ

 

✅ คุณครูที่สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติอยู่แล้ว

✅ ผู้ที่สนใจเริ่มต้นอาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

#อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#เทคนิคการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติPDF

#ฟรีตัวอย่างสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#วิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#คู่มือสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

“เศรษฐีเด็กสตอรี่” เรื่องราวของแรงบันดาลใจดีๆ

💥 วันนี้เรามี “เศรษฐีเด็กสตอรี่” เรื่องราวของแรงบันดาลใจดีๆ มาฝากกันค่ะ  
🌈 วันนี้เป็นเรื่องราวของ “Morgan Hipworth” มอร์แกน ฮิปเวิร์ธ  เจ้าของธุรกิจโดนัทในออสเตรเลีย  จากจุดเริ่มต้นคือความชอบในการทำขนมตั้งแต่ 7 ขวบ ปัจจุบันน้องมอร์แกนในวัย 21 ปี มีมูลค่าสินทรัพย์รวม 200 ล้านดอลล่าร์ออสเตรเลีย (หรือ 4,880 ล้านบาท!!)
⭐️ ตอนอายุ 7 ขวบ น้องก็ชอบทำอาหารเลียนแบบจากรายการเรียลลิตี้โชว์ Masterchef ที่ดูในทีวี  ตอนนั้นคนในครอบครัวก็คอยชื่นชมบอกว่าเขาทำอร่อยมาก และน้องก็ฝึกหัดทำขนมเรื่อยมา
⭐️ พออายุได้ 13 ปี มอร์แกนก็ลองส่งอีเมลติดต่อที่ร้านคาเฟ่แถวบ้านเพื่อจะขอส่งขนมไปขาย เมื่อเจ้าของร้านให้โอกาส น้องก็เลยเริ่มทำเค้กส่งตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาไม่ว่าจะเป็นช็อคโกแลตทาร์ทหรือเค้กมะนาว แต่ก็มีปัญหาคือออเดอร์จะเข้ามาประมาณบ่ายสามโมง ทำให้เขาไม่มีเวลาเตรียมตัว บางวันก็มีการบ้านจากโรงเรียนเยอะด้วยมอร์แกนต้องใช้เวลาพักกลางวันในการทำการบ้านให้เสร็จ  
⚡️ ความลำบากของงานนี้คือคืนวันศุกร์และเสาร์ มอร์แกนต้องอบเค้กสามทุ่มจนตีสองให้เสร็จทันเพื่อที่จะส่งของในตอนเช้า
ซึ่งก็เป็นอย่างนี้ตลอดช่วงที่เริ่มทำธุรกิจ ต่อมามอร์แกนก็ค้นพบว่าสินค้าที่ขายดีมากคือโดนัทก็เลยเลิกทำเค้กมาทำแค่เฉพาะโดนัทเท่านั้น โดยมีลูกมือคือคุณยายคุณยายและญาติๆ ค่ะ ทำไปทำมาจนเป็นที่นิยม เขาต้องขายส่งโดนัทถึง 20 ร้านคาเฟ่ทั่วเมืองเมลเบิร์น ตอนนั้นมอร์แกนอยากจะลองเปิดร้านเป็นของตัวเองแต่พ่อแม่ห้ามไว้เพราะอยากให้มอร์แกนตั้งใจเรียนหนังสือมากกว่า
🌈 แต่สุดท้ายครอบครัวก็ยอมมาเจอกันตรงกลาง เลยตกลงกันว่าให้เปิดร้านแบบป๊อบอัพสโตร์ขายเฉพาะช่วงวันหยุดไปก่อน แต่ว่าพอเปิดได้เพียงแปดวันแรก ก็ขายดีได้ถึง 10,000 ชิ้นเลยทีเดียว !
🌈 และในที่สุดมอร์แกนก็ได้เปิดร้านถาวรของตัวเองค่ะ 
🍩 ร้านของมอร์แกนชื่อว่า Morgan Bistro ทุกวันนี้ขายโดนัทได้ 8,000- 20,000 ชิ้นต่อสัปดาห์ จุดเด่นคือมีโดนัทให้เลือกหลากหลายรสชาติและใช้ของที่สดใหม่เท่านั้น หากของขายไม่หมดภายในวันนั้นทางร้านจะทำไปบริจาคให้การกุศลไม่มีการนำมาขายต่อวันรุ่งขึ้นค่ะ

🌈 ที่สำคัญมอร์แกนไม่ได้เก่งแค่การทำขนมอย่างเดียวนะคะ  เขาต้องบริหารพนักงานที่อายุมากกว่า  ควบคุมรายจ่ายและลงโปรโมตร้านใน Instagram และ Tiktok ด้วยค่ะ  สิ่งที่มอร์แกนอยากฝากเด็กๆ คือ “หาสิ่งที่คุณชอบและมีพาสชั่นให้เจอ  แล้วก็ลงมือทำ”

ที่มา: ครูน้ำ
🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼

อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

แจกฟรี! สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ PDF

สอบถามเพิ่มเติมทางไลน์ @TSLTK ได้เลยนะคะ

 

👩‍🏫 คอร์สอบรมและสื่อของเราเหมาะสำหรับ

 

✅ คุณครูที่สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติอยู่แล้ว

✅ ผู้ที่สนใจเริ่มต้นอาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

#อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#เทคนิคการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติPDF

#ฟรีตัวอย่างสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#วิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#คู่มือสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

5  เทคนิคช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับลูก

🍀 วันนี้เรามีบทความมาฝากเกี่ยวกับ  5  เทคนิคช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับลูกค่ะ
🌈 การมีความมั่นใจในตนเองในระดับสมดุลเป็นสิ่งที่ดี เนื่องจากเด็กที่มีความมั่นใจแปลว่าเขาเชื่อมั่นในความสามารถของตนเอง ทำให้กล้าลงมือทำสิ่งต่างๆ เด็กจะสามารถรับมือได้หากเกิดอะไรที่ไม่ได้สำเร็จอย่างที่ตั้งใจไว้ เรามาดูกันเลยดีกว่าค่ะ ว่าพ่อแม่จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้เด็กๆ ได้อย่างไร
⭐️ 1. คุณพ่อคุณแม่ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีด้านความมั่นใจให้กับลูก
เราควรพยายามเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูก เพราะลูกจะคอยจดจำพฤติกรรมต่างๆ จากภายในครอบครัวอยู่แล้วค่ะ ลักษณะที่เราควรแสดงให้ลูกเห็นคือ เชื่อมั่นว่าตัวเองมีความสามารถเพียงพอในการทำสิ่งต่างๆ ให้สำเร็จลุล่วง หากคุณพ่อคุณแม่ทำได้ น้องๆ จะเกิดความคุ้นเคยและค่อยๆ จะเพิ่มความมั่นใจในตนเองมากขึ้นค่ะ
⭐️ 2. ไม่รู้สึกโกรธหรือเสียใจเมื่อเกิดความผิดพลาดไปบ้าง
สอนให้ลูกรู้จักว่าความผิดพลาดเป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้ อย่าให้ลูกยึดติดกับความสมบูรณ์แบบ เพราะลูกจะกลายเป็นคนที่ไม่อยากลงมือทำอะไรเพราะกลัวทำไปแล้วล้มเหลวนะคะ คนที่มีความมั่นใจจะต้องกล้าลองทำ ไม่กลัวเรื่องผิดพลาดหรือเสียหน้าเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ค่ะ
⭐️ 3. สนับสนุนลูกให้ลองทำในสิ่งใหม่ๆ ดูบ้าง
บางทีลูกก็จะมีเรื่องที่ทำได้ดีอยู่แล้ว  ซึ่งก็ทำให้เขามีความมั่นใจในด้านนั้นๆ แต่คุณพ่อคุณแม่ลองให้ลูกทำอะไรที่หลากหลายเปลี่ยนแนวบ้าง เพราะเด็กจะเกิดความมั่นใจในสถานการณ์ที่ต้อง จัดการกับสิ่งแปลกใหม่ที่เข้ามาในชีวิต  ตัวอย่างเช่น  หากลูกชอบเรียนทางด้านคณิตศาสตร์และทำได้ดีอยู่แล้ว ลองเปิดโอกาสให้ลูกเรียนเกี่ยวกับภาษาหรือดนตรี กีฬาดูบ้างค่ะ
⭐️ 4. ให้ลูกลองล้มเหลวบ้าง
อย่าเลี้ยงลูกแบบไข่ในหินที่จะไม่ให้เจอความผิดพลาดเลย การลองผิดลองถูกจะทำให้ลูกเกิดการเรียนรู้ ซึ่งเป็นประโยชน์กับตัวเด็กเองมากกว่า  ผิดพลาดก็ไม่เป็นไร เราเริ่มใหม่ได้  แบบนี้เด็กจะเกิดความมั่นใจในการลงมือทำอะไร ไม่ต้องเกร็งกับการล้มเหลวตลอดเวลาค่ะ
⭐️ 5. ชมเชยในความพยายามของลูก

คุณพ่อคุณแม่ควรบอกลูกว่าเรามีความภูมิใจในตัวเขาที่อดทนและพยายามได้ดี สิ่งนี้ที่จะเป็นความมั่นใจติดตัวลูกไปตลอด ซึ่งเวลาเขาจะทำอะไร อย่างน้อยจะได้มั่นใจว่ามีคุณพ่อคุณแม่คอยให้กำลังใจเขาอยู่ตลอดค่ะ

🙏❤️ ที่มา: ครูน้ำ

😎😎😎😎😎

 

อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

แจกฟรี! สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ PDF

สอบถามเพิ่มเติมทางไลน์ @TSLTK ได้เลยนะคะ

 

👩‍🏫 คอร์สอบรมและสื่อของเราเหมาะสำหรับ

 

✅ คุณครูที่สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติอยู่แล้ว

✅ ผู้ที่สนใจเริ่มต้นอาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

#อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#เทคนิคการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติPDF

#ฟรีตัวอย่างสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#วิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#คู่มือสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

4 วิธีชมเชยลูก ให้ได้ผลที่ดีที่สุด

🌈 วันนี้เรามีบทความมาแชร์กับคุณพ่อคุณแม่เกี่ยวกับวิธีการชมเชยลูกค่ะ 
⭐️ 1. พยายามพูดชมเชยแบบเฉพาะเจาะจง
 หลักสำคัญของการชมเชยคือการเฉพาะเจาะจง  อย่าชมเชยลูกแค่ว่า  “เก่งมากค่ะ” แล้วจบเพียงเท่านั้น  เพราะจะไม่เป็นประโยชน์ต่อตัวเด็กเพิ่มขึ้น เนื่องจากเด็กจะไม่เข้าใจว่าสิ่งที่เขาทำไปแล้วในจุดไหนคือสิ่งที่ดี  ตัวอย่างเช่น เวลาลูกช่วยจัดห้องเป็นระเบียบ ควรจะชมลูกไปในแนวทางที่ว่า “ขอบคุณที่ลูกช่วยแม่จัดห้องนะคะ แม่ชอบเวลาลูกไปช่วยเรียงรองเท้าด้วย เพราะว่าตอนเช้าก่อนออกจากบ้านเราก็หยิบรองเท้ามาใส่ได้ง่ายเลยนะคะ”  
⭐️ 2. ชมเชยที่ความพยายามอย่าชมลูกแค่ที่ความสำเร็จ
เป็นเรื่องธรรมดาประสาพ่อแม่ที่เราอยากชมเวลาที่ลูกทำอะไรสำเร็จ แต่การที่คุณพ่อคุณแม่ไปโฟกัสเรื่องผลลัพธ์ จะเป็นการนำไปสู่การหมดกำลังใจได้ง่ายในตอนเขาโตขึ้น   เพราะในชีวิตจริงไม่ได้หมายความว่าเราต้องทำอะไรสำเร็จตลอดไป  เพราะบางครั้งก็ต้องมีการล้มเหลวบ้าง แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่ชมในความพยายามของลูก เราสามารถชมได้ตั้งแต่ความสำเร็จยังไม่เกิดเลย ทำให้ลูกรับรู้ว่าเราเชื่อในตัวเขา เช่น อย่าชมแค่ว่า สอบได้ที่หนึ่งอีกแล้ว ควรชมเชยว่าลูกมีความพยายามในการอ่านหนังสือเตรียมสอบเป็นอย่างมาก
⭐️ 3. อธิบายตามสิ่งที่เห็น
เวลาชมแล้วเราอธิบายรายละเอียด  จะทำให้เด็กเกิดความรู้สึกดีใจและมั่นใจว่าคุณพ่อคุณแม่คอยดูเขาอยู่นะคะ ทำให้ลูกเกิดความอุ่นใจ และเกิดแนวโน้มว่าลูกจะทำพฤติกรรมดีซ้ำอีก ตัวอย่างเช่น เวลาลูกช่วยเหลือเพื่อน ไม่ควรชมเชยสั้นๆ แค่ “ใจดีจัง”  แต่ควรเปลี่ยนเป็น “ดีจังเวลาลูกไปปลอบเพื่อนกับช่วยเพื่อนให้ลุกขึ้นตอนเพื่อนล้ม เพื่อนน่าจะตกใจอยู่พอลูกไปช่วย เพื่อนก็น่าจะรู้สึกดีขึ้นนะคะ” 
⭐️ 4. ไม่เน้นชมเชยเรื่องฉลาด สติปัญญา
แต่เราควรชมเชยที่การกระทำของลูก การที่ไปชมจุดที่เป็นลักษณะที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ อาจจะส่งผลในทางย้อนกลับได้ ตัวอย่างเช่น การไปชมว่าลูกฉลาด เด็กบางคนอาจจะคิดว่า เราฉลาดอยู่แล้ว ก็ไม่ต้องพัฒนาตัวเองอะไร หรือในอนาคตบางครั้งที่เขาอาจจะได้คะแนนไม่ดีอย่างที่คิด ลูกอาจจะคิดไปได้ว่าเขาไม่ฉลาดเมื่อก่อนเสียแล้ว เราจึงควรชื่นชมลูกเช่น “โอ้โห คะแนนรอบนี้ออกมาดีมากเลย หนูฝึกทำแบบฝึกหัดก่อนไปสอบเยอะแยะเลยนะ มีความพยายามมากค่ะ” 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://www.mother.ly

สอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตร หนังสือ และคอร์สอบรมของเราได้ที่ไลน์ @tsltk

เครดิต: ครูน้ำ
🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼

อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

แจกฟรี! สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ PDF

สอบถามเพิ่มเติมทางไลน์ @TSLTK ได้เลยนะคะ

 

👩‍🏫 คอร์สอบรมและสื่อของเราเหมาะสำหรับ

 

✅ คุณครูที่สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติอยู่แล้ว

✅ ผู้ที่สนใจเริ่มต้นอาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

#อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#เทคนิคการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติPDF

#ฟรีตัวอย่างสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#วิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#คู่มือสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ