ความฉลาดทั้ง 7 ด้านที่ควรรู้

🌈 บทความของเราวันนี้จะมาแนะนำคุณพ่อคุณแม่ให้ทำความรู้จักกับความฉลาดทั้ง 7 ด้านกันค่ะ
⭐️ 1. IQ (Intelligence Quotient) คือ ความฉลาดทางสติปัญญา เช่น ความสามารถทางวิชาการ การคำนวณ การวิเคราะห์ หรือที่คุณพ่อคุณแม่เคยเห็นแบบฝึกหัดหรือพวกข้อสอบเชาวน์ปัญญานั่นแหละค่ะ เราสามารถส่งเสริมได้ด้วยการให้เด็ก ๆ มีหมั่นศึกษาหาความรู้ มีการเจริญเติบโตตามวัย และทานอาหารบำรุงสมอง เช่น ปลา หรือ สารอาหารพวกโอเมก้าสาม เป็นต้นค่ะ
⭐️ 2. EQ (Emotional Quotient) คือ ความฉลาดทางอารมณ์ เป็นความสามารถในการรับรู้ เข้าใจอารมณ์ตัวเองและผู้อื่น สามารถปรับอารมณ์ให้เข้ากับสถานการณ์และมีระเบียบวินัย เรื่องของ EQ นั้น เราสามารถสอนหรือปรับปรุงได้นะคะ โดยสามารถช่วยส่งเสริมลูกได้ด้วยการที่เราเป็นตัวอย่างที่ดี ไม่แสดงตัวอย่างไม่ดีใส่ลูกเช่นการโมโห การเขวี้ยงข้าวของเวลาอารมณ์เสียนะคะ
⭐️ 3. CQ (Creativity Quotient) ความฉลาดในการริเริ่มสร้างสรรค์ คือ เด็กที่มี มี Creative Thinking เราสามารถช่วยให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์ได้ ถ้าเราให้เขาเล่นโดยที่ใช้จินตนาการ เช่น การเล่น งานศิลปะ และการประดิษฐ์สิ่งของต่าง ๆ การพาลูกเดินทางท่องเที่ยวไปยังที่ต่าง ๆ ให้ลูกเล่าเรื่อง แต่งนิทานเป็นต้น
⭐️ 4. MQ (Moral Quotient) คือ ความฉลาดทางศีลธรรม จริยธรรม คือ เด็กมีความประพฤติดี รู้จักรับผิดชอบ มีความซื่อสัตย์ พ่อแม่ต้องทำเป็นตัวอย่างให้เด็กเห็นอย่างสม่ำเสมอด้วยจึงจะได้ผลนะคะ ลองสอนให้ลูกรู้จักการแบ่งปัน มีวินัย และความรับผิดชอบ เป็นต้น
⭐️ 5. PQ (Play Quotient) คือ ความฉลาดที่เกิดจากการเล่น และการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ข้อนี้เราสามารถส่งเสริมลูกได้โดยไม่ต้องใช้ของเล่นราคาแพง แต่พ่อแม่ต้องพยายามเล่นกับลูกบ่อย ๆ นะคะ
⭐️ 6. AQ (Adversity Quotient) คือ ความฉลาดในการแก้ปัญหา คือเด็กสามารถที่จะยืดหยุ่นปรับตัวในการเผชิญปัญหาได้ดี และพยายามเอาชนะความยากลำบาก ดังนั้นวิธีการฝึก AQ คุณพ่อคุณแม่ต้องให้โอกาสเด็ก ๆ เผชิญกับปัญหาและหาทางแก้ปัญหาด้วยตัวเองตั้งแต่เล็ก อย่าช่วยเหลือตลอด หรือให้ลูกสบายเกินไปตั้งแต่ยังเด็ก ต้องปล่อยให้ลูกได้สัมผัสกับอุปสรรคบ้างค่ะ
⭐️ 7. SQ (Social Quotient) คือ ความฉลาดทางสังคม คือ เด็กที่สามารถเข้ากับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ปรับตัวเข้าหาผู้อื่นได้ วิธีการฝึก SQ คือ พยายามให้เด็กได้มีโอกาสเล่นกับเพื่อนๆ ในวัยเดียวกัน หรือทำงานกลุ่ม สอนให้ลูกรู้จักแบ่งปัน เรียนรู้วิธีผูกมิตรกับคนอื่นๆค่ะ

เครดิต: ครูน้ำ

สอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตร หนังสือ และคอร์สอบรมของเราได้ที่ไลน์ @tsltk

🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼

อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

แจกฟรี! สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ PDF

สอบถามเพิ่มเติมทางไลน์ @TSLTK ได้เลยนะคะ

 

👩‍🏫 คอร์สอบรมและสื่อของเราเหมาะสำหรับ

 

✅ คุณครูที่สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติอยู่แล้ว

✅ ผู้ที่สนใจเริ่มต้นอาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

#อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#เทคนิคการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติPDF

#ฟรีตัวอย่างสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#วิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#คู่มือสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

การเรียนรู้เรื่องเงินให้เหมาะสมกับช่วงวัย

💸 วันนี้เราลองมาดูกันดีกว่าค่ะ การเรียนรู้เรื่องเงินให้เหมาะสมกับช่วงวัยเป็นอย่างไร 
🌈  เรื่องเงินทองเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องสอนให้เด็ก ๆ เรียนรู้เอาไว้นะคะ หากลูก ๆ เคยชินกับเรื่องเงินทองตั้งแต่เด็ก สามารถนำไปสู่การประสบความสำเร็จด้านการเงินได้ในอนาคตค่ะ มาดูกันดีกว่าค่ะว่าแต่ละช่วงวัยเราจะสอนอะไรลูก ๆ ได้บ้าง
⭐️ วัยช่วงอนุบาล ประถมต้น
เด็กวัยนี้เราต้องเริ่มต้นให้น้อง ๆ มีทักษะพื้นฐานก่อนนะคะ คุณพ่อคุณแม่สามารถสอนให้ลูกรู้จักการนับเลขง่าย ๆ ก่อน เช่น ฝึกนับสิ่งของใกล้ตัว  เมื่อน้องๆ เริ่มโตมาก็สอนให้นับเหรียญหรือธนบัตรให้เป็น สอนเรื่องการแลกเปลี่ยน เช่น เราสามารถใช้เงินไปแลกกับสิ่งของได้เป็นต้น เวลาไปซื้อของก็อธิบายให้ลูกฟังว่าต้องเอาเงินไปจ่ายด้วย และมูลค่าของเงินเท่าไหร่จะซื้อขนมได้กี่ชิ้น เป็นต้น 
⭐️ วัยประถม
วัยนี้สามารถเริ่มสอนพื้นฐานของการหาเงินกับการเก็บออมได้นะคะ ฝึกให้น้อง ๆ เข้าใจว่าเป็นเด็กก็สามารถหาเงินได้  เช่นอาจจะช่วยคุณแม่ทำงานบ้าน หรือกวาดใบไม้ เป็นต้น  โดยเมื่อลูก ๆ มีเงินจากการทำงานบ้าน ช่วยคุณพ่อคุณแม่เล็ก ๆ น้อย ๆ ก็สามารถเอามาหยอดในประปุกออมสินได้ค่ะ เลือกแบบที่น่ารัก ๆ โดนใจลูกนะคะ และสิ่งที่สำคัญคือต้องย้ำกับเด็ก ๆ ก็คือ ต้องใช้จ่ายให้น้อยกว่าเงินที่เราหาได้เสมอค่ะ 
⭐️ วัยมัธยมต้น
คุณพ่อคุณแม่สามารถอธิบายเรื่องเกี่ยวกับรายได้หรือเงินเดือนให้ลูกฟังค่ะ เพราะเด็กจะมีความสามารถในการเรียนรู้เพิ่มขึ้น โดยอาจจะเล่าให้ฟังว่างานของคุณพ่อคุณแม่นั้นได้เงินเดือน หรือค่าแรงเท่าไหร่ และต้องมีการจ่ายค่าอื่น ๆ เช่น เสียภาษี  ค่าประกันสุขภาพ กองทุนต่าง ๆ  ด้วยเท่าไหร่ เพื่อเป็นการสอนลูกให้เข้าใจ concept ของเงินเดือนเบื้องต้นนะคะ
⭐️ วัยมัธยมปลาย
เนื่องจากเด็ก ๆ ในวัยนี้อยู่ในช่วงวัยรุ่น ซึ่งย่อมชอบมองหาความเป็นอิสระ คุณพ่อคุณแม่ควรสอนพวกเขาเกี่ยวกับเรื่องบัญชีเงินฝาก เพื่อให้เขาลองฝากเงินเองและเรียนรู้เรื่องอัตราดอกเบี้ย ซึ่งหลาย ๆ ธนาคารที่ประเทศไทยก็ให้เด็กสามารถเปิดบัญชีได้เองโดยไม่ต้องมีชื่อผู้ปกครองร่วมตั้งแต่อายุ 15 ปีค่ะ (ควรศึกษารายละเอียดของแต่ละธนาคาร) นอกจากนี้ควรสอนลูกเรื่องการเตรียมเงินเพื่อจ่ายค่าเทอมในระดับอุดมศึกษานะคะ แม้ว่าคุณพ่อคุณแม่จะเตรียมงบประมาณไว้ให้  แต่ลูกควรรู้ค่าเทอมคร่าว ๆ หรือให้ลูกทราบเกี่ยวกับนโยบายทุนการศึกษาของมหาวิทยาลัยที่ลูกสนใจจะเข้าเรียนค่ะ
เป็นยังไงกันบ้างคะ ความรู้ด้านทางการเงินสำหรับเด็กแต่วัย เราหวังว่าจะเป็นประโยชน์กับคุณพ่อคุณแม่ทุกท่านนะคะ 🥰

ที่มา: ครูน้ำ

🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼

อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

แจกฟรี! สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ PDF

สอบถามเพิ่มเติมทางไลน์ @TSLTK ได้เลยนะคะ

 

👩‍🏫 คอร์สอบรมและสื่อของเราเหมาะสำหรับ

 

✅ คุณครูที่สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติอยู่แล้ว

✅ ผู้ที่สนใจเริ่มต้นอาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

#อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#เทคนิคการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติPDF

#ฟรีตัวอย่างสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#วิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#คู่มือสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

การละเล่นแบบไทยๆ ที่คุณพ่อคุณแม่ควรจะเล่าให้ลูกฟัง

เพื่อเป็นการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทยลองชวนเด็ก ๆ ที่บ้านมาฟังคุณพ่อคุณแม่เล่าเรื่องการละเล่นแบบไทยๆ กันนะคะ มาดูกันเลยดีกว่าค่ะ  ว่าการละเล่นแบบไทย ๆ มีอะไรกันบ้าง
⭐️ 1. ขี่ม้าก้านกล้วย
ในสมัยโบราณแทบทุกบ้านจะปลูกต้นกล้วย  คนโบราณจึงนำส่วนต่าง ๆ ของต้นกล้วยมาทำเป็นของเล่น เป็นที่ชอบใจของเด็กชายวัยซนมากเลยค่ะ เพราะเด็ก ๆ จะนำก้านกล้วยมาขี่เป็นม้าเพื่อแข่งขันกัน โดยมีการใช้เชือกกล้วยมาผูกตรงหัวและหางและจินตนาการว่ากำลังขี่ม้าค่ะ 
⭐️ 2. หมากเก็บ
การเล่นหมากเก็บเล่นได้ทั้งหญิงชายเลยนะคะ  แต่จะเป็นที่นิยมมากในหมู่เด็กผู้หญิงค่ะ ปกติจะใช้ผู้เล่น 2 คนขึ้นไปอุปกรณ์คือก้อนหินเล็ก ๆ 5 ก้อน ส่วนหากสมัยใหม่ขึ้นมาก็สามารถใช้หมากเก็บที่เป็นโซ่พลาสติกมาเล่นได้ค่ะ โดยต้องโยนเม็ดแรกขึ้น พร้อมเก็บหมากครั้งละเม็ด และต้องรับลูกที่โยนขึ้นไปตอนแรกให้ได้ ถ้ารับไม่ได้ถือว่า “ตาย” หรือถ้ามือไปถูกเม็ดอื่นก็ถือว่า “ตาย” เช่นกัน โดยจะมีความยากมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามจำนวนตาที่เล่นค่ะ เพราะต้องเก็บหมากมากกว่าหนึ่งเม็ดไปเรื่อย ๆ ค่ะ 
⭐️ 3. มอญซ่อนผ้า
การละเล่นนี้เราเล่นกันเป็นกลุ่มนะคะ โดยเด็ก ๆ จะนั่งล้อมวง ร้องเพลง “มอญซ่อนผ้า ตุ๊กตาอยู่ข้างหลัง ไว้โน่นไว้นี่ ฉันจะตีก้นเธอ” และคนที่เป็นมอญถือผ้าไว้ในมือ เดินวนอยู่นอกวง ระหว่างที่เพื่อน ๆ ร้องเพลง คนที่เป็นมอญต้องแอบวางผ้าไว้ด้านหลังของเพื่อน พอใครรู้ตัวว่ามีผ้าอยู่ด้านหลัง ก็จะวิ่งไล่ตีมอญให้โดนตัว 1 รอบ ส่วนเด็กที่เป็นมอญต้องวิ่งหนีกลับมานั่งที่เดิม แต่ถ้ามอญโดนตีด้วยผ้า ก็ต้องกลับไปเป็นคนซ่อนผ้าใหม่อีกรอบค่ะ 
⭐️ 4. รีรีข้าวสาร
ต้องมีผู้เล่น 2 คน ยืนเอามือประสานกันเหนือศีรษะเป็นซุ้มประตู คนอื่น ๆ เกาะไหล่กันลอดใต้โค้งไปเรื่อย ๆ ระหว่างผู้เล่น 2 คนที่เป็นประตูจะร้องเพลงว่า “รีรีข้าวสาร สองทะนานข้าวเปลือก เลือกท้องใบลาน เก็บเบี้ยใต้ถุนร้าน คดข้าวใส่จาน พานเอาคนข้างหลังไว้ให้ดี” พอเพลงจบประตูจะกระตุกแขนลงกั้นคนสุดท้ายให้อยู่ระหว่างกลางค่ะ คนที่ถูกกั้นต้องออกจากเกม การเล่นชนิดนี้ ความสนุกสนานอยู่ที่ตอนร้องเพลงและ ความว่องไว ที่จะต้องพยายามหนีไม่ให้ถูกคนที่เป็นประตูกั้นเราได้ค่ะ 

เครดิต: ครูน้ำ

 

😎😎😎😎😎

 

อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

แจกฟรี! สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ PDF

สอบถามเพิ่มเติมทางไลน์ @TSLTK ได้เลยนะคะ

 

👩‍🏫 คอร์สอบรมและสื่อของเราเหมาะสำหรับ

 

✅ คุณครูที่สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติอยู่แล้ว

✅ ผู้ที่สนใจเริ่มต้นอาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

#อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#เทคนิคการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติPDF

#ฟรีตัวอย่างสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#วิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#คู่มือสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

5 นิสัยเด็กสร้างเด็กเก่ง

🤓 เด็กแต่ละคนก็มีความพิเศษและความเก่งที่ไม่เหมือนกันนะคะ เรามาดูกันว่า “นิสัยสร้างเด็กเก่ง” มีอะไรบ้างและคุณพ่อคุณแม่จะสามารถช่วยลูกพัฒนาได้อย่างไรค่ะ
🌈 1. มีทักษะการสื่อสารที่ดี
การที่เด็กมีทักษะในการสื่อสารที่ดี  พูดจาโต้ตอบหรืออธิบายอะไรชัดเจนและฉะฉาน เป็นสิ่งที่ช่วยส่งเสริมให้เด็กเป็นคนเก่งนะคะ สิ่งหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมทักษะการสื่อสารเกิดจากการอ่าน เพราะเวลาอ่าน เด็กจะได้คำศัพท์และได้ดูตัวอย่างการเล่าเรื่อง โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยส่งเสริมน้อง ๆ ได้ เช่น ชวนลูกอ่านนิทานหรือหนังสือด้วยกัน หรืออาจจะชวนให้ลูกลองเล่าเรื่องที่โรงเรียนให้ฟังโดยที่คุณพ่อคุณแม่ต้องตั้งใจฟังเขาพูดด้วยนะคะ
🌈 2.เป็นคนคิดบวก
การเป็นคนคิดบวกจะช่วยให้เด็กสามารถพาตัวเองผ่านพ้นอุปสรรคต่าง ๆ ไปได้ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียนหรือการแข่งขันต่าง ๆ คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยสนับสนุนให้ลูกคิดบวกได้ได้โดยการเป็นต้นแบบที่ดี ไม่วิพากษ์วิจารณ์ลบ ๆ แสดงออกซึ่งความรัก ชวนลูกพูดคุยหาเรื่องสนุก ๆ หรือเรื่องที่เป็นแง่บวก แม้จะเจอสถานการณ์ไม่เป็นใจ เช่น ฝนตกหนักไม่ได้ออกนอกบ้านไปเล่น แต่ว่าก็ดีแล้วที่ไม่ต้องเดินออกไปตากฝนและจะได้เต้นกันในบ้านแทน เป็นต้นค่ะ
🌈 3. มีความสุขได้ง่าย
ในยุคที่สังคมมีการแข่งขันสูง หรือมีความกดดันแบบนี้ ทักษะอย่างหนึ่งที่ต้องให้ลูกมีติดตัว คือ การสอนลูกให้รู้จักมีความสุขง่าย ๆ ให้เป็นนะคะ เริ่มได้ตั้งแต่ในครอบครัวเลยค่ะ เช่น อย่าเปรียบเทียบลูกกับเด็กคนอื่นหรือแม้แต่ระหว่างพี่น้อง สอนให้ลูกรู้จักพอใจในสิ่งที่ง่าย ๆ ไม่ยึดติดกับสิ่งของ เด็กจะได้สามารถมีความสุขกับสิ่งรอบตัวที่ง่าย ๆ ไม่ต้องไขว่คว้าหาอะไรที่เป็นวัตถุนิยมจนเกินไป
🌈 4. มีระเบียบวินัย
คุณพ่อคุณแม่ลองวางตารางเวลาของกิจวัตรประจำวันแล้วให้ลูกทำตาม น้องๆ จะได้เกิดความเคยชินและมีระเบียบวินัย เมื่อไปเจอระเบียบในโรงเรียนหรือสังคมจะได้ไม่อึดอัดค่ะ
🌈 5. อ่อนน้อมถ่อมตน
ข้อนี้เป็นส่วนสำคัญในสังคมไทยนะคะ คนไทยชอบความอ่อนน้อมถ่อมตน พูดจาสุภาพอ่อนหวาน เด็ก ๆ สามารถซึมซับได้จากครอบครัวค่ะ หรือหากมีโอกาสได้เรียนภาษาไทย  คุณครูก็จะสอดแทรกเกี่ยวกับความอ้อนน้อมถ่อมตนอยู่แล้วค่ะ
หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับคุณพ่อคุณแม่บ้างนะคะ แล้วพบกันใหม่บทความหน้า สวัสดีค่ะ

เครดิต: ครูน้ำ

🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼

 

อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

แจกฟรี! สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ PDF

สอบถามเพิ่มเติมทางไลน์ @TSLTK ได้เลยนะคะ

 

👩‍🏫 คอร์สอบรมและสื่อของเราเหมาะสำหรับ

 

✅ คุณครูที่สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติอยู่แล้ว

✅ ผู้ที่สนใจเริ่มต้นอาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

#อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#เทคนิคการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติPDF

#ฟรีตัวอย่างสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#วิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#คู่มือสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

4 เรื่องที่ไม่ควรห้ามลูก

🌈 “เรื่องที่ไม่ควรห้ามลูก” มีอะไรบ้าง  วันนี้เรามาดูกันค่ะ 
💥 มีอยู่หลายเรื่องด้วยกันที่คุณพ่อคุณแม่ห้ามลูกทำเป็นประจำเพราะเราคิดว่ามันไม่ดีกับเด็ก แต่มีนักการศึกษาได้บอกไว้ว่าบางเรื่องก็ไม่ควรห้ามค่ะ แต่ควรให้ลูกทำโดยอยู่ภายใต้การดูแลของผู้ปกครองนะคะ
⭐️ 1.ไม่ควรห้ามเมื่อลูกอยากช่วยงานบ้าน
ข้อนี้หลายครอบครัวบอกเลยนะคะว่า  บางทีเวลาที่ลูกมาช่วยงานบ้านนี่ไม่แน่ใจว่ามาช่วยทำความสะอาดหรือว่าช่วยทำให้รกกันแน่ จริง ๆ แล้วเราควรจะปล่อยให้ลูกช่วยนะคะ 
แต่สิ่งที่ต้องมีคือความอดทนในการสอน คุณพ่อคุณแม่อาจจะเตรียมใจนิดหน่อยว่าเราอาจจะต้องมาตามเก็บทีหลังด้วย การทำงานบ้านของเด็กนั้นก็ช่วยสร้างความเป็นระเบียบวินัย ความรับผิดชอบ ฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็ก และการที่คุณพ่อคุณแม่คอยดูอยู่จะการเสริมความมั่นใจได้ตัวเด็ก และความเป็นอิสระในตัวเองค่ะ
⭐️ 2. ไม่ควรห้ามหากลูกอยากซื้อของ (ต้องเป็นเงินเก็บของเขาเอง)
บางทีน้องๆ หลายคนเวลาเดินผ่านร้านของเล่นก็เกิดความอยากซื้อขึ้นมาเลยนะคะ แนะนำว่าคุณพ่อคุณแม่ไม่ควรพูดจาสไตล์ห้ามปรามกับลูกห้วน ๆ นะคะ เพราะเด็กจะเกิดความคับข้องใจและพัฒนาเป็นความเก็บกดเรื่องเงินได้ 
ทางที่ดีคุณพ่อคุณแม่ควรที่จะอธิบายให้น้อง ๆ เข้าใจเพื่อสอนการใช้เงินค่ะ เช่น อาจจะบอกว่าหากลูกมีเงินออมก็สามารถเอามาใช้จ่ายได้บ้างถ้าราคาเหมาะสม หรือหากไม่มีเงินออมก็ต้องอดใจไว้ หรือช่วยทำงานบ้านแลกกับค่าแรง ก็จะเป็นการสอนให้เด็กรู้จักคุณค่าของเงินค่ะ
⭐️ 3. ไม่ควรห้ามเมื่อของอยากถอดรื้อสิ่งของ
ทราบหรือไม่คะว่าที่ต่างประเทศมีนักวิทยาศาสตร์หรือนักประดิษฐ์หลายๆ คนเล่าว่านิสัยตอนเด็กคือชอบถอดรื้ออุปกรณ์สิ่งของออกมาดูเล่น 
หากลูก ๆ ที่บ้านมีความอยากรู้อยากเห็น ชอบรื้อแกะอุปกรณ์สิ่งของของเล่น คุณพ่อคุณแม่สามารถอนุญาตได้นะคะ แต่ควรจะมีขีดจำกัด เช่น รื้อแกะได้แต่เป็นอุปกรณ์ที่เสีย เก่า หรือเป็นของที่ไม่ใช้แล้ว เป็นต้นนะคะ แต่หากลูกยังอายุน้อยอยู่อาจจะต้องรอให้โตอีกซักหน่อยด้วยค่ะ
⭐️ 4. ขว้างปาสิ่งของ
การขว้างของเป็นการกระตุ้นกล้ามเนื้อมัดเล็ก การควบคุมร่างกาย และช่วยพัฒนาสมองส่วนหน้าและส่วนกลีบข้างค่ะ เด็กจะเรียนรู้เรื่องความเร็ว วิถี Trajectory แถมยังต้องคิดอีกว่าขว้างแบบไหนจะไปโดนเป้าหมาย 
ทางที่ดีคุณพ่อคุณแม่ควรเตรียมลูกบอล หรือของนุ่มให้ขว้าง และเตรียมสถานที่โดยเฉพาะจะได้ไม่เป็นการทำของเสียหายนะคะ
⭐️ ขอขอบคุณข้อมูลส่วนหนึ่งจาก TED talk (Gever Tulley นักการศึกษาและนักเขียน)

เครดิต: ครูน้ำ

 

😎😎😎😎😎

อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

แจกฟรี! สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ PDF

สอบถามเพิ่มเติมทางไลน์ @TSLTK ได้เลยนะคะ

 

👩‍🏫 คอร์สอบรมและสื่อของเราเหมาะสำหรับ

 

✅ คุณครูที่สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติอยู่แล้ว

✅ ผู้ที่สนใจเริ่มต้นอาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

#อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#เทคนิคการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติPDF

#ฟรีตัวอย่างสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#วิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#คู่มือสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

เทคนิคง่ายๆ ช่วยลูกฝึกภาษาไทยจากที่บ้าน

🎯 รู้หรือไม่คะ คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถจะช่วยลูกเรียนภาษาไทยง่าย ๆ ที่บ้านได้นะคะ
🌈 น้องๆ หลาย ๆ คนที่อยู่ต่างประเทศหรือเรียนโรงเรียนนานาชาติอาจจะไม่ได้มีโอกาสฝึกพูดภาษาไทยหรือเขียนภาษาไทยในชีวิตประจำวันบ่อยนัก แต่ว่าคุณพ่อคุณแม่ก็สามารถที่จะช่วยลูกให้ฝึกภาษาไทยจากที่บ้านได้นะคะ วันนี้เราขอนำเทคนิคต่าง ๆ มาฝากกันค่ะ
⭐️1. เล่นเกม Word Association กับลูก
ปกติแล้วที่ต่างประเทศจะเล่นเกม Word Association หรือ เกมคำศัพท์ กันบ่อยมากเลยค่ะในชั้นเรียนวิชาภาษาอังกฤษ เราสามารถเอามาประยุกต์กับการเรียนภาษาไทยที่บ้านได้เลยนะคะ สามารถเล่นได้ทุกที่ โดยวิธีการเล่นก็ไม่อยากเลยค่ะ คุณพ่อคุณแม่สามารถชวนลูกเล่นโดยเป็นคนเริ่มพูดคำภาษาไทยอะไรก็ได้หนึ่งคำ จากนั้นให้ลูกพูดต่อจากเราโดยเป็นคำที่ต้องเกี่ยวข้องกันแบบไหนก็ได้ เช่น หากเริ่มด้วยคำว่า ข้าว คนต่อมาสามารถ พูดคำว่า ปลา หรือ ไก่ ก๋วยเตี๋ยว เป็นต้น เกมนี้จะช่วยพัฒนาคำศัพท์ให้เด็ก ๆ เรียนอย่างรวดเร็วเลยค่ะ คำศัพท์ไหนที่เด็กไม่รู้ คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถช่วยอธิบายเพิ่มเป็นการเก็บคำศัพท์ใหม่ไปในตัวค่ะ
⭐️ 2. ให้ลูกเริ่มจำพยัญชนะและสระ
คุณพ่อคุณแม่อาจจะเริ่มด้วยการเปิดเพลง ก. เอ๋ย ก.ไก่ จาก Youtube ให้ลูกฟังก่อน ให้เขาลองร้องตามเพลิน ๆ จากนั้นเริ่มสอนให้จำหน้าตารูปร่างของพยัญชนะ และสระ โดยให้ดูจากโปสเตอร์ หรือว่าจะใช้บัตรคำศัพท์หรือ Flashcard ก็ได้นะคะ เป็นวิธีที่ง่ายและสามารถทำให้เด็กเชื่อมโยงรูปภาพกับการจำชื่ออย่างดีเลยค่ะ
⭐️ 3. ดาวน์โหลดแบบฝึกหัดภาษาไทย
เชื่อไหมคะว่าคุณพ่อคุณแม่ก็สามารถเป็นครูให้ลูกได้ง่าย ๆ เลยค่ะ โดยสามารถดาวน์โหลดใบงานเกี่ยวกับวิชาภาษาไทยจากเว็บไซต์ เช่น ทรูปลูกปัญญา karn.tv ฯลฯ ซึ่งจะมีใบงานกิจกรรมแจกฟรีนะคะ โดยวิธีการเลือก ก็เช่น หากลูกยังอายุน้อยอยู่ก็เลือกใบงานที่ไม่ซับซ้อน เช่น เป็นการสอนเขียนตัวอักษรง่าย ๆ แทรกด้วยการวาดรูป หรือให้ระบายสี เด็ก ๆ ก็จะชอบค่ะ
💗 และนี่ก็เป็นเทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เราลองเอามาฝากนะคะ ขอให้ทุกบ้านสนุกกับการเรียนรู้ภาษาไทยค่ะ
เครดิต: ครูน้ำ

😎😎😎😎😎

อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

แจกฟรี! สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ PDF

สอบถามเพิ่มเติมทางไลน์ @TSLTK ได้เลยนะคะ

 

👩‍🏫 คอร์สอบรมและสื่อของเราเหมาะสำหรับ

 

✅ คุณครูที่สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติอยู่แล้ว

✅ ผู้ที่สนใจเริ่มต้นอาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

#อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#เทคนิคการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติPDF

#ฟรีตัวอย่างสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#วิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#คู่มือสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

เทคนิคฝึกลูกให้ทำตามตารางเวลา

💥 เทคนิคฝึกลูกให้ทำตามตารางเวลา บ้านไหนที่เด็ก ๆ งอแงช่วงกลับไปโรงเรียนหลังวันหยุดยาว  ลองมาอ่านกันนะคะ 
🌈 การวางตารางเวลาหรือกิจวัตรเป็นสิ่งที่ช่วยฝึกฝนให้ลูกมีระเบียบวินัย และรู้ว่าเวลาไหนควรเรียน เวลาไหนพักผ่อนได้ แต่ในช่วงที่ต้องเริ่มตารางเวลาใหม่ เช่นตอนเปิดเทอมใหม่ ๆ อาจจะทำให้เด็กปรับตัวไม่ทันและเกิดความเครียดได้ ลองมาดูกันค่ะว่า เรามีเทคนิคช่วยอย่างไรบ้าง
⭐️ 1.ให้ลูกมีส่วนร่วมช่วยคิดตารางเวลาของตัวเอง
ตารางกิจวัตรที่ดีควรมีสัดส่วนของการเรียน การทบทวนบทเรียน การพักผ่อน การออกกำลังกายอย่างเหมาะสม และตารางเวลาที่เด็กมีส่วนร่วมในการตัดสินใจจะทำให้เด็กอยากจะทำตามตารางเวลาที่เขาช่วยออกแบบนะคะ เด็ก ๆจะรู้สึกว่าไม่ได้ถูกบังคับ เช่น ให้ลูกช่วยคิดว่าอยากเรียนภาษาไทยออนไลน์ในช่วงหลังเลิกจากโรงเรียน หรือว่าช่วงวันเสาร์วันอาทิตย์ดีกว่ากัน เป็นต้น
 ⭐️ 2. วางตารางเวลาที่สามารถทำได้จริง
อย่ากำหนดตายตัวไปเสียทุกอย่าง  บางกิจกรรมที่มีความยากก็ต้องเผื่อเวลาให้ลูกทำบ้าง เช่น การบ้านหรือการทบทวนบทเรียน ไม่แนะนำให้คุณพ่อคุณแม่กำหนดเป๊ะ ๆ ว่าต้องกี่นาทีต่อวันนะคะ เพราะแต่ละวันการบ้านจะมีปริมาณและความยากง่ายที่แตกต่างกันไปค่ะ
 ⭐️ 3. เขียนตารางเวลาแล้วแปะไว้ในที่ ๆ สามารถมองเห็นได้ง่าย
คุณพ่อคุณแม่อาจจะเขียนไว้บนกระดานไวท์บอร์ด หรือ เขียนลงกระดาษและแปะไว้ในที่ ๆ มองเห็นได้ง่าย หากเป็นตารางของเด็กที่เล็กลงมา อาจจะเขียนรายการที่ต้องทำและวาดรูปน่ารัก ๆ ประกอบไว้ด้วยก็ได้ค่ะ
⭐️ 4. ชมเชยเมื่อลูกทำได้
คุณพ่อคุณแม่ต้องให้เวลากับเด็ก ๆ ในการปรับตัวสู่กิจวัตรที่เราวางใหม่นะคะ คุณพ่อคุณแม่อาจจะไม่ต้องคาดหวังว่าช่วงแรกลูกจะทำตามได้ทันที แต่หากเมื่อลูกพยายามทำตามตารางได้เราต้องชื่นชมลูกบ่อย ๆ   แล้วลองสังเกตว่ากิจกรรมอันไหนที่เคร่งครัดเกินไปก็อาจจะปรับให้ผ่อนปรนดูบ้าง แล้วทีหลังลูก ๆ ก็จะเต็มใจและทำตามตารางเองค่ะ
💗 ขอให้ลูกๆ ของคุณพ่อคุณแม่สนุกกับการเรียน และเป็นเด็กดีมีวินัยนะคะ

เครดิต: ครูน้ำ

😎😎😎😎😎

 

อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ
แจกฟรี! สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ PDF
สอบถามเพิ่มเติมทางไลน์ @TSLTK ได้เลยนะคะ
👩‍🏫 คอร์สอบรมและสื่อของเราเหมาะสำหรับ
✅ คุณครูที่สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติอยู่แล้ว
✅ ผู้ที่สนใจเริ่มต้นอาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ
เราจะแชร์เทคนิคสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติที่ใช้งานได้จริง พร้อมแจก ฟรี!! ตัวอย่างสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ ในรูปแบบ PDF เพื่อช่วยให้การสอนของคุณง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
#อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ
#เทคนิคการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ
#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติPDF
#ฟรีตัวอย่างสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ
#สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ
#วิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ
#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ
#คู่มือสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

คุณสมบัติที่ดีของครูสอนออนไลน์

🌈 คุณสมบัติที่ดีของครูสอนออนไลน์มีอะไรบ้าง มาดูกันค่ะ
💗 1. มีใจรักในการสอนและชอบพูดคุย
สำหรับคุณสมบัติข้อนี้เป็นข้อที่สำคัญที่สุดเลยค่ะ ขอแค่มีใจรักเป็นจุดเริ่มต้น ในคุณสมบัติข้ออื่น ๆ นั้นเราสามารถขวนขวายหาความรู้มาเพิ่มเติมภายหลังได้ หากเราสังเกตตัวเองว่าเป็นคนชอบพูดคุย ชอบอธิบายและสอน แปลว่าเรามีคุณสมบัติที่เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการเป็นครูแล้วละค่ะ
💗 2. มีความรู้ ความถนัดในการสอน หรือผ่านการฝึกอบรมในวิชาที่ต้องการสอน
ไม่ว่าจะเป็นการสอนวิชาอะไรก็ตามนะคะ ขึ้นชื่อว่าเป็นคุณครูแล้วก็ควรจะมีความสามารถในการสอนวิชานั้น ๆ ด้วยค่ะ เช่น เมื่อเป็นคุณครูสอนภาษาไทยก็ต้องมีความสามารถในถ่ายทอดความรู้ด้านภาษาได้ หรืออาจจะต้องผ่านการอบรมหลักสูตรที่เกี่ยวกับการสอนภาษาไทยมาบ้างนะคะ
💗 3. มีความรู้ด้านเทคโนโลยีและออนไลน์
ในการสอนออนไลน์นั้น คุณครูควรจะมีความถนัดในการใช้โปรแกรมในการสอนเบื้องต้น อย่างเช่น โปรแกรม Zoom นะคะ จริง ๆ แล้วเราไม่ต้องใช้ฟังก์ชั่นเยอะมากก็ได้ค่ะ ใช้อันที่เป็นพื้นฐานก่อนก็ได้ และหากคุณครูอยากศึกษาเพิ่มเติมก็สามารถสอบถามจากผู้รู้หรือทดลองใช้ให้คล่องก่อนสอนจริงได้ค่ะ เพราะบางทีไม่ใช่แค่เราต้องใช้เทคโนโลยีในการสอนเท่านั้น แต่เรายังต้องช่วยให้คำแนะนำนักเรียนในเบื้องต้นด้วยเมื่อนักเรียนมีคำถามว่าต้องกดปุ่มไหนอย่างไรนะคะ
💗 4. มีความคิดสร้างสรรค์ในการใช้สื่อการสอน
คุณครูที่สอนออนไลน์ควรมีความคิดสร้างสรรค์ในการประยุกต์ใช้สื่อการสอนค่ะ เนื่องจากการสอนที่ไม่ได้พบเจอหน้ากันจริง ๆ ต้องใช้สื่อการสอนที่น่าสนใจมาดึงดูดพื่อให้ผู้เรียนเกิดความสนุกสนาน ซึ่งสื่อการสอนทุกแบบมีความสำคัญหมดนะคะ ขอแค่เรานำมาประยุกต์ใช้ได้ตามความถนัดค่ะ และในสมัยนี้ก็มีสิ่งการสอนแบบสำเร็จรูปให้เราเลือกใช้อย่างมากมายเลยนะคะ เช่น แฟลชการ์ดหรือบัตรคำศัพท์สำเร็จรูปสวย ๆ หรือการใช้สื่อออนไลน์อย่างเกม Interactive เป็นต้นค่ะ
💗 5. ใจดี ช่วยสนับสนุน และให้กำลังใจนักเรียน
ความใจดีของคุณครูที่เด็ก ๆ คิดนั้น หมายความว่า นักเรียนเขาต้องการเรียนกับคุณครูที่ใส่ใจ สนับสนุนและให้กำลังใจในตอนเรียนค่ะ เพราะเนื้อหาในบทเรียนนั้นมีทั้งยากและง่ายปะปนกันนะคะ นักเรียนก็เลยต้องการกำลังใจเวลาเจอเรื่องที่ต้องจำเยอะ ๆ และคุณครูบางท่านแม้จะเข้มงวด แต่ว่าก็คอยสนับสนุนและให้กำลังใจบ่อย ๆ เด็ก ๆ ก็ชื่นชอบค่ะ

เครดิต: ครูน้ำ

😎😎😎😎😎

อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

แจกฟรี! สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ PDF

สอบถามเพิ่มเติมทางไลน์ @TSLTK ได้เลยนะคะ

 

👩‍🏫 คอร์สอบรมและสื่อของเราเหมาะสำหรับ

 

✅ คุณครูที่สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติอยู่แล้ว

✅ ผู้ที่สนใจเริ่มต้นอาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

#อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#เทคนิคการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติPDF

#ฟรีตัวอย่างสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#วิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#คู่มือสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

คุณพ่อ คุณแม่ ต้องรู้!! ก่อนที่ลูกๆ ของเราจะเข้าสู่วัยรุ่น

📌 คุณพ่อ คุณแม่ ต้องรู้!! ก่อนที่ลูกๆ ของเราจะเข้าสู่วัยรุ่น
“Raising Boys” ของ Steve Biddulph เป็นหนังสือขายดีในหมวดแม่และเด็กที่ออสเตรเลียค่ะ 
เราเคยอ่านตอนมีลูกชายคนโต และพอจะจับใจความได้ว่า… เด็กผู้ชายเค้าจะมีพัฒนาการตามวัยของเค้าที่พ่อแม่อย่างเราควรจะเข้าใจ คือ
0-6 ปี: เป็นลูกน้อยของแม่ เห็นแม่เป็นทุกอย่าง และอยากจะทำทุกอย่างให้แม่รักและสนใจ (ความสัมพันธ์กับแม่สำคัญมากๆ)
6-14 ปี: มีพ่อเป็นฮีโร่ แต่หลังจากนั้นเด็กผู้ชายจะเริ่มอยากเป็นเหมือนคุณพ่อ เลียนแบบคุณพ่อ (ความสัมพันธ์กับพ่อสำคัญมากๆ)
14+ ปี: อยากเป็นส่วนหนึ่งของสังคม เมื่อถึงวัยนี้แล้ว… ทั้งพ่อและแม่ (อาจจะ) ไม่ใช่บุคคลต้นแบบของลูกเราอีกแล้ว จากเบบี้ตัวน้อยของคุณแม่ กับเด็กชายตัวน้อยๆที่เคยชื่นชมคุณพ่อ… เมื่อเวลานี้มาถึง เค้าเริ่มมองหา “cool guy” ที่อยู่ข้างนอก ไม่ว่าจะเป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียน คุณอาข้างบ้าน หรือคุณอาของตัวเอง หรือศิลปิน ดารา นักร้อง ยูทูปเบอร์ที่ตัวเองชื่นชอบ 
เด็กผู้ชายจะชื่นชอบและเลียนแบบ “cool guy” ของพวกเค้าไปเรื่อยๆ จนกระทั่งได้พบกับ “true self” ของตัวเอง ผู้เขียนบอกไว้ว่า… มันเป็นกระบวนการที่สำคัญมากๆ ที่เด็กๆ เค้าจะต้องผ่านการเป็น “คนอื่น” มาก่อน เพื่อที่จะได้เรียนรู้ว่า…. เค้าไม่ใช่ลูกแม่ (เค้าไม่สามารถใช้ชีวิตเพื่อให้แม่มีความสุขได้ตลอดเวลา) และเค้าก็ไม่ใช่พ่อ (เค้าไม่สามารถเป็นเหมือนพ่อได้ไม่ว่าจะพยายามเลียนแบบแค่ไหนก็ตาม) และเค้าก็ไม่ใช่ “cool guy” คนไหนทั้งนั้น ทั้งไม่เคยเป็น ไม่ได้เป็น และจะไม่มีวันเป็นได้…. เค้าคือเค้า!! และบนโลกใบนี้ก็มีคนแบบ “เค้า” ได้แค่คนเดียวนี่แหละ 🤗
+++++
พอมีลูกสาว เราก็เลยไปหาเล่มของลูกสาวมาอ่านบ้าง “Raising Girls in the 21st Century” ของนักเขียนคนเดียวกัน แต่เล่มนี้เค้าให้น้ำหนักไปที่ “คุณค่าในตัวเอง” มากกว่าเล่มของลูกชาย ด้วยความที่เด็กผู้หญิงในสังคมส่วนใหญ่จะถูกเลี้ยงดูมาให้อ่อนโยน เป็นเจ้าหญิง (ล่ะมั้ง) หนังสือเล่มนี้เลยให้น้ำหนักกับความเท่าเทียม ความแข่งแกร่ง และเห็นค่าในตัวเองมากๆ (ถ้าเราจำไม่ผิดนะคะ อ่านมานานแล้ว อ่านหลายเล่มด้วย – ถ้าแฟน Steve Biddulph มาอ่านเจอว่าผิดตรงไหน ทักมาได้นะคะ 🙏)
👊 เด็กผู้หญิงก็สามารถเป็นได้ทุกอย่างเหมือนเด็กผู้ชาย พวกเธอไม่จำเป็นต้องชอบสีชมพู ชอบเจ้าหญิง และชอบทำกับข้าว ถ้าพวกเธอจะชอบหุ่นยนต์ อยากไปดวงจันทร์ ก็จงเชื่อเถอะว่าพวกเธอจะทำได้ดีไม่แพ้ผู้ชายเลย
👊 วันนึงพวกเธอจะหลงรักผู้ชายซักคน และรู้สึกอยากทำทุกอย่างเพื่อให้ได้รับความรักจากเขา… อย่าทำแบบนั้น ขอให้พวกเธอเป็นตัวเองให้มากที่สุด และรู้ไว้ว่าผู้ชายในวัยเดียวกับเธอส่วนใหญ่จะยังไม่เห็นค่าของ “รักแท้” พวกเขายังพยายามอยู่กับการที่จะเป็น “cool guy” เป็นที่ยอมรับของเพื่อนๆ และมีแฟนไว้เท่ห์ๆ เท่านั้นแหละ
👊 สำหรับเรื่องอย่างว่า… ถ้าผู้ชายของเธอบอกว่า “ทนไม่ได้” หรือ “รอไม่ไหว” อย่าไปเชื่อ!!! มันเป็นข้ออ้างเท่านั้นแหละ จริงๆ แล้วเด็กผู้ชายทุกคน “ทนได้” และ “รอไหว” จงยินยอมก็ต่อเมื่อเธอรู้สึกพร้อมใจจริงๆ เมื่อมาถึงเรื่องอย่างว่า… จงฟังเสียงหัวใจตัวเองให้มากๆ อย่าทำไปเพราะเสียงเรียกร้องของเด็กผู้ชาย และหากพวกเขาขู่ว่าจะเลิก ก็จงปล่อยเขาไป… ผู้ชายแบบนั้นไม่คู่ควรกับความรักของเธอเลย
💗 สำหรับคุณแม่ที่มีลูกสาว… บทบาทของพวกเราสำคัญตั้งแต่เล็กจนโตเลยจ้าาา แม่คนเดียวจะได้เป็นทั้งแม่ เป็นทั้งบุคคลต้นแบบ และเป็นเพื่อนสาวของพวกเธอด้วยค่ะ 😘 (ใครที่มีทั้งลูกสาว ลูกชาย ไม่ต้องเอาสองคนไปเปรียบเทียบกันนะคะ)
แต่… แต่…. แม่ก็ต้องปรับบทบาทของตัวเองไปด้วยนะ จะทำตัวเป็นแม่ ประคบประหงมดั่งลูกน้อยหอยสังข์ไปตลอดก็ไม่ได้.. จะทำตัวเป็นบุคคลต้นแบบ สั่งสอนไปทุกเรื่อง และคาดหวังให้ลูกคิดเหมือนแม่ ทำเหมือนแม่ เป็นเหมือนแม่ ไปตลอดก็ไม่ได้…. เมื่อลูกเป็นวัยรุ่น เราก็ต้องกลายเป็นเพื่อนของพวกเธอค่ะ!!!
และทางที่ดี เราควรที่จะเริ่มกระบวนการ “เพื่อนสาว” 1-2 ปีก่อนที่พวกเธอจะกลายเป็นวัยรุ่นเต็มตัวค่ะ 
เล่มนี้เค้าแนะนำให้คุณแม่ๆ เริ่มตอนอายุ 9-11 ปีค่ะ ผ่านกิจกรรมที่เรียกว่า GTT (Girls Together Time) หรือแปลเป็นไทยว่า “ช่วงเวลาหญิงๆ” ที่จะมีแค่แม่กับลูกสาวใช้เวลากระหนุงกระหนิงกันตามลำพังเท่านั้น… ไม่มีคุณพ่อ ไม่มีพี่ชาย น้องชาย (ถ้าบ้านไหนมีพี่สาว น้องสาว ก็ให้แยกพาไปทีละคน) และกำหนดไปเลยว่าทุกเดือน (หรือทุก 2 เดือน 3 เดือน) เราจะมี GTT กันนะ 
ช่วงเวลา GTT นี้ คุณแม่กับลูกสาวสามารถสลับกันเลือกได้ว่าจะทำอะไร หรือจะเริ่มต้นด้วยคำถาม “มีอะไรที่ลูกอยากทำกับแม่ แต่ยังไม่เคยทำมั้ยคะ” หรือ “มีอย่างนึงที่แม่อยากทำกับลูก แต่ยังไม่มีโอกาสเลย”
(เหอ เหอ พิมพ์มาถึงตรงนี้แล้วเราก็คิดถึงเรื่องของตัวเองขึ้นมาได้ อาทิตย์ที่แต่งงานเลยจ้าา… จู่ๆ แม่สามีก็พูดขึ้นมาว่า “ชั้นมีแต่ลูกชาย อยากมีลูกสาวมานานแล้ว อยากชวนไปแก้ผ้าอาบน้ำแล้วสลับกันถูหลัง” แล้วหันมามองหน้าลูกสะใภ้ป้ายแดงอย่างเรา เย้ยยย… คงไม่ต้องบอกนะคะว่าหลังจากนั้นเป็นไง 😂😂😂)
ถ้าเรื่องที่ลูกสาว หรือแม่อยากทำ มันจะแปลกๆ ไปบ้างก็ตามนั้นนะคะ คิดซะว่าได้ใช้เวลาร่วมกันและเติมเต็มความฝันของกันและกันโนะ 5555
มันสำคัญมากๆ ที่เราจะเริ่ม GTT และสร้างความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนตั้งแต่ 9-11 ขวบ เพราะเมื่อพวกเธอเริ่มเป็นวัยรุ่นเต็มตัว 13-15 ปี พวกเธอจะเริ่มอาย เริ่มมีความลับ เริ่มรู้สึกว่า… แม่ไม่เข้าใจหรอก!! แล้วพวกเธอจะหันไปปรึกษากันเอง ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว… ถึงแม้ว่าพวกเธอจะเข้าใจกันมากแค่ไหน แต่ก็ไม่มีใครในกลุ่มเพื่อนๆ ของพวกเธอที่มีความรู้ ความเข้าใจโลก และประสบการณ์มากกว่ากันเลยซักคน
การที่เราเริ่ม GTT ล่วงหน้า 1-2 ปี เป็นการสร้างสายใยบางๆ ไว้ก่อนที่พวกเธอจะเป็นวัยรุ่น และไม่ว่าพวกเธอจะติดเพื่อนแค่ไหน มีความลับอะไร และมีอะไรเกิดขึ้นภายในจิตใจพวกเธอ… แต่เมื่อถึงเวลา GTT ทุกเดือน (2 เดือน หรือ 3 เดือน) ตามที่เราทำเป็นประจำมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว พวกเธอก็ต้องหลุดปากเล่าอะไรออกมาให้แม่ๆ อย่างเราได้รับรู้บ้างล่ะน่า 
และถึงตอนนั้นแม่ๆ อย่างเราก็ต้องไม่ลืมที่จะอัพเกรดสถานะตัวเองจากแม่ จากบุคคลต้นแบบ กลายมาเป็นเพื่อนสาวที่แสนดีผู้ซึ่งเข้าใจพวกเธอด้วยนะคะ
💃💃💃

เครดิต: แอดมินตุล (Tara Thow) TSLTK

 

😎😎😎😎😎

อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

แจกฟรี! สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ PDF

สอบถามเพิ่มเติมทางไลน์ @TSLTK ได้เลยนะคะ

 

👩‍🏫 คอร์สอบรมและสื่อของเราเหมาะสำหรับ

 

✅ คุณครูที่สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติอยู่แล้ว

✅ ผู้ที่สนใจเริ่มต้นอาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

#อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#เทคนิคการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติPDF

#ฟรีตัวอย่างสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#วิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#คู่มือสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

5 เหตุผลที่ครอบครัวชาวต่างชาติควรเรียนภาษาไทย

เพื่อนๆ ของเราหลายคนในเพจนี้น่าจะมีคนรู้จัก เพื่อนหรือว่าคนในครอบครัวที่เป็นชาวต่างชาติใช่ไหมคะ วันนี้เราอยากให้เพื่อนๆ ชวนคนที่เรารักมาเรียนภาษาไทยกันนะคะ และนี่ก็เป็นเหตุผลว่าทำไมชาวต่างชาติควรเรียนภาษาไทยค่ะ
💘 1. สำหรับชาวต่างชาติภาษาไทยเป็นภาษาที่ไม่ยากเกินไป
โดยเฉพาะสำหรับคนที่พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ ภาษาไทยมีความท้าทายอยู่ในระดับพอดีๆ ค่ะ หน่วยงาน The Foreign Service Institute ของสหรัฐอเมริกา ได้จัดให้ภาษาไทยอยู่ในหมวดความยากระดับที่ 4 เท่านั้นนะคะ นอกจากนี้  อักษรไทยก็มีเพียง 44 ตัว ซึ่งนับว่าง่ายกว่าการเรียนภาษาจีนกลาง อารบิค หรือภาษาญี่ปุ่นมากเลยค่ะ หากเพื่อนต่างชาติของใครอยากเรียนภาษาที่สองแนะนำให้ลองเรียนพูดภาษาไทยค่ะเพราะไม่ยากไม่ง่ายจนเกินไปนะคะ   หากไปเริ่มเรียนอะไรที่ยากเกินไปจะทำให้เราท้อถอยจนหมดกำลังใจค่ะ
💘 2. ภาษาไทยมีไวยากรณ์ที่ไม่ซับซ้อนเมื่อเทียบกับภาษาอื่น ๆ     
นักภาษาศาสตร์จัดให้ภาษาไทย อยู่ในกลุ่มเป็นภาษาคำโดด (Isolating language) คือ คำส่วนใหญ่อาจจะประกอบด้วยหน่วยคำเพียงหน่วยเดียว และเป็นภาษาที่ใช้โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูปคำเพื่อบอกเพศของนาม พจน์ และกาล หากจะพูดให้เข้าใจง่ายๆ คือ เราไม่การผันเปลี่ยน Tense เหมือนภาษาอังกฤษนะคะ  หรือเวลาอยากจะพูดคำนามก็ไม่ต้องกังวลว่าจะพูดเป็นเอกพจน์หรือพหูพจน์ (เติม s,es) เหมือนภาษาอังกฤษนั่นเองค่ะ  ง่ายดีใช่ไหมล่ะค่ะ และนี่ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ชาวต่างชาติชอบเรียนภาษาไทยค่ะ 
💘 3. ภาษาไทยช่วยให้เราได้เปรียบเวลาหางาน
ยุคสมัยนี้เวลาสมัครงานโดยเฉพาะในบริษัทข้ามชาติแล้วต้องกรอกข้อมูลส่วนตัว หากเรากรอกไปว่าสามารถพูดได้มากกว่าหนึ่งภาษาถือเป็นข้อได้เปรียบกว่าผู้สมัครคนอื่นนะคะ  และอีกอย่างหนึ่งคือภาษาไทยนั้นไม่ได้ใช้กันแค่ที่ประเทศไทยอย่างเดียวนะคะ ในต่างประเทศเช่น ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา  หรือยุโรป ก็มีชุมชนชาวไทยที่ใหญ่มากเช่นกันค่ะ เพราะฉะนั้นเราสามารถหางานได้มากมายเลยค่ะ
💘 4. ภาษาไทยช่วยให้นักเรียนเข้าใจชาวไทยและวัฒนธรรมไทยได้ดี
การเรียนภาษาไทยทำให้นักเรียนสามารถสื่อสารกับคนในครอบครัวที่เป็นคนไทย คุณพ่อคุณแม่คุณตาคุณยายได้ดีนะคะ สร้างความเข้าใจอันดีในครอบครัว นอกจากนี้ยังมีนักเรียนผู้ใหญ่หลายคนบอกเหตุผลที่อยากเรียนภาษาไทยคือเพราะว่าพวกเขาชื่นชอบ  มวยไทย ดาราไทย และนักร้องไทยค่ะ
💘 5. การออกเสียงภาษาไทยน่ารัก
ข้อสุดท้ายเป็นเหตุผลที่ชาวต่างชาติหลาย ๆ คนบอกว่าชอบเรียนเพราะบอกว่าการออกเสียงของภาษาไทยน่ารัก เมื่อพูดภาษาไทยแล้วดูเป็นคนที่สุภาพเรียบร้อย อ่อนโยน มีการลงท้ายประโยค ด้วยคำว่า ครับ / ค่ะ  นั่นเป็นเสน่ห์ที่สำหรับของคนไทยเลยนะคะ
อ่านจบแล้วเห็นไหมคะว่าภาษาไทยนั้นเหมาะจะเรียนเป็นภาษาที่สองมากเลยค่ะ อย่าลืมชักชวนเพื่อนต่างชาติมาเรียนภาษาไทยกันนะคะ 

เครดิต: ครูน้ำ

 

😎😎😎😎😎

 

อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

แจกฟรี! สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ PDF

สอบถามเพิ่มเติมทางไลน์ @TSLTK ได้เลยนะคะ

 

👩‍🏫 คอร์สอบรมและสื่อของเราเหมาะสำหรับ

 

✅ คุณครูที่สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติอยู่แล้ว

✅ ผู้ที่สนใจเริ่มต้นอาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

#อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#เทคนิคการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติPDF

#ฟรีตัวอย่างสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#วิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#คู่มือสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ