“เศรษฐีเด็กสตอรี่” เรื่องราวของแรงบันดาลใจดีๆ

💥 วันนี้เรามี “เศรษฐีเด็กสตอรี่” เรื่องราวของแรงบันดาลใจดีๆ มาฝากกันค่ะ  
🌈 วันนี้เป็นเรื่องราวของ “Morgan Hipworth” มอร์แกน ฮิปเวิร์ธ  เจ้าของธุรกิจโดนัทในออสเตรเลีย  จากจุดเริ่มต้นคือความชอบในการทำขนมตั้งแต่ 7 ขวบ ปัจจุบันน้องมอร์แกนในวัย 21 ปี มีมูลค่าสินทรัพย์รวม 200 ล้านดอลล่าร์ออสเตรเลีย (หรือ 4,880 ล้านบาท!!)
⭐️ ตอนอายุ 7 ขวบ น้องก็ชอบทำอาหารเลียนแบบจากรายการเรียลลิตี้โชว์ Masterchef ที่ดูในทีวี  ตอนนั้นคนในครอบครัวก็คอยชื่นชมบอกว่าเขาทำอร่อยมาก และน้องก็ฝึกหัดทำขนมเรื่อยมา
⭐️ พออายุได้ 13 ปี มอร์แกนก็ลองส่งอีเมลติดต่อที่ร้านคาเฟ่แถวบ้านเพื่อจะขอส่งขนมไปขาย เมื่อเจ้าของร้านให้โอกาส น้องก็เลยเริ่มทำเค้กส่งตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาไม่ว่าจะเป็นช็อคโกแลตทาร์ทหรือเค้กมะนาว แต่ก็มีปัญหาคือออเดอร์จะเข้ามาประมาณบ่ายสามโมง ทำให้เขาไม่มีเวลาเตรียมตัว บางวันก็มีการบ้านจากโรงเรียนเยอะด้วยมอร์แกนต้องใช้เวลาพักกลางวันในการทำการบ้านให้เสร็จ  
⚡️ ความลำบากของงานนี้คือคืนวันศุกร์และเสาร์ มอร์แกนต้องอบเค้กสามทุ่มจนตีสองให้เสร็จทันเพื่อที่จะส่งของในตอนเช้า
ซึ่งก็เป็นอย่างนี้ตลอดช่วงที่เริ่มทำธุรกิจ ต่อมามอร์แกนก็ค้นพบว่าสินค้าที่ขายดีมากคือโดนัทก็เลยเลิกทำเค้กมาทำแค่เฉพาะโดนัทเท่านั้น โดยมีลูกมือคือคุณยายคุณยายและญาติๆ ค่ะ ทำไปทำมาจนเป็นที่นิยม เขาต้องขายส่งโดนัทถึง 20 ร้านคาเฟ่ทั่วเมืองเมลเบิร์น ตอนนั้นมอร์แกนอยากจะลองเปิดร้านเป็นของตัวเองแต่พ่อแม่ห้ามไว้เพราะอยากให้มอร์แกนตั้งใจเรียนหนังสือมากกว่า
🌈 แต่สุดท้ายครอบครัวก็ยอมมาเจอกันตรงกลาง เลยตกลงกันว่าให้เปิดร้านแบบป๊อบอัพสโตร์ขายเฉพาะช่วงวันหยุดไปก่อน แต่ว่าพอเปิดได้เพียงแปดวันแรก ก็ขายดีได้ถึง 10,000 ชิ้นเลยทีเดียว !
🌈 และในที่สุดมอร์แกนก็ได้เปิดร้านถาวรของตัวเองค่ะ 
🍩 ร้านของมอร์แกนชื่อว่า Morgan Bistro ทุกวันนี้ขายโดนัทได้ 8,000- 20,000 ชิ้นต่อสัปดาห์ จุดเด่นคือมีโดนัทให้เลือกหลากหลายรสชาติและใช้ของที่สดใหม่เท่านั้น หากของขายไม่หมดภายในวันนั้นทางร้านจะทำไปบริจาคให้การกุศลไม่มีการนำมาขายต่อวันรุ่งขึ้นค่ะ

🌈 ที่สำคัญมอร์แกนไม่ได้เก่งแค่การทำขนมอย่างเดียวนะคะ  เขาต้องบริหารพนักงานที่อายุมากกว่า  ควบคุมรายจ่ายและลงโปรโมตร้านใน Instagram และ Tiktok ด้วยค่ะ  สิ่งที่มอร์แกนอยากฝากเด็กๆ คือ “หาสิ่งที่คุณชอบและมีพาสชั่นให้เจอ  แล้วก็ลงมือทำ”

ที่มา: ครูน้ำ
🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼

อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

แจกฟรี! สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ PDF

สอบถามเพิ่มเติมทางไลน์ @TSLTK ได้เลยนะคะ

 

👩‍🏫 คอร์สอบรมและสื่อของเราเหมาะสำหรับ

 

✅ คุณครูที่สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติอยู่แล้ว

✅ ผู้ที่สนใจเริ่มต้นอาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

#อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#เทคนิคการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติPDF

#ฟรีตัวอย่างสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#วิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#คู่มือสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

5  เทคนิคช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับลูก

🍀 วันนี้เรามีบทความมาฝากเกี่ยวกับ  5  เทคนิคช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับลูกค่ะ
🌈 การมีความมั่นใจในตนเองในระดับสมดุลเป็นสิ่งที่ดี เนื่องจากเด็กที่มีความมั่นใจแปลว่าเขาเชื่อมั่นในความสามารถของตนเอง ทำให้กล้าลงมือทำสิ่งต่างๆ เด็กจะสามารถรับมือได้หากเกิดอะไรที่ไม่ได้สำเร็จอย่างที่ตั้งใจไว้ เรามาดูกันเลยดีกว่าค่ะ ว่าพ่อแม่จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้เด็กๆ ได้อย่างไร
⭐️ 1. คุณพ่อคุณแม่ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีด้านความมั่นใจให้กับลูก
เราควรพยายามเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูก เพราะลูกจะคอยจดจำพฤติกรรมต่างๆ จากภายในครอบครัวอยู่แล้วค่ะ ลักษณะที่เราควรแสดงให้ลูกเห็นคือ เชื่อมั่นว่าตัวเองมีความสามารถเพียงพอในการทำสิ่งต่างๆ ให้สำเร็จลุล่วง หากคุณพ่อคุณแม่ทำได้ น้องๆ จะเกิดความคุ้นเคยและค่อยๆ จะเพิ่มความมั่นใจในตนเองมากขึ้นค่ะ
⭐️ 2. ไม่รู้สึกโกรธหรือเสียใจเมื่อเกิดความผิดพลาดไปบ้าง
สอนให้ลูกรู้จักว่าความผิดพลาดเป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้ อย่าให้ลูกยึดติดกับความสมบูรณ์แบบ เพราะลูกจะกลายเป็นคนที่ไม่อยากลงมือทำอะไรเพราะกลัวทำไปแล้วล้มเหลวนะคะ คนที่มีความมั่นใจจะต้องกล้าลองทำ ไม่กลัวเรื่องผิดพลาดหรือเสียหน้าเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ค่ะ
⭐️ 3. สนับสนุนลูกให้ลองทำในสิ่งใหม่ๆ ดูบ้าง
บางทีลูกก็จะมีเรื่องที่ทำได้ดีอยู่แล้ว  ซึ่งก็ทำให้เขามีความมั่นใจในด้านนั้นๆ แต่คุณพ่อคุณแม่ลองให้ลูกทำอะไรที่หลากหลายเปลี่ยนแนวบ้าง เพราะเด็กจะเกิดความมั่นใจในสถานการณ์ที่ต้อง จัดการกับสิ่งแปลกใหม่ที่เข้ามาในชีวิต  ตัวอย่างเช่น  หากลูกชอบเรียนทางด้านคณิตศาสตร์และทำได้ดีอยู่แล้ว ลองเปิดโอกาสให้ลูกเรียนเกี่ยวกับภาษาหรือดนตรี กีฬาดูบ้างค่ะ
⭐️ 4. ให้ลูกลองล้มเหลวบ้าง
อย่าเลี้ยงลูกแบบไข่ในหินที่จะไม่ให้เจอความผิดพลาดเลย การลองผิดลองถูกจะทำให้ลูกเกิดการเรียนรู้ ซึ่งเป็นประโยชน์กับตัวเด็กเองมากกว่า  ผิดพลาดก็ไม่เป็นไร เราเริ่มใหม่ได้  แบบนี้เด็กจะเกิดความมั่นใจในการลงมือทำอะไร ไม่ต้องเกร็งกับการล้มเหลวตลอดเวลาค่ะ
⭐️ 5. ชมเชยในความพยายามของลูก

คุณพ่อคุณแม่ควรบอกลูกว่าเรามีความภูมิใจในตัวเขาที่อดทนและพยายามได้ดี สิ่งนี้ที่จะเป็นความมั่นใจติดตัวลูกไปตลอด ซึ่งเวลาเขาจะทำอะไร อย่างน้อยจะได้มั่นใจว่ามีคุณพ่อคุณแม่คอยให้กำลังใจเขาอยู่ตลอดค่ะ

🙏❤️ ที่มา: ครูน้ำ

😎😎😎😎😎

 

อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

แจกฟรี! สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ PDF

สอบถามเพิ่มเติมทางไลน์ @TSLTK ได้เลยนะคะ

 

👩‍🏫 คอร์สอบรมและสื่อของเราเหมาะสำหรับ

 

✅ คุณครูที่สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติอยู่แล้ว

✅ ผู้ที่สนใจเริ่มต้นอาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

#อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#เทคนิคการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติPDF

#ฟรีตัวอย่างสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#วิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#คู่มือสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

4 วิธีชมเชยลูก ให้ได้ผลที่ดีที่สุด

🌈 วันนี้เรามีบทความมาแชร์กับคุณพ่อคุณแม่เกี่ยวกับวิธีการชมเชยลูกค่ะ 
⭐️ 1. พยายามพูดชมเชยแบบเฉพาะเจาะจง
 หลักสำคัญของการชมเชยคือการเฉพาะเจาะจง  อย่าชมเชยลูกแค่ว่า  “เก่งมากค่ะ” แล้วจบเพียงเท่านั้น  เพราะจะไม่เป็นประโยชน์ต่อตัวเด็กเพิ่มขึ้น เนื่องจากเด็กจะไม่เข้าใจว่าสิ่งที่เขาทำไปแล้วในจุดไหนคือสิ่งที่ดี  ตัวอย่างเช่น เวลาลูกช่วยจัดห้องเป็นระเบียบ ควรจะชมลูกไปในแนวทางที่ว่า “ขอบคุณที่ลูกช่วยแม่จัดห้องนะคะ แม่ชอบเวลาลูกไปช่วยเรียงรองเท้าด้วย เพราะว่าตอนเช้าก่อนออกจากบ้านเราก็หยิบรองเท้ามาใส่ได้ง่ายเลยนะคะ”  
⭐️ 2. ชมเชยที่ความพยายามอย่าชมลูกแค่ที่ความสำเร็จ
เป็นเรื่องธรรมดาประสาพ่อแม่ที่เราอยากชมเวลาที่ลูกทำอะไรสำเร็จ แต่การที่คุณพ่อคุณแม่ไปโฟกัสเรื่องผลลัพธ์ จะเป็นการนำไปสู่การหมดกำลังใจได้ง่ายในตอนเขาโตขึ้น   เพราะในชีวิตจริงไม่ได้หมายความว่าเราต้องทำอะไรสำเร็จตลอดไป  เพราะบางครั้งก็ต้องมีการล้มเหลวบ้าง แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่ชมในความพยายามของลูก เราสามารถชมได้ตั้งแต่ความสำเร็จยังไม่เกิดเลย ทำให้ลูกรับรู้ว่าเราเชื่อในตัวเขา เช่น อย่าชมแค่ว่า สอบได้ที่หนึ่งอีกแล้ว ควรชมเชยว่าลูกมีความพยายามในการอ่านหนังสือเตรียมสอบเป็นอย่างมาก
⭐️ 3. อธิบายตามสิ่งที่เห็น
เวลาชมแล้วเราอธิบายรายละเอียด  จะทำให้เด็กเกิดความรู้สึกดีใจและมั่นใจว่าคุณพ่อคุณแม่คอยดูเขาอยู่นะคะ ทำให้ลูกเกิดความอุ่นใจ และเกิดแนวโน้มว่าลูกจะทำพฤติกรรมดีซ้ำอีก ตัวอย่างเช่น เวลาลูกช่วยเหลือเพื่อน ไม่ควรชมเชยสั้นๆ แค่ “ใจดีจัง”  แต่ควรเปลี่ยนเป็น “ดีจังเวลาลูกไปปลอบเพื่อนกับช่วยเพื่อนให้ลุกขึ้นตอนเพื่อนล้ม เพื่อนน่าจะตกใจอยู่พอลูกไปช่วย เพื่อนก็น่าจะรู้สึกดีขึ้นนะคะ” 
⭐️ 4. ไม่เน้นชมเชยเรื่องฉลาด สติปัญญา
แต่เราควรชมเชยที่การกระทำของลูก การที่ไปชมจุดที่เป็นลักษณะที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ อาจจะส่งผลในทางย้อนกลับได้ ตัวอย่างเช่น การไปชมว่าลูกฉลาด เด็กบางคนอาจจะคิดว่า เราฉลาดอยู่แล้ว ก็ไม่ต้องพัฒนาตัวเองอะไร หรือในอนาคตบางครั้งที่เขาอาจจะได้คะแนนไม่ดีอย่างที่คิด ลูกอาจจะคิดไปได้ว่าเขาไม่ฉลาดเมื่อก่อนเสียแล้ว เราจึงควรชื่นชมลูกเช่น “โอ้โห คะแนนรอบนี้ออกมาดีมากเลย หนูฝึกทำแบบฝึกหัดก่อนไปสอบเยอะแยะเลยนะ มีความพยายามมากค่ะ” 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://www.mother.ly

สอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตร หนังสือ และคอร์สอบรมของเราได้ที่ไลน์ @tsltk

เครดิต: ครูน้ำ
🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼

อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

แจกฟรี! สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ PDF

สอบถามเพิ่มเติมทางไลน์ @TSLTK ได้เลยนะคะ

 

👩‍🏫 คอร์สอบรมและสื่อของเราเหมาะสำหรับ

 

✅ คุณครูที่สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติอยู่แล้ว

✅ ผู้ที่สนใจเริ่มต้นอาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

#อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#เทคนิคการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติPDF

#ฟรีตัวอย่างสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#วิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#คู่มือสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

ความฉลาดทั้ง 7 ด้านที่ควรรู้

🌈 บทความของเราวันนี้จะมาแนะนำคุณพ่อคุณแม่ให้ทำความรู้จักกับความฉลาดทั้ง 7 ด้านกันค่ะ
⭐️ 1. IQ (Intelligence Quotient) คือ ความฉลาดทางสติปัญญา เช่น ความสามารถทางวิชาการ การคำนวณ การวิเคราะห์ หรือที่คุณพ่อคุณแม่เคยเห็นแบบฝึกหัดหรือพวกข้อสอบเชาวน์ปัญญานั่นแหละค่ะ เราสามารถส่งเสริมได้ด้วยการให้เด็ก ๆ มีหมั่นศึกษาหาความรู้ มีการเจริญเติบโตตามวัย และทานอาหารบำรุงสมอง เช่น ปลา หรือ สารอาหารพวกโอเมก้าสาม เป็นต้นค่ะ
⭐️ 2. EQ (Emotional Quotient) คือ ความฉลาดทางอารมณ์ เป็นความสามารถในการรับรู้ เข้าใจอารมณ์ตัวเองและผู้อื่น สามารถปรับอารมณ์ให้เข้ากับสถานการณ์และมีระเบียบวินัย เรื่องของ EQ นั้น เราสามารถสอนหรือปรับปรุงได้นะคะ โดยสามารถช่วยส่งเสริมลูกได้ด้วยการที่เราเป็นตัวอย่างที่ดี ไม่แสดงตัวอย่างไม่ดีใส่ลูกเช่นการโมโห การเขวี้ยงข้าวของเวลาอารมณ์เสียนะคะ
⭐️ 3. CQ (Creativity Quotient) ความฉลาดในการริเริ่มสร้างสรรค์ คือ เด็กที่มี มี Creative Thinking เราสามารถช่วยให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์ได้ ถ้าเราให้เขาเล่นโดยที่ใช้จินตนาการ เช่น การเล่น งานศิลปะ และการประดิษฐ์สิ่งของต่าง ๆ การพาลูกเดินทางท่องเที่ยวไปยังที่ต่าง ๆ ให้ลูกเล่าเรื่อง แต่งนิทานเป็นต้น
⭐️ 4. MQ (Moral Quotient) คือ ความฉลาดทางศีลธรรม จริยธรรม คือ เด็กมีความประพฤติดี รู้จักรับผิดชอบ มีความซื่อสัตย์ พ่อแม่ต้องทำเป็นตัวอย่างให้เด็กเห็นอย่างสม่ำเสมอด้วยจึงจะได้ผลนะคะ ลองสอนให้ลูกรู้จักการแบ่งปัน มีวินัย และความรับผิดชอบ เป็นต้น
⭐️ 5. PQ (Play Quotient) คือ ความฉลาดที่เกิดจากการเล่น และการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ข้อนี้เราสามารถส่งเสริมลูกได้โดยไม่ต้องใช้ของเล่นราคาแพง แต่พ่อแม่ต้องพยายามเล่นกับลูกบ่อย ๆ นะคะ
⭐️ 6. AQ (Adversity Quotient) คือ ความฉลาดในการแก้ปัญหา คือเด็กสามารถที่จะยืดหยุ่นปรับตัวในการเผชิญปัญหาได้ดี และพยายามเอาชนะความยากลำบาก ดังนั้นวิธีการฝึก AQ คุณพ่อคุณแม่ต้องให้โอกาสเด็ก ๆ เผชิญกับปัญหาและหาทางแก้ปัญหาด้วยตัวเองตั้งแต่เล็ก อย่าช่วยเหลือตลอด หรือให้ลูกสบายเกินไปตั้งแต่ยังเด็ก ต้องปล่อยให้ลูกได้สัมผัสกับอุปสรรคบ้างค่ะ
⭐️ 7. SQ (Social Quotient) คือ ความฉลาดทางสังคม คือ เด็กที่สามารถเข้ากับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ปรับตัวเข้าหาผู้อื่นได้ วิธีการฝึก SQ คือ พยายามให้เด็กได้มีโอกาสเล่นกับเพื่อนๆ ในวัยเดียวกัน หรือทำงานกลุ่ม สอนให้ลูกรู้จักแบ่งปัน เรียนรู้วิธีผูกมิตรกับคนอื่นๆค่ะ

เครดิต: ครูน้ำ

สอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตร หนังสือ และคอร์สอบรมของเราได้ที่ไลน์ @tsltk

🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼

อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

แจกฟรี! สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ PDF

สอบถามเพิ่มเติมทางไลน์ @TSLTK ได้เลยนะคะ

 

👩‍🏫 คอร์สอบรมและสื่อของเราเหมาะสำหรับ

 

✅ คุณครูที่สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติอยู่แล้ว

✅ ผู้ที่สนใจเริ่มต้นอาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

#อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#เทคนิคการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติPDF

#ฟรีตัวอย่างสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#วิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#คู่มือสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

การเรียนรู้เรื่องเงินให้เหมาะสมกับช่วงวัย

💸 วันนี้เราลองมาดูกันดีกว่าค่ะ การเรียนรู้เรื่องเงินให้เหมาะสมกับช่วงวัยเป็นอย่างไร 
🌈  เรื่องเงินทองเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องสอนให้เด็ก ๆ เรียนรู้เอาไว้นะคะ หากลูก ๆ เคยชินกับเรื่องเงินทองตั้งแต่เด็ก สามารถนำไปสู่การประสบความสำเร็จด้านการเงินได้ในอนาคตค่ะ มาดูกันดีกว่าค่ะว่าแต่ละช่วงวัยเราจะสอนอะไรลูก ๆ ได้บ้าง
⭐️ วัยช่วงอนุบาล ประถมต้น
เด็กวัยนี้เราต้องเริ่มต้นให้น้อง ๆ มีทักษะพื้นฐานก่อนนะคะ คุณพ่อคุณแม่สามารถสอนให้ลูกรู้จักการนับเลขง่าย ๆ ก่อน เช่น ฝึกนับสิ่งของใกล้ตัว  เมื่อน้องๆ เริ่มโตมาก็สอนให้นับเหรียญหรือธนบัตรให้เป็น สอนเรื่องการแลกเปลี่ยน เช่น เราสามารถใช้เงินไปแลกกับสิ่งของได้เป็นต้น เวลาไปซื้อของก็อธิบายให้ลูกฟังว่าต้องเอาเงินไปจ่ายด้วย และมูลค่าของเงินเท่าไหร่จะซื้อขนมได้กี่ชิ้น เป็นต้น 
⭐️ วัยประถม
วัยนี้สามารถเริ่มสอนพื้นฐานของการหาเงินกับการเก็บออมได้นะคะ ฝึกให้น้อง ๆ เข้าใจว่าเป็นเด็กก็สามารถหาเงินได้  เช่นอาจจะช่วยคุณแม่ทำงานบ้าน หรือกวาดใบไม้ เป็นต้น  โดยเมื่อลูก ๆ มีเงินจากการทำงานบ้าน ช่วยคุณพ่อคุณแม่เล็ก ๆ น้อย ๆ ก็สามารถเอามาหยอดในประปุกออมสินได้ค่ะ เลือกแบบที่น่ารัก ๆ โดนใจลูกนะคะ และสิ่งที่สำคัญคือต้องย้ำกับเด็ก ๆ ก็คือ ต้องใช้จ่ายให้น้อยกว่าเงินที่เราหาได้เสมอค่ะ 
⭐️ วัยมัธยมต้น
คุณพ่อคุณแม่สามารถอธิบายเรื่องเกี่ยวกับรายได้หรือเงินเดือนให้ลูกฟังค่ะ เพราะเด็กจะมีความสามารถในการเรียนรู้เพิ่มขึ้น โดยอาจจะเล่าให้ฟังว่างานของคุณพ่อคุณแม่นั้นได้เงินเดือน หรือค่าแรงเท่าไหร่ และต้องมีการจ่ายค่าอื่น ๆ เช่น เสียภาษี  ค่าประกันสุขภาพ กองทุนต่าง ๆ  ด้วยเท่าไหร่ เพื่อเป็นการสอนลูกให้เข้าใจ concept ของเงินเดือนเบื้องต้นนะคะ
⭐️ วัยมัธยมปลาย
เนื่องจากเด็ก ๆ ในวัยนี้อยู่ในช่วงวัยรุ่น ซึ่งย่อมชอบมองหาความเป็นอิสระ คุณพ่อคุณแม่ควรสอนพวกเขาเกี่ยวกับเรื่องบัญชีเงินฝาก เพื่อให้เขาลองฝากเงินเองและเรียนรู้เรื่องอัตราดอกเบี้ย ซึ่งหลาย ๆ ธนาคารที่ประเทศไทยก็ให้เด็กสามารถเปิดบัญชีได้เองโดยไม่ต้องมีชื่อผู้ปกครองร่วมตั้งแต่อายุ 15 ปีค่ะ (ควรศึกษารายละเอียดของแต่ละธนาคาร) นอกจากนี้ควรสอนลูกเรื่องการเตรียมเงินเพื่อจ่ายค่าเทอมในระดับอุดมศึกษานะคะ แม้ว่าคุณพ่อคุณแม่จะเตรียมงบประมาณไว้ให้  แต่ลูกควรรู้ค่าเทอมคร่าว ๆ หรือให้ลูกทราบเกี่ยวกับนโยบายทุนการศึกษาของมหาวิทยาลัยที่ลูกสนใจจะเข้าเรียนค่ะ
เป็นยังไงกันบ้างคะ ความรู้ด้านทางการเงินสำหรับเด็กแต่วัย เราหวังว่าจะเป็นประโยชน์กับคุณพ่อคุณแม่ทุกท่านนะคะ 🥰

ที่มา: ครูน้ำ

🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼

อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

แจกฟรี! สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ PDF

สอบถามเพิ่มเติมทางไลน์ @TSLTK ได้เลยนะคะ

 

👩‍🏫 คอร์สอบรมและสื่อของเราเหมาะสำหรับ

 

✅ คุณครูที่สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติอยู่แล้ว

✅ ผู้ที่สนใจเริ่มต้นอาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

#อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#เทคนิคการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติPDF

#ฟรีตัวอย่างสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#วิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#คู่มือสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

การละเล่นแบบไทยๆ ที่คุณพ่อคุณแม่ควรจะเล่าให้ลูกฟัง

เพื่อเป็นการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทยลองชวนเด็ก ๆ ที่บ้านมาฟังคุณพ่อคุณแม่เล่าเรื่องการละเล่นแบบไทยๆ กันนะคะ มาดูกันเลยดีกว่าค่ะ  ว่าการละเล่นแบบไทย ๆ มีอะไรกันบ้าง
⭐️ 1. ขี่ม้าก้านกล้วย
ในสมัยโบราณแทบทุกบ้านจะปลูกต้นกล้วย  คนโบราณจึงนำส่วนต่าง ๆ ของต้นกล้วยมาทำเป็นของเล่น เป็นที่ชอบใจของเด็กชายวัยซนมากเลยค่ะ เพราะเด็ก ๆ จะนำก้านกล้วยมาขี่เป็นม้าเพื่อแข่งขันกัน โดยมีการใช้เชือกกล้วยมาผูกตรงหัวและหางและจินตนาการว่ากำลังขี่ม้าค่ะ 
⭐️ 2. หมากเก็บ
การเล่นหมากเก็บเล่นได้ทั้งหญิงชายเลยนะคะ  แต่จะเป็นที่นิยมมากในหมู่เด็กผู้หญิงค่ะ ปกติจะใช้ผู้เล่น 2 คนขึ้นไปอุปกรณ์คือก้อนหินเล็ก ๆ 5 ก้อน ส่วนหากสมัยใหม่ขึ้นมาก็สามารถใช้หมากเก็บที่เป็นโซ่พลาสติกมาเล่นได้ค่ะ โดยต้องโยนเม็ดแรกขึ้น พร้อมเก็บหมากครั้งละเม็ด และต้องรับลูกที่โยนขึ้นไปตอนแรกให้ได้ ถ้ารับไม่ได้ถือว่า “ตาย” หรือถ้ามือไปถูกเม็ดอื่นก็ถือว่า “ตาย” เช่นกัน โดยจะมีความยากมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามจำนวนตาที่เล่นค่ะ เพราะต้องเก็บหมากมากกว่าหนึ่งเม็ดไปเรื่อย ๆ ค่ะ 
⭐️ 3. มอญซ่อนผ้า
การละเล่นนี้เราเล่นกันเป็นกลุ่มนะคะ โดยเด็ก ๆ จะนั่งล้อมวง ร้องเพลง “มอญซ่อนผ้า ตุ๊กตาอยู่ข้างหลัง ไว้โน่นไว้นี่ ฉันจะตีก้นเธอ” และคนที่เป็นมอญถือผ้าไว้ในมือ เดินวนอยู่นอกวง ระหว่างที่เพื่อน ๆ ร้องเพลง คนที่เป็นมอญต้องแอบวางผ้าไว้ด้านหลังของเพื่อน พอใครรู้ตัวว่ามีผ้าอยู่ด้านหลัง ก็จะวิ่งไล่ตีมอญให้โดนตัว 1 รอบ ส่วนเด็กที่เป็นมอญต้องวิ่งหนีกลับมานั่งที่เดิม แต่ถ้ามอญโดนตีด้วยผ้า ก็ต้องกลับไปเป็นคนซ่อนผ้าใหม่อีกรอบค่ะ 
⭐️ 4. รีรีข้าวสาร
ต้องมีผู้เล่น 2 คน ยืนเอามือประสานกันเหนือศีรษะเป็นซุ้มประตู คนอื่น ๆ เกาะไหล่กันลอดใต้โค้งไปเรื่อย ๆ ระหว่างผู้เล่น 2 คนที่เป็นประตูจะร้องเพลงว่า “รีรีข้าวสาร สองทะนานข้าวเปลือก เลือกท้องใบลาน เก็บเบี้ยใต้ถุนร้าน คดข้าวใส่จาน พานเอาคนข้างหลังไว้ให้ดี” พอเพลงจบประตูจะกระตุกแขนลงกั้นคนสุดท้ายให้อยู่ระหว่างกลางค่ะ คนที่ถูกกั้นต้องออกจากเกม การเล่นชนิดนี้ ความสนุกสนานอยู่ที่ตอนร้องเพลงและ ความว่องไว ที่จะต้องพยายามหนีไม่ให้ถูกคนที่เป็นประตูกั้นเราได้ค่ะ 

เครดิต: ครูน้ำ

 

😎😎😎😎😎

 

อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

แจกฟรี! สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ PDF

สอบถามเพิ่มเติมทางไลน์ @TSLTK ได้เลยนะคะ

 

👩‍🏫 คอร์สอบรมและสื่อของเราเหมาะสำหรับ

 

✅ คุณครูที่สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติอยู่แล้ว

✅ ผู้ที่สนใจเริ่มต้นอาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

#อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#เทคนิคการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติPDF

#ฟรีตัวอย่างสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#วิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#คู่มือสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

5 นิสัยเด็กสร้างเด็กเก่ง

🤓 เด็กแต่ละคนก็มีความพิเศษและความเก่งที่ไม่เหมือนกันนะคะ เรามาดูกันว่า “นิสัยสร้างเด็กเก่ง” มีอะไรบ้างและคุณพ่อคุณแม่จะสามารถช่วยลูกพัฒนาได้อย่างไรค่ะ
🌈 1. มีทักษะการสื่อสารที่ดี
การที่เด็กมีทักษะในการสื่อสารที่ดี  พูดจาโต้ตอบหรืออธิบายอะไรชัดเจนและฉะฉาน เป็นสิ่งที่ช่วยส่งเสริมให้เด็กเป็นคนเก่งนะคะ สิ่งหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมทักษะการสื่อสารเกิดจากการอ่าน เพราะเวลาอ่าน เด็กจะได้คำศัพท์และได้ดูตัวอย่างการเล่าเรื่อง โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยส่งเสริมน้อง ๆ ได้ เช่น ชวนลูกอ่านนิทานหรือหนังสือด้วยกัน หรืออาจจะชวนให้ลูกลองเล่าเรื่องที่โรงเรียนให้ฟังโดยที่คุณพ่อคุณแม่ต้องตั้งใจฟังเขาพูดด้วยนะคะ
🌈 2.เป็นคนคิดบวก
การเป็นคนคิดบวกจะช่วยให้เด็กสามารถพาตัวเองผ่านพ้นอุปสรรคต่าง ๆ ไปได้ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียนหรือการแข่งขันต่าง ๆ คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยสนับสนุนให้ลูกคิดบวกได้ได้โดยการเป็นต้นแบบที่ดี ไม่วิพากษ์วิจารณ์ลบ ๆ แสดงออกซึ่งความรัก ชวนลูกพูดคุยหาเรื่องสนุก ๆ หรือเรื่องที่เป็นแง่บวก แม้จะเจอสถานการณ์ไม่เป็นใจ เช่น ฝนตกหนักไม่ได้ออกนอกบ้านไปเล่น แต่ว่าก็ดีแล้วที่ไม่ต้องเดินออกไปตากฝนและจะได้เต้นกันในบ้านแทน เป็นต้นค่ะ
🌈 3. มีความสุขได้ง่าย
ในยุคที่สังคมมีการแข่งขันสูง หรือมีความกดดันแบบนี้ ทักษะอย่างหนึ่งที่ต้องให้ลูกมีติดตัว คือ การสอนลูกให้รู้จักมีความสุขง่าย ๆ ให้เป็นนะคะ เริ่มได้ตั้งแต่ในครอบครัวเลยค่ะ เช่น อย่าเปรียบเทียบลูกกับเด็กคนอื่นหรือแม้แต่ระหว่างพี่น้อง สอนให้ลูกรู้จักพอใจในสิ่งที่ง่าย ๆ ไม่ยึดติดกับสิ่งของ เด็กจะได้สามารถมีความสุขกับสิ่งรอบตัวที่ง่าย ๆ ไม่ต้องไขว่คว้าหาอะไรที่เป็นวัตถุนิยมจนเกินไป
🌈 4. มีระเบียบวินัย
คุณพ่อคุณแม่ลองวางตารางเวลาของกิจวัตรประจำวันแล้วให้ลูกทำตาม น้องๆ จะได้เกิดความเคยชินและมีระเบียบวินัย เมื่อไปเจอระเบียบในโรงเรียนหรือสังคมจะได้ไม่อึดอัดค่ะ
🌈 5. อ่อนน้อมถ่อมตน
ข้อนี้เป็นส่วนสำคัญในสังคมไทยนะคะ คนไทยชอบความอ่อนน้อมถ่อมตน พูดจาสุภาพอ่อนหวาน เด็ก ๆ สามารถซึมซับได้จากครอบครัวค่ะ หรือหากมีโอกาสได้เรียนภาษาไทย  คุณครูก็จะสอดแทรกเกี่ยวกับความอ้อนน้อมถ่อมตนอยู่แล้วค่ะ
หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับคุณพ่อคุณแม่บ้างนะคะ แล้วพบกันใหม่บทความหน้า สวัสดีค่ะ

เครดิต: ครูน้ำ

🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼

 

อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

แจกฟรี! สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ PDF

สอบถามเพิ่มเติมทางไลน์ @TSLTK ได้เลยนะคะ

 

👩‍🏫 คอร์สอบรมและสื่อของเราเหมาะสำหรับ

 

✅ คุณครูที่สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติอยู่แล้ว

✅ ผู้ที่สนใจเริ่มต้นอาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

#อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#เทคนิคการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติPDF

#ฟรีตัวอย่างสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#วิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#คู่มือสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

4 เรื่องที่ไม่ควรห้ามลูก

🌈 “เรื่องที่ไม่ควรห้ามลูก” มีอะไรบ้าง  วันนี้เรามาดูกันค่ะ 
💥 มีอยู่หลายเรื่องด้วยกันที่คุณพ่อคุณแม่ห้ามลูกทำเป็นประจำเพราะเราคิดว่ามันไม่ดีกับเด็ก แต่มีนักการศึกษาได้บอกไว้ว่าบางเรื่องก็ไม่ควรห้ามค่ะ แต่ควรให้ลูกทำโดยอยู่ภายใต้การดูแลของผู้ปกครองนะคะ
⭐️ 1.ไม่ควรห้ามเมื่อลูกอยากช่วยงานบ้าน
ข้อนี้หลายครอบครัวบอกเลยนะคะว่า  บางทีเวลาที่ลูกมาช่วยงานบ้านนี่ไม่แน่ใจว่ามาช่วยทำความสะอาดหรือว่าช่วยทำให้รกกันแน่ จริง ๆ แล้วเราควรจะปล่อยให้ลูกช่วยนะคะ 
แต่สิ่งที่ต้องมีคือความอดทนในการสอน คุณพ่อคุณแม่อาจจะเตรียมใจนิดหน่อยว่าเราอาจจะต้องมาตามเก็บทีหลังด้วย การทำงานบ้านของเด็กนั้นก็ช่วยสร้างความเป็นระเบียบวินัย ความรับผิดชอบ ฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็ก และการที่คุณพ่อคุณแม่คอยดูอยู่จะการเสริมความมั่นใจได้ตัวเด็ก และความเป็นอิสระในตัวเองค่ะ
⭐️ 2. ไม่ควรห้ามหากลูกอยากซื้อของ (ต้องเป็นเงินเก็บของเขาเอง)
บางทีน้องๆ หลายคนเวลาเดินผ่านร้านของเล่นก็เกิดความอยากซื้อขึ้นมาเลยนะคะ แนะนำว่าคุณพ่อคุณแม่ไม่ควรพูดจาสไตล์ห้ามปรามกับลูกห้วน ๆ นะคะ เพราะเด็กจะเกิดความคับข้องใจและพัฒนาเป็นความเก็บกดเรื่องเงินได้ 
ทางที่ดีคุณพ่อคุณแม่ควรที่จะอธิบายให้น้อง ๆ เข้าใจเพื่อสอนการใช้เงินค่ะ เช่น อาจจะบอกว่าหากลูกมีเงินออมก็สามารถเอามาใช้จ่ายได้บ้างถ้าราคาเหมาะสม หรือหากไม่มีเงินออมก็ต้องอดใจไว้ หรือช่วยทำงานบ้านแลกกับค่าแรง ก็จะเป็นการสอนให้เด็กรู้จักคุณค่าของเงินค่ะ
⭐️ 3. ไม่ควรห้ามเมื่อของอยากถอดรื้อสิ่งของ
ทราบหรือไม่คะว่าที่ต่างประเทศมีนักวิทยาศาสตร์หรือนักประดิษฐ์หลายๆ คนเล่าว่านิสัยตอนเด็กคือชอบถอดรื้ออุปกรณ์สิ่งของออกมาดูเล่น 
หากลูก ๆ ที่บ้านมีความอยากรู้อยากเห็น ชอบรื้อแกะอุปกรณ์สิ่งของของเล่น คุณพ่อคุณแม่สามารถอนุญาตได้นะคะ แต่ควรจะมีขีดจำกัด เช่น รื้อแกะได้แต่เป็นอุปกรณ์ที่เสีย เก่า หรือเป็นของที่ไม่ใช้แล้ว เป็นต้นนะคะ แต่หากลูกยังอายุน้อยอยู่อาจจะต้องรอให้โตอีกซักหน่อยด้วยค่ะ
⭐️ 4. ขว้างปาสิ่งของ
การขว้างของเป็นการกระตุ้นกล้ามเนื้อมัดเล็ก การควบคุมร่างกาย และช่วยพัฒนาสมองส่วนหน้าและส่วนกลีบข้างค่ะ เด็กจะเรียนรู้เรื่องความเร็ว วิถี Trajectory แถมยังต้องคิดอีกว่าขว้างแบบไหนจะไปโดนเป้าหมาย 
ทางที่ดีคุณพ่อคุณแม่ควรเตรียมลูกบอล หรือของนุ่มให้ขว้าง และเตรียมสถานที่โดยเฉพาะจะได้ไม่เป็นการทำของเสียหายนะคะ
⭐️ ขอขอบคุณข้อมูลส่วนหนึ่งจาก TED talk (Gever Tulley นักการศึกษาและนักเขียน)

เครดิต: ครูน้ำ

 

😎😎😎😎😎

อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

แจกฟรี! สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ PDF

สอบถามเพิ่มเติมทางไลน์ @TSLTK ได้เลยนะคะ

 

👩‍🏫 คอร์สอบรมและสื่อของเราเหมาะสำหรับ

 

✅ คุณครูที่สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติอยู่แล้ว

✅ ผู้ที่สนใจเริ่มต้นอาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

#อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#เทคนิคการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติPDF

#ฟรีตัวอย่างสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#วิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#คู่มือสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

เทคนิคง่ายๆ ช่วยลูกฝึกภาษาไทยจากที่บ้าน

🎯 รู้หรือไม่คะ คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถจะช่วยลูกเรียนภาษาไทยง่าย ๆ ที่บ้านได้นะคะ
🌈 น้องๆ หลาย ๆ คนที่อยู่ต่างประเทศหรือเรียนโรงเรียนนานาชาติอาจจะไม่ได้มีโอกาสฝึกพูดภาษาไทยหรือเขียนภาษาไทยในชีวิตประจำวันบ่อยนัก แต่ว่าคุณพ่อคุณแม่ก็สามารถที่จะช่วยลูกให้ฝึกภาษาไทยจากที่บ้านได้นะคะ วันนี้เราขอนำเทคนิคต่าง ๆ มาฝากกันค่ะ
⭐️1. เล่นเกม Word Association กับลูก
ปกติแล้วที่ต่างประเทศจะเล่นเกม Word Association หรือ เกมคำศัพท์ กันบ่อยมากเลยค่ะในชั้นเรียนวิชาภาษาอังกฤษ เราสามารถเอามาประยุกต์กับการเรียนภาษาไทยที่บ้านได้เลยนะคะ สามารถเล่นได้ทุกที่ โดยวิธีการเล่นก็ไม่อยากเลยค่ะ คุณพ่อคุณแม่สามารถชวนลูกเล่นโดยเป็นคนเริ่มพูดคำภาษาไทยอะไรก็ได้หนึ่งคำ จากนั้นให้ลูกพูดต่อจากเราโดยเป็นคำที่ต้องเกี่ยวข้องกันแบบไหนก็ได้ เช่น หากเริ่มด้วยคำว่า ข้าว คนต่อมาสามารถ พูดคำว่า ปลา หรือ ไก่ ก๋วยเตี๋ยว เป็นต้น เกมนี้จะช่วยพัฒนาคำศัพท์ให้เด็ก ๆ เรียนอย่างรวดเร็วเลยค่ะ คำศัพท์ไหนที่เด็กไม่รู้ คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถช่วยอธิบายเพิ่มเป็นการเก็บคำศัพท์ใหม่ไปในตัวค่ะ
⭐️ 2. ให้ลูกเริ่มจำพยัญชนะและสระ
คุณพ่อคุณแม่อาจจะเริ่มด้วยการเปิดเพลง ก. เอ๋ย ก.ไก่ จาก Youtube ให้ลูกฟังก่อน ให้เขาลองร้องตามเพลิน ๆ จากนั้นเริ่มสอนให้จำหน้าตารูปร่างของพยัญชนะ และสระ โดยให้ดูจากโปสเตอร์ หรือว่าจะใช้บัตรคำศัพท์หรือ Flashcard ก็ได้นะคะ เป็นวิธีที่ง่ายและสามารถทำให้เด็กเชื่อมโยงรูปภาพกับการจำชื่ออย่างดีเลยค่ะ
⭐️ 3. ดาวน์โหลดแบบฝึกหัดภาษาไทย
เชื่อไหมคะว่าคุณพ่อคุณแม่ก็สามารถเป็นครูให้ลูกได้ง่าย ๆ เลยค่ะ โดยสามารถดาวน์โหลดใบงานเกี่ยวกับวิชาภาษาไทยจากเว็บไซต์ เช่น ทรูปลูกปัญญา karn.tv ฯลฯ ซึ่งจะมีใบงานกิจกรรมแจกฟรีนะคะ โดยวิธีการเลือก ก็เช่น หากลูกยังอายุน้อยอยู่ก็เลือกใบงานที่ไม่ซับซ้อน เช่น เป็นการสอนเขียนตัวอักษรง่าย ๆ แทรกด้วยการวาดรูป หรือให้ระบายสี เด็ก ๆ ก็จะชอบค่ะ
💗 และนี่ก็เป็นเทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เราลองเอามาฝากนะคะ ขอให้ทุกบ้านสนุกกับการเรียนรู้ภาษาไทยค่ะ
เครดิต: ครูน้ำ

😎😎😎😎😎

อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

แจกฟรี! สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ PDF

สอบถามเพิ่มเติมทางไลน์ @TSLTK ได้เลยนะคะ

 

👩‍🏫 คอร์สอบรมและสื่อของเราเหมาะสำหรับ

 

✅ คุณครูที่สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติอยู่แล้ว

✅ ผู้ที่สนใจเริ่มต้นอาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

#อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#เทคนิคการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติPDF

#ฟรีตัวอย่างสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#วิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#คู่มือสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

เทคนิคฝึกลูกให้ทำตามตารางเวลา

💥 เทคนิคฝึกลูกให้ทำตามตารางเวลา บ้านไหนที่เด็ก ๆ งอแงช่วงกลับไปโรงเรียนหลังวันหยุดยาว  ลองมาอ่านกันนะคะ 
🌈 การวางตารางเวลาหรือกิจวัตรเป็นสิ่งที่ช่วยฝึกฝนให้ลูกมีระเบียบวินัย และรู้ว่าเวลาไหนควรเรียน เวลาไหนพักผ่อนได้ แต่ในช่วงที่ต้องเริ่มตารางเวลาใหม่ เช่นตอนเปิดเทอมใหม่ ๆ อาจจะทำให้เด็กปรับตัวไม่ทันและเกิดความเครียดได้ ลองมาดูกันค่ะว่า เรามีเทคนิคช่วยอย่างไรบ้าง
⭐️ 1.ให้ลูกมีส่วนร่วมช่วยคิดตารางเวลาของตัวเอง
ตารางกิจวัตรที่ดีควรมีสัดส่วนของการเรียน การทบทวนบทเรียน การพักผ่อน การออกกำลังกายอย่างเหมาะสม และตารางเวลาที่เด็กมีส่วนร่วมในการตัดสินใจจะทำให้เด็กอยากจะทำตามตารางเวลาที่เขาช่วยออกแบบนะคะ เด็ก ๆจะรู้สึกว่าไม่ได้ถูกบังคับ เช่น ให้ลูกช่วยคิดว่าอยากเรียนภาษาไทยออนไลน์ในช่วงหลังเลิกจากโรงเรียน หรือว่าช่วงวันเสาร์วันอาทิตย์ดีกว่ากัน เป็นต้น
 ⭐️ 2. วางตารางเวลาที่สามารถทำได้จริง
อย่ากำหนดตายตัวไปเสียทุกอย่าง  บางกิจกรรมที่มีความยากก็ต้องเผื่อเวลาให้ลูกทำบ้าง เช่น การบ้านหรือการทบทวนบทเรียน ไม่แนะนำให้คุณพ่อคุณแม่กำหนดเป๊ะ ๆ ว่าต้องกี่นาทีต่อวันนะคะ เพราะแต่ละวันการบ้านจะมีปริมาณและความยากง่ายที่แตกต่างกันไปค่ะ
 ⭐️ 3. เขียนตารางเวลาแล้วแปะไว้ในที่ ๆ สามารถมองเห็นได้ง่าย
คุณพ่อคุณแม่อาจจะเขียนไว้บนกระดานไวท์บอร์ด หรือ เขียนลงกระดาษและแปะไว้ในที่ ๆ มองเห็นได้ง่าย หากเป็นตารางของเด็กที่เล็กลงมา อาจจะเขียนรายการที่ต้องทำและวาดรูปน่ารัก ๆ ประกอบไว้ด้วยก็ได้ค่ะ
⭐️ 4. ชมเชยเมื่อลูกทำได้
คุณพ่อคุณแม่ต้องให้เวลากับเด็ก ๆ ในการปรับตัวสู่กิจวัตรที่เราวางใหม่นะคะ คุณพ่อคุณแม่อาจจะไม่ต้องคาดหวังว่าช่วงแรกลูกจะทำตามได้ทันที แต่หากเมื่อลูกพยายามทำตามตารางได้เราต้องชื่นชมลูกบ่อย ๆ   แล้วลองสังเกตว่ากิจกรรมอันไหนที่เคร่งครัดเกินไปก็อาจจะปรับให้ผ่อนปรนดูบ้าง แล้วทีหลังลูก ๆ ก็จะเต็มใจและทำตามตารางเองค่ะ
💗 ขอให้ลูกๆ ของคุณพ่อคุณแม่สนุกกับการเรียน และเป็นเด็กดีมีวินัยนะคะ

เครดิต: ครูน้ำ

😎😎😎😎😎

 

อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ
แจกฟรี! สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ PDF
สอบถามเพิ่มเติมทางไลน์ @TSLTK ได้เลยนะคะ
👩‍🏫 คอร์สอบรมและสื่อของเราเหมาะสำหรับ
✅ คุณครูที่สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติอยู่แล้ว
✅ ผู้ที่สนใจเริ่มต้นอาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ
เราจะแชร์เทคนิคสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติที่ใช้งานได้จริง พร้อมแจก ฟรี!! ตัวอย่างสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ ในรูปแบบ PDF เพื่อช่วยให้การสอนของคุณง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
#อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ
#เทคนิคการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ
#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติPDF
#ฟรีตัวอย่างสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ
#สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ
#วิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ
#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ
#คู่มือสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ