อาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติออนไลน์ งานสนุก แถมรายได้ไม่ธรรมดา

อาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติออนไลน์ งานสนุก แถมรายได้ไม่ธรรมดา

 

ดังที่เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าประเทศไทยเป็น hub ในหลายๆ ด้าน ทั้งในเรื่องของการท่องเที่ยว digital normad โรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ การแพทย์ที่ทันสมัยและบริการดั่งโรงแรมห้าดาว ค่าครองชีพที่ค่อนข้างต่ำ และความเป็นมิตรของคนไทย ทำให้ประเทศไทยนั้นเป็นประเทศในฝันที่ชาวต่างชาติหลายคนใฝ่ฝันที่จะมาเกษียณในช่วงบั้นปลายของชีวิต

 

เมื่อพูดถึงการส่งออกวัฒนธรรม หรือ soft power ของประเทศไทย เราก็ทำได้ดีทั้งในเรื่องของ อาหาร นวด สปา มวยไทย และอีกหนึ่ง sector ที่มาแรงไม่แพ้กัน คือ ซีรีย์วาย (BL series)

 

ทั้งหมดนี้ทำให้ประเทศไทยเนื้อหอมในสายตาของชาวต่างชาติมากกว่าที่คนไทยคิด มีชาวต่างชาติจำนวนมากที่ต้องการเรียนภาษาไทย และอาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติก็เป็นอาชีพหนึ่งที่น่าสนใจมาก ๆ เพราะสามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงแค่มีอินเตอร์เนตและคอมพิวเตอร์ แถมยังได้ฝึกภาษา รู้จักเพื่อนใหม่ ได้ถ่ายทอดวัฒนธรรมและภาษาไทยให้กับผู้ที่สนใจ

 

นางธรพร โถวรุ่งเรือง (ครูตุล) ผู้บริหารสถาบันสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ Thai Buddy และเจ้าของหลักสูตร TSLTK เล่าว่า “มันเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่มาก ๆ ที่เราพยายามพูดภาษาอังกฤษมาทั้งชีวิต แล้ววันนึงได้มาเห็นชาวต่างชาติ เห็นฝรั่งพยายามพูดภาษาเราอย่างเอาจริงเอาจัง แถมยังตื่นเต้นกับรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ในภาษาเรา เช่น คำว่า ขอโทษ ขอตัว ขอน้ำหน่อยค่ะ ที่เราพูดกันเป็นปกติ แต่สำหรับชาวต่างชาติ เค้ามองว่ามันมีเสน่ห์ มันน่าค้นหาสำหรับเค้า (หัวเราะ)”

 

นอกจากจะเป็นอาชีพที่ช่วยเปิดโลกกว้าง ได้รู้จักกับเพื่อนใหม่จากทั่วโลกแล้ว ในเรื่องของรายได้ก็ถือว่าดีเลยทีเดียว โดยคุณครูมือใหม่รายได้จะอยู่ที่ชั่วโมงละ 200-300 บาท ส่วนคุณครูที่มีประสบการณ์เยอะ ๆ และมีฐานแฟนในโลกโซเชียลสามารถทำรายได้ได้ถึงชั่วโมงละ 800 – 1,200 บาทสำหรับคลาสเดี่ยว และสามารถทำได้มากกว่านั้นสำหรับคลาสกลุ่ม เหมาะที่จะเป็นทั้งรายได้หลักและรายได้เสริม

 

TSLTK เป็นชื่อหลักสูตรที่ครูตุลทำขึ้นมาสำหรับใช้สอนนักเรียนของตัวเอง และขายให้กับคุณครูเพื่อนร่วมอาชีพไปแล้วกว่า 300 คน “เราเปิดอบรมคอร์สครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติมาแล้ว 20 กว่าครั้ง มีทั้งคอร์สสำหรับคุณครูมือใหม่ที่อยากเริ่มแต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นยังไง ไปจนถึงคอร์ส upskill สำหรับคุณครูที่สอนอยู่แล้ว และอยากพัฒนาทักษะเฉพาะทาง เช่น การตลาด การทำสื่อการสอน การนำ AI มาปรับใช้ในห้องเรียน แล้วก็คอร์สปรับสำเนียงภาษาไทยให้ชาวต่างชาติที่เชิญคุณ Jay Stuart Raj นักภาษาศาสตร์ระดับ TED Talk ที่สามารถพูดได้คล่อง 15 ภาษาและอ่านเข้าใจถึง 30 ภาษามาเป็นวิทยากร”

 

นอกจากขายสื่อการสอนสำเร็จรูป และอบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติแบบเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ แล้ว ทาง TSLTK ยังมี internship program เพื่อให้คุณครูได้ฝึกสอนกับนักเรียนจริง ๆ โดยมีครูพี่เลี้ยงคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดอีกด้วย “คอร์สของเราก็พัฒนาตามฟีดแบ็กและความต้องการของคุณครูมาเรื่อย ๆ อย่างตอนเริ่มต้นเลย คุณครูไม่รู้จะสอนยังไง เราก็แชร์เทคนิคเนอะ คุณครูไม่อยากเตรียมสื่อ ไม่อยากเตรียมหลักสูตรเอง ตุลก็ดีเลย งั้นมาซื้อของตุลมา เพราะเราก็ลงทุนกับสื่อไปเยอะมาก ยิ่งมีคุณครูมาแชร์กันเยอะ ๆ เราก็จะได้มีเงินไปทำเพิ่ม คุณครูก็จะได้มีสื่อใหม่ ๆ ไปใช้โดยที่ไม่ต้องทำเอง แล้วตุลขายถูกด้วย ดีด้วย หลายสถาบันก็ใช้หลักสูตรของเราอยู่ และที่ภูมิใจมาก ๆ คือ สถาบันคลังติวเตอร์เลือกใช้หนังสือเราไปสอนนักเรียนแลกเปลี่ยนที่จุฬาฯ ด้วยค่ะ”

 

“ต่อมายังไงล่ะ เทคนิคก็รู้แล้ว สื่อก็มีแล้ว ตัวอย่างก็สอนให้ดู พาไป observe ห้องเรียนจริงก็แล้ว แต่คุณครูบางคนก็ยังทำไม่ได้อยู่ดี บางคนพอไปทดลองสอนแล้วนักเรียนไม่ลงเรียน คุณครูก็ไม่รู้ว่าผิดอะไร.. อาชีพพวกเรามันเป็นอย่างนี้จริง ๆ นะ คือ เราสอนอยู่ในโลกของเรา บางทีมันก็มืดบอดเพราะเราไม่รู้ว่าคนอื่นเค้าสอนกันยังไง ตรงไหนที่เราทำดีแล้ว ตรงไหนที่เรายังทำดีได้อีก มันไม่มีคนมาให้คะแนนเราอะ ก็เลยเกิดเป็นโครงการฝึกสอน (internship program) ขึ้นมา โดยที่เราเป็นตัวกลางให้นักเรียนที่ต้องการเรียนภาษาไทยในราคาประหยัดกับคุณครูที่ต้องการฝึกสอนแบบไม่รับค่าแรงได้มาเจอกัน แล้วระหว่างที่เรียนก็มีครูพี่เลี้ยง (mentor) เข้าไปสังเกตุการณ์แล้วให้ฟีดแบ็กคุณครู 5 ครั้ง ปรากฏว่ามันดีมากเลย คลาสที่ 1 คุณครูมือใหม่ยังทำตรงนี้ได้ไม่ดีนะ พอครูพี่เลี้ยงฟีดแบ็กไปคุณครูเอาไปปรับในคลาสต่อ ๆ ไป แล้วคลาสที่ 3, 5, 8 ครูพี่เลี้ยงก็แนะนำเรื่องใหม่ให้.. คือมันเป็นสถานการณ์จริง มันเฉพาะตัว แล้วมันก็มีพัฒนาการอย่างเห็นได้ชัด คุณครูมือใหม่เองก็มั่นใจมากขึ้น” ครูตุลเล่าอย่างภูมิใจ

ในวันที่ 11 ม.ค. – 9 ก.พ. 2025 (เฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์) ทาง TSLTK กำลังจะจัดอบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติอีกครั้งภายใต้คอนเซป “สอนภาษาไทยไปทั่วโลก ตั้งแต่เริ่มต้น จนมีรายได้หลายทาง” โดยแบ่งเป็นหัวข้อย่อยทั้งหมด 10 หัวข้อ แต่ละหัวข้อครูตุลได้เชิญวิทยากรระดับแนวหน้าของวงการมาเป็นคนให้ความรู้ ได้แก่

 

  1. TSLTK Open Day: แนะนำหลักสูตรสอนภาษาไทยสำหรับชาวต่างชาติ แจกฟรีสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติไฟล์ PDF โดย ครูตุล แอดมินแสตมป์
  2. คู่มือการสอนโดยใช้หนังสือของ TSLTK และเทคนิคการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติเบื้องต้น โดย ครูแอร์ (เพจ Learn Thai with Air)
  3. เพิ่มความมั่นใจ ใช้ภาษาอังกฤษอย่างมีเสน่ห์ และวิธีสอนคำไทยที่ไม่มีในภาษาอังกฤษ โดย ครูคริส (เพจ Crispy Froid คริสปี้ฟรอยด์)
  4. ฝึกสอนฟรีทาง Hello Talk และขั้นตอนการรับงานผ่านแพลตฟอร์ม iTalki และ Preply โดย ครูศุลี (เพจ Sulee Thai) ครูแอร์ (เพจ Learn Thai with Air)
  5. สร้างตัวตนออนไลน์ วางแผนคอนเทนต์ หาไอเดียทำคอนเทนต์ และเครื่องมือทำคอนเทนต์ โดย ครูสตางค์ (ไอจี Learn Thai Happily)
  6. Phonetics และการปรับสำเนียงภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ โดย ครูแอร์ (เพจ Learn Thai with Air)
  7. รายได้เสริมด้วยคอร์สออนไลน์แบบคลิปวิดีโอ โดย อาจารย์ฮง พีรพัทธ์ นันนารารัตน์ (เพจ Fact Sheets)
  8. เครื่องทุ่นแรงในการสอน วิธีเตรียมการสอน ทำสื่อเสริมสำหรับนักเรียนเฉพาะคน โดยใช้ AI และ Canva โดย ครูแมน (ช่อง Thai Time with P’Man)
  9. รายได้เสริมด้วยคอร์สออนไลน์แบบ interactive โดย อาจารย์ฮง พีรพัทธ์ นันนารารัตน์ (เพจ Fact Sheets)
  10. สอนยังไงให้นักเรียนติดใจ เพิ่มความสนุกในการสอนด้วยเกมออนไลน์ โดย ครูแมน (ช่อง Thai Time with P’Man)

โดย 2 หัวข้อแรก และ 2 เสาร์สุดท้าย เป็นการอบรมฟรี และมีการแจกตัวอย่างสื่อการสอนของ TSLTK ให้คุณครูเอาไปเริ่มอาชีพได้เลย ส่วนอีก 6 หัวข้อที่เหลือก็สอนในราคาที่เอื้อมถึงมากๆ (1 คอร์ส 1,500 บาท // 3 คอร์ส 3,900 บาท // บุฟเฟ่ต์ 5,900 บาท)

 

สำหรับใครที่สนใจอาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ ครูตุล ฝากมาบอกว่า “แวะมาเจอกันก่อนได้ค่ะ ยินดีต้อนรับมาก ๆ ยังไม่ต้องซื้ออะไรก็ได้ มาฟังฟรี เอาสื่อฟรีไปศึกษาดูก่อน ชอบแล้วค่อยกลับมาซื้อทีหลังก็ได้ สำหรับคนที่ต้องการลงทะเบียนหรือสอบถามเพิ่มเติม ทักมาที่ไลน์ @TSLTK ได้เลยค่ะ ส่วนคนที่อยากรู้จักกับ TSLTK และบริการอื่น ๆ ของเรา สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.tsltk.com ค่ะ”

ต้องอบรมนานแค่ไหนถึงจะเริ่มสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติได้?

ต้องอบรมนานแค่ไหนถึงจะเริ่มสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติได้?

 

จากประสบการณ์ของเรา คนส่วนใหญ่ที่สนใจอาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติมักจะมีขาข้างหนึ่งอยู่ในสายอาชีพนี้อยู่แล้ว บางคนเป็นครูสอนภาษาอังกฤษให้คนไทย บางคนทำงานกับชาวต่างชาติในสายงาน hospitality หรือ tourism หรือเป็นนักศึกษาที่มีกิจกรรมร่วมกับชาวต่างชาติอยู่บ่อย ๆ

 

สำหรับคนกลุ่มนี้ เพียงแค่มาเรียนรู้เทคนิคเพิ่มเติมเล็กน้อย พร้อมกับใช้สื่อการสอนที่เราเตรียมไว้ให้ ก็สามารถเริ่มสอนได้ทันที ความง่ายอยู่ที่สื่อการสอนที่เราออกแบบไว้เป็น guideline คุณครูสามารถนำความรู้ภาษาไทยที่มีอยู่ไปอธิบายเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งตัวเองสื่อสารได้ดีอยู่แล้ว ทำให้เริ่มสอนได้เร็ว

 

ในขณะที่คนที่ไม่ได้มีต้นทุนที่ดีเหมือนกลุ่มแรก เช่น คนที่อยากมีเพื่อนต่างชาติ อยากฝึกภาษาอังกฤษเพิ่มเติม หรือมองว่าอาชีพนี้มีรายได้ดีและทำออนไลน์ได้ อาจต้องใช้เวลาในการปรับตัวมากกว่า

 

อย่างไรก็ตาม การสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติเป็น “ทักษะ” ที่ต้องอาศัยการฝึกฝนจนชำนาญ ไม่ใช่เพียง “ความรู้” ที่สามารถได้จากการฟังหรือผ่านการอบรมเพียงอย่างเดียว

 

คำแนะนำสำหรับผู้เริ่มต้น

 

ทางที่ดีที่สุดสำหรับคนที่สนใจอาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ คือ เริ่มต้นจากการหาความรู้เบื้องต้น พร้อมกับสื่อที่เหมาะสม แล้วลงสนามจริงเพื่อหาประสบการณ์เลย หากติดขัดตรงไหน ค่อยมาอบรมเพิ่มเติมในหัวข้อนั้น ๆ จะดีกว่า

 

ทาง TSLTK มีหัวข้ออบรมหลากหลาย เช่น

  • การสอนเรื่อง tense และโครงสร้างประโยคในภาษาไทย
  • การปรับสำเนียงไทยให้ชาวต่างชาติ
  • การเตรียมสื่อการสอนเฉพาะบุคคลโดยใช้ AI
  • การเพิ่มความสนุกในการสอนด้วยเกมออนไลน์
  • การเลือกอุปกรณ์และดูแลตัวเองสำหรับครูที่ต้องสอนออนไลน์เป็นเวลานาน

 

สำหรับคนที่ยังไม่มีประสบการณ์

 

หากคุณยังไม่มีโอกาสฝึกสอนหรือไม่รู้ว่าจะเริ่มหานักเรียนจากที่ไหน ทาง TSLTK มี 2 คอร์สแนะนำ:

  1. คอร์สฝึกสอนฟรีบน Hello Talk และขั้นตอนการหางานผ่านแพลตฟอร์ม iTalki และ Preply โดย ครูศุลีและครูแอร์
  2. คอร์สสร้างตัวตนออนไลน์ วางแผนคอนเทนต์ หาไอเดียทำคอนเทนต์ และใช้เครื่องมือทำคอนเทนต์ โดย ครูสตางค์

สำหรับใครที่สนใจอาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ ตั้งแต่เริ่มต้นจนสามารถสร้างรายได้หลากหลายช่องทาง สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง LINE: @TSLTK ได้เลยค่ะ :))

สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ PDF: ตัวช่วยที่ครูทั่วโลกวางใจ

สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ PDF: ตัวช่วยที่ครูทั่วโลกวางใจ

 

การสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติเป็นงานที่ท้าทาย โดยเฉพาะเมื่อคุณต้องหาสื่อการสอนที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ หากคุณกำลังมองหาตัวช่วยที่จะทำให้งานสอนของคุณง่ายขึ้นและน่าสนใจมากขึ้น เราขอแนะนำ PDF สำหรับสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติของ TSLTK ที่ได้รับการยอมรับจากครูผู้สอนกว่า 300 คนทั่วโลก

 

ทำไมต้องเลือก PDF สอนภาษาไทยของเรา?

 

  1. ออกแบบมาเพื่อผลลัพธ์ที่พิสูจน์ได้จริง
    • PDF นี้ผ่านการทดสอบและใช้งานจริงกับผู้เรียนหลากหลายระดับ
    • มีผลลัพธ์ที่น่าพอใจ ผู้เรียนสามารถเข้าใจและใช้งานภาษาไทยได้อย่างมั่นใจ
  2. เต็มไปด้วยสีสันและภาพประกอบที่น่าสนใจ
    • เนื้อหาใน PDF เป็นแบบเต็มสี พร้อมภาพประกอบที่ช่วยดึงดูดความสนใจของผู้เรียน
    • การเรียนรู้ผ่านภาพช่วยเพิ่มความเข้าใจและจดจำคำศัพท์ได้ดียิ่งขึ้น
  3. เหมาะสำหรับคุณครูทุกระดับ และนักเรียนที่หลากหลาย
    • ไม่ว่าคุณจะเป็นครูมืออาชีพหรือเพิ่งเริ่มสอน PDF นี้จะช่วยให้การสอนเป็นเรื่องง่าย
    • เหมาะสำหรับทั้งการสอนคลาสเดี่ยว-คลาสกลุ่ม เด็กเล็ก-เด็กโต-ผู้ใหญ่ และออนไลน์-ออฟไลน์
  4. ราคาสุดคุ้ม
    • คุณภาพสูงในราคาที่จับต้องได้
    • มอบความคุ้มค่าที่ตอบโจทย์ทั้งครูและผู้เรียน
  5. แจกฟรีตัวอย่าง PDF
    • ทดลองใช้งานก่อนตัดสินใจ
    • ขอรับตัวอย่างฟรีได้ทันที

 

สนใจทดลองใช้หรือสั่งซื้อ?

เรามีตัวอย่างฟรีให้คุณลอง! ติดต่อเราวันนี้ที่ Line ID: @tsltk เพื่อรับรายละเอียดเพิ่มเติมและเริ่มต้นสร้างประสบการณ์การเรียนการสอนที่ดีที่สุดสำหรับคุณครูและผู้เรียน

PDF สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติของ TSLTK ตัวช่วยที่คุณต้องมี!

5 ปัญหาที่พบบ่อยในการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

5 ปัญหาที่พบบ่อยในการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

  1. ระบบเสียง
    ภาษาไทยมีระบบเสียงที่ซับซ้อนกว่าภาษาอังกฤษมาก โดยเฉพาะเสียงวรรณยุกต์และเสียงสั้นเสียงยาว ซึ่งเป็นสิ่งที่ชาวต่างชาติต้องใช้เวลาเรียนรู้และฝึกฝนเป็นพิเศษ
  2. ไวยากรณ์
    ไวยากรณ์ของภาษาไทยและภาษาอังกฤษมีความแตกต่างกันอย่างมาก เช่น การใช้คำลักษณนาม เช่น “หมา 2 ตัว” แทนที่จะเป็น “2 หมา” หรือการที่ภาษาไทยไม่มีการผันคำกริยาตามกาลเวลา
  3. กาลเวลา (Tense)
    เนื่องจากภาษาไทยไม่มีการผันคำกริยา แต่ใช้การเพิ่มคำบ่งบอกกาลเวลาแทน เช่น “กินข้าวมา” โดยคำว่า มา ในประโยคนี้ทำหน้าที่บ่งบอกกาล คนไทยส่วนใหญ่ใช้ไวยากรณ์แบบนี้โดยธรรมชาติ โดยไม่ได้สังเกตหรือเรียนรู้ในห้องเรียน จึงมักอธิบายได้ไม่ละเอียดนัก
  4. ตัวอักษรและคำศัพท์
    ตัวอักษรไทยมีลักษณะเฉพาะและแตกต่างจากตัวอักษรในภาษาอื่นๆ ทำให้ผู้เรียนต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจตัวอักษรและการเขียน นอกจากนี้ ภาษาไทยยังมีการหยิบยืมคำจากภาษาต่างประเทศ เช่น บาลีและสันสกฤต ซึ่งบางคำไม่สามารถอธิบายด้วยกฎไวยากรณ์ได้ ต้องอาศัยการจดจำเท่านั้น
  5. วัฒนธรรม
    หลายคำและวลีในภาษาไทยไม่สามารถแปลเป็นภาษาอังกฤษแบบตรงตัวได้ เนื่องจากความแตกต่างทางวัฒนธรรม ดังนั้น การที่ชาวต่างชาติจะเข้าใจและสื่อสารภาษาไทยได้อย่างลึกซึ้ง จำเป็นต้องเข้าใจวัฒนธรรมไทยควบคู่ไปด้วย

ที่ TSLTK เรามีคอร์สอบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ สำหรับทั้งผู้เริ่มต้นและคุณครูที่ต้องการเพิ่มทักษะการสอน (upskill) ของตัวเอง คอร์สของเราครอบคลุมหัวข้อต่างๆ เช่น

  • ไวยากรณ์
  • กาลเวลา
  • การเตรียมสื่อการสอน
  • และยังมีสื่อการสอนสำเร็จรูป เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับคุณครูอีกด้วย

สอบถามเพิ่มเติมได้ทางไลน์ @tsltk

Check List ที่สื่อการสอนภาษาไทยสำหรับชาวต่างชาติต้องมี

Check List ที่สื่อการสอนภาษาไทยสำหรับชาวต่างชาติต้องมี

การเป็นครูผู้สอนในยุคปัจจุบัน นอกจากทักษะการสอนที่มีดีแล้ว การมีสื่อการสอนที่สวยงาม เนื้อหาครบถ้วน และตอบโจทย์การเรียนรู้ของผู้เรียนก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะสื่อการสอนที่ดีจะช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจเนื้อหาได้เร็วขึ้น สนุกไปกับการเรียน และเพิ่มประสิทธิภาพในการจดจำ วันนี้เรามี Check List สำหรับการเตรียมสื่อการสอนมาแนะนำ เพื่อให้ครูทุกท่านสามารถเช็กและเตรียมการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพและได้ผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์กับผู้เรียนมากที่สุด

  1. มีภาพประกอบที่ชัดเจน ใช้งานง่าย และสื่อความหมายได้ดี

ใช้อินโฟกราฟิกเพื่อนำเสนอข้อมูลที่เข้าใจยาก เช่น กฎไวยากรณ์ คำศัพท์ ประโยคตัวอย่าง และใช้สีสันที่เหมาะสมกับการเรียน เช่น สีที่ช่วยให้จำง่าย หรือช่วยให้เห็นความแตกต่างของข้อมูล

 

  1. สื่อเสริมที่หลากหลาย

การมีวิดีโอที่ช่วยให้ผู้เรียนได้เห็นตัวอย่างการพูด การออกเสียง หรือสถานการณ์จริง หรือมีไฟล์เสียงให้ผู้เรียนฝึกฟัง และฝึกออกเสียงตาม รวมถึงการใช้เกมที่น่าสนใจ (เช่น wordwall, blooket) จะช่วยกระตุ้นการมีส่วนร่วมของผู้เรียน

  1. มีที่ว่างให้ผู้เรีนยจดเพิ่ม

ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ ไฟล์ PDF หรือไฟล์ PowerPoint สำหรับการสอนออนไลน์และออฟไลน์ สื่อการสอนที่ดีควรมีที่ว่างให้ผู้เรียนได้จดความเข้าใจของตัวเองเพิ่มเติม เพื่อให้เกิดการจดจำได้ดีขึ้น

  1. แบบฝึกหัดเพื่อประเมินผลการเรียนรู้

สื่อการสอนที่ดีควรมีใบงานหรือแบบฝึกหัดให้ผู้เรียนได้ทำระหว่างเรียน และมีคำถามท้ายบทเพื่อทดสอบความเข้าใจในแต่ละบทเรียน

 

TSLTK เป็นสื่อสำเร็จรูปสำหรับสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

หากคุณกำลังมองหาสื่อการสอนภาษาไทสำหรับชาวต่างชาติที่พร้อมใช้งานและตอบโจทย์ทุกหัวข้อใน Check List ข้างต้น TSLTK ขอแนะนำสื่อการสอนสำเร็จรูปที่มีคุณภาพสูง ทั้งในส่วนของคำศัพท์ ตัวอย่างประโยคที่สามารถใช้ได้จริง ไวยกรณ์ และแบบฝึกหัดที่ไม่ได้แค่ทดสอบบทเรียนนั้นๆ แต่ยังช่วยทบทวนเนื้อจากบทเรียนก่อนหน้าอีกด้วย สื่อของ TSLTK เหมาะสำหรับสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ เด็กๆ ที่เกิดต่างประเทศ และเด็กๆ ในโรงเรียนนานาชาติโดยเฉพาะ

ด้วยสื่อสำเร็จรูปจาก TSLTK คุณจะได้รับสื่อที่พัฒนาขึ้นโดยผู้เชี่ยวชาญและมากประสบการณ์ ครบทุกฟังก์ชั่นในการสอน และประหยัดเวลาในการเตรียมตัว สามารถนำไปใช้ได้ทันที ไม่ว่าคุณจะสอนในชั้นเรียนปกติหรือสอนออนไลน์

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือขอดูตัวอย่างได้ที่ไลน์ @TSLTK ได้เลยค่ะ

ข้อควรระวังในการใช้ AI กับงานสอนภาษาไทย

ข้อควรระวังในการใช้ AI กับงานสอนภาษาไทย

 

ตอนนี้ใครๆ ก็ตื่นเต้นกับความสามารถของปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence) ที่ดูเหมือนว่าจะเข้าไปมีบทบาทในการทำงานในหลายๆ อาชีพ ซึ่งแน่นอนว่ารวมถึงการทำงานของคุณครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติอยู่ไม่มากก็น้อย บางคนยังกลัวว่าปัญญาประดิษฐ์จะกลายมาเป็นคู่แข่งแย่งงานสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติไปหรือเปล่า ในขณะที่หลายๆ คนก็เชื่อว่าปัญญาประดิษฐ์จะสามารถเป็น “หุ้นส่วน” หรือ “ผู้ช่วย”ของคุณครูในกระบวนการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติได้ และเริ่มใช้ปัญญาประดิษฐ์มาช่วยในการออกแบบหลักสูตร และ/หรือกระบวนการเรียนการสอน

ปัญญาประดิษฐ์ในฐานะ “ผู้ช่วย”

เรามาทำความเข้าใจกันก่อนดีกว่านะคะ ว่าเวลาเรากล่าวถึง “ปัญญาประดิษฐ์” มันมีความหมายอย่างไร

นิยามของคำว่า “ปัญญาประดิษฐ์” นี้ ผู้เขียนได้มาจากเว็บไซต์ชื่อ Dynamic Intelligence Asia ซึ่งกล่าวว่า ปัญญาประดิษฐ์ คือ

“โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีฟังก์ชันที่สามารถทำงานได้เหมือนกับมนุษย์ และสามารถเลียนแบบการทำกิจกรรมของมนุษย์ได้ เช่น การเรียนรู้ การวางแผน และการแก้ไขปัญหาต่างๆ เป็นตัวช่วยมนุษย์ในการคิด ซึ่งจะเน้นไปในเรื่องของการประมวลผล และวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ เพราะ AI สามารถทำงานได้รวดเร็วกว่าสมองของมนุษย์ แต่ในขณะเดียวกัน AI ยังไม่สามารถทำหน้าที่ที่ต้องใช้ประสาทสัมผัสได้”

ปัจจุบันนี้ถ้าเราพูดถึง ChatGPT คนส่วนใหญ่คงจะรู้จักว่าคืออะไร ChatGPT เป็นตัวอย่างหนึ่งของปัญญาประดิษฐ์ซึ่งเป็นที่ฮือฮามาก มีคนลงทะเบียนเข้าใช้ถึง 1 ล้านคนภายในสัปดาห์แรกที่เปิดตัวเมื่อปลายปี 2565 ChatGPT เป็นระบบปัญญาประดิษฐ์ในรูปแบบ Chatbot (แชตบอท) พัฒนาโดย OpenAI เป็นโมเดลภาษาที่ถูกเขียนขึ้นและพัฒนาให้จดจำข้อความจากอินเทอร์เน็ต เพื่อให้สามารถตอบคำถามและแก้ปัญหาให้กับผู้ใช้งานได้ทุกข้อสงสัย โดยตอบกลับแบบเป็นธรรมชาติคล้ายมนุษย์ เพื่อให้สามารถใช้งานและตอบโจทย์กับทุกคำถามหรือข้อสงสัยได้อย่างครอบคลุม เช่น การให้ข้อมูล สูตรอาหาร แก้โจทย์คณิตศาสตร์ เขียนโค้ด เขียนโปรแกรมเบื้องต้น แต่งเพลง จัดทริป การเล่นมุกตลก ข้อมูลล่าสุดแจ้งว่าปัจจุบันมีผู้ใช้งาน ChatGPT อยู่มากกว่า 100 ล้านคนทั่วโลก

แต่ปัญญาประดิษฐ์ไม่ได้หมายถึงเฉพาะ ChatGPT นะคะ ยังมี AI หรือปัญญาประดิษฐ์อีกมากมายหลายรูปแบบ เช่น หมายความรวมไปถึง Machine Learning ซึ่งคือ การทำให้คอมพิวเตอร์ สามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆ และพัฒนาการทำงานให้ดีขึ้นได้ด้วยตัวเองจากข้อมูลและสภาพแวดล้อมที่ได้รับจากการเรียนรู้ของระบบ โดยไม่ต้องมีมนุษย์คอยกำกับหรือเขียนโปรแกรมเพิ่มเติม

 

สิ่งที่ควรระวังเมื่อใช้ AI หรือปัญญาประดิษฐ์มาช่วยในการเรียนการสอนภาษาไทย

คุณครูหลายท่านได้ทดลองใช้ AI หรือปัญญาประดิษฐ์ทั้งใช้ ChatGPT และระบบที่มีแฝงอยู่ในโปรแกรมต่างๆ เพื่อช่วยในการออกแบบบทเรียนบ้าง ทำสไลด์ที่ใช้ในการสอนบ้าง สร้างแบบฝึกหัดให้นักเรียนบ้าง หรือใช้ช่วยในการออกข้อสอบ หรือการประเมินผลการเรียนของผู้เรียน ตลอดจนใช้ในการหาและแนะนำข้อมูลรวมทั้งช่วยในการทำคอนเทนต์บนเพจหรือเว็บไซต์ของคุณครู ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่น่าตื่นตาตื่นใจในวงการอยู่ไม่น้อย

อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อควรระวังเมื่อคุณครูจะนำ AI หรือปัญญาประดิษฐ์ไปช่วยในกระบวนการเรียนการสอนและการวัดผลการเรียนของนักเรียนชาวต่างชาติของคุณครูอยู่บ้าง เช่น

  1. ระวังอย่าพึ่งปัญญาประดิษฐ์มากจนเกินไป (Over-reliance on AI) – หากคุณครูมุ่งใช้แต่ปัญญาประดิษฐ์ช่วยในการสอน จะทำให้ผู้เรียนชาวต่างชาติขาดโอกาสที่จะได้สัมผัสประสบการณ์ตรงในแง่ของภาษาและวัฒนธรรมจากคุณครูคนไทยที่เป็นมนุษย์จริงๆ เช่น หากใช้แต่ปัญญาประดิษฐ์ในการให้ผู้เรียนฝึกการออกเสียงหรือการสร้างประโยคตลอดจนบทสนทนาโต้ตอบ อาจทำให้ผู้เรียนใช้ภาษาแบบหุ่นยนต์ซึ่งไม่ใช่ธรรมชาติที่แท้จริงของการใช้หรือพูดภาษาไทย
  2. ปัญญาประดิษฐ์อาจทำให้ขาดบริบทด้านวัฒนธรรม (Limited Cultural Context) – เช่น ปัญญาประดิษฐ์ไม่เข้าใจความสำคัญทางวัฒนธรรม เช่น มรรยาทในการพูดหรือสนทนากับผู้ที่มีอายุมากกว่า ซึ่งหากผู้เรียนชาวต่างชาติไม่มีความรู้ในเรื่องนี้ ก็อาจนำไปสู่การพูดหรือการปฏิบัติตนที่ไม่เหมาะสมและแสดงการไม่เคารพต่อผู้อาวุโส
  3. ปัญหาในเรื่องการแปลภาษาที่ผิดพลาดหรือไม่สมบูรณ์ (Inaccurate Translations) – ปัญญาประดิษฐ์อาจแปลความหมายของภาษาผิดพลาด เช่น การแปลคำว่า “ไม่เป็นไร” ว่า “no problem” โดยไม่ได้มีคำอธิบายเพิ่มเติมว่าข้อความหรือวลีดังกล่าวนี้ใช้ในบริบทอะไรในสังคมไทยหรือในการสื่อสารกับคนไทย และทำให้ไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริงเมื่อได้ยินคนไทยพูดเช่นนั้น

อย่างไรก็ตาม การใช้ปัญญาประดิษฐ์มีส่วนช่วยให้คุณครูทำงาน ออกแบบ เตรียมการสอน ทำแบบฝึกหัด ทำสไลด์ หรือออกข้อสอบประเมินผลการเรียนได้โดยลดเวลาทำงานลงก็จริง กระนั้นผู้เขียนก็ขอเสนอแนะว่าเมื่อใช้ปัญญาประดิษฐ์ช่วยแล้ว ก่อนนำไปใช้งานจริงคุณครูควรจะตรวจดูก่อนทุกครั้งเพื่อลดข้อผิดพลาด และช่วยทำให้งานของคุณครูมีคุณภาพยิ่งขึ้นนะคะ

 

TSLTK เป็นหลักสูตรสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติที่พัฒนาโดยทีมงานของ Thai Kids Academy สถาบันสอนภาษาไทยที่จดทะเบียนถูกต้องที่ประเทศออสเตรเลีย

 

ปัจจุบันมีคุณครูที่ใช้หลักสูตร TSLTK อยู่มากกว่า 100 คนทั่วโลก และเรายังมีการอบรมคุณครูมือใหม่ที่ต้องการเริ่มต้นอาชีพนี้ และ professional development เพื่อพัฒนาทักษะและความรู้ในการสอนให้กับคุณครูที่มีประสบการณ์อีกด้วย

 

สอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตร หนังสือ และคอร์สอบรมของเราได้ที่ไลน์ @tsltk

 

โดย ครูหนูอ้น

TSLTK

 

😎😎😎😎😎

 

อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

แจกฟรี! สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ PDF

สอบถามเพิ่มเติมทางไลน์ @TSLTK ได้เลยนะคะ

 

👩‍🏫 คอร์สอบรมและสื่อของเราเหมาะสำหรับ

✅ ครูที่สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติอยู่แล้ว

✅ ผู้ที่สนใจเริ่มต้นอาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

#อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#เทคนิคการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติPDF

#ฟรีตัวอย่างสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#วิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#คู่มือสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

ไวยากรณ์ไทย 7 เรื่องที่ควรสอนนักเรียนต่างชาติ (2)

ไวยากรณ์ไทย 7 เรื่องที่ควรสอนนักเรียนต่างชาติ (2)

 

ในบทความครั้งที่แล้ว เราได้คุยกันถึงความสำคัญของการสอนไวยากรณ์ให้นักเรียนต่างชาติและเราได้พูดถึงหัวข้อไวยากรณ์ไทยที่ควรสอนไปแล้ว 3 หัวข้อ คุณครูที่ได้อ่านบทความนี้คงจะมีหัวข้อดังกล่าวในบทเรียนที่สอนนักเรียนต่างชาติของท่านไปแล้วใช่ไหมคะ วันนี้เราจะมาคุยเรื่องนี้กันต่อค่ะ

อย่างที่ได้กล่าวไว้ในบทความที่แล้วนะคะ ว่าไวยากรณ์มีความสำคัญสำหรับการเรียนในทุกๆ ภาษาเพราะเปรียบเสมือน “แก่นกลาง”ของระบบการสื่อสารด้วยภาษา เพื่อให้ผู้สื่อสารและผู้รับสารเข้าใจสารที่ต้องการส่งถึงกันด้วยระบบเดียวกัน และนี่คือเหตุผลหลักที่ว่าทำไมเราจึงยังต้องให้ความสนใจกับการเรียนไวยากรณ์อยู่

สำหรับไวยากรณ์ไทยอีก 4 หัวข้อที่คุณครูควรสอนนักเรียนต่างชาติของท่านได้แก่

  1. การใช้ Verb to Be ในภาษาไทย – ไม่ว่าภาษาอะไร คำกริยาหลักที่ต้องมีต้องใช้แน่ๆ ในภาษานั้นคือ verb to be และสำหรับภาษาไทยของเรานั้นมีคำที่ใช้สำหรับคำกริยานี้แตกต่างกันออกไป 3 แบบ ไม่ว่าจะเป็นคำว่า “เป็น, อยู่, คือ” ซึ่งใช้ในลักษณะต่างๆกัน และยังมีพ่วงท้ายอีกแบบหนึ่งคือไม่ใช้ verb to be เลยเมื่อประโยคนั้นมีประธานและภาคแสดงหรือส่วนที่ขยายเป็นคำคุณศัพท์ (adjective) เช่น เขาหล่อ เธอสวย ฉันหิว เป็นต้น
  2. Interrogative Word คำที่ใช้แสดงคำถาม – คำแสดงคำถามนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่คุณครูควรต้องสอนนักเรียนต่างชาตินะคะ เพราะเรามีคำที่หลากหลายมาก ทั้งคำแสดงคำถามประเภทที่ต้องการคำตอบใช่-ไม่ใช่ (Yes/No question word) และคำแสดงคำถามประเภท ใคร อะไร ที่ไหน เมื่อไร ทำไม อย่างไร ไหน กี่ (WH-question word) นอกจากนี้ คุณครูยังต้องสอนอีกด้วยว่าส่วนใหญ่แล้วตำแหน่งที่เราวางคำแสดงคำถามนี้มักจะอยู่ท้ายประโยค ซึ่งผิดกันกับภาษาอังกฤษที่มักจะวางต้นประโยค
  3. คำตอบสำหรับคำถาม Yes/No – ในภาษาอังกฤษการตอบคำถามที่ต้องการคำตอบเป็น “ใช่/ไม่ใช่” มีคำเฉพาะอยู่แล้วคือ yes สำหรับ “ใช่” และ no สำหรับ “ไม่ใช่” แต่ในภาษาไทยเราไม่ตอบเช่นนั้น ขึ้นอยู่กับว่าคำถามลงท้ายด้วยคำอะไร ในภาษาไทย เรามีคำถามที่ลงท้ายว่า ใช่ไหม หรือเปล่า หรือยัง วิธีตอบของเราก็จะแตกต่างกันไป เช่นตอบว่า ใช่-ไม่ใช่ สำหรับคำถามที่ลงท้ายว่า “ใช่ไหม” หรือตอบรับด้วยคำกริยาในประโยคนั้นสำหรับคำถามที่ลงท้ายว่า ไหม มั้ย หรือ เหรอ และตอบปฏิเสธด้วยการใช้คำว่า”ไม่”หน้าคำกริยาในประโยคนั้น
  4. Classifier ลักษณนาม เอกลักษณ์ของภาษาไทย – ลักษณนามเป็นเอกลักษณ์ของภาษาไทยที่เป็นเรื่องปวดใจสำหรับนักเรียนต่างชาติในระดับรองๆลงไปจากเสียงวรรณยุกต์เลยทีเดียว เพราะในภาษาอังกฤษไม่มีการใช้คำแบบนี้กับคำนามทุกคำแบบภาษาไทย จะมีก็แต่กับการนับจำนวนสำหรับคำนามที่นับไม่ได้ (uncountable noun) ที่ต้องนับด้วยการชั่ง-ตวง-วัดด้วยหน่วยวัดต่างๆ เช่น แก้ว กิโลกรัม ไมล์ สำหรับการนับจำนวนทั่วๆ ไปนั้น ในภาษาอังกฤษจะเริ่มด้วยตัวเลข + คำนามที่เป็นพหูพจน์ (plural) ถ้ามากกว่า 1 เช่น three dogs แต่ในภาษาไทยเราเริ่มด้วยคำนาม + ตัวเลข + ลักษณนาม จึงใช้ว่า หมาสามตัว คำลักษณนามเหล่านี้ไม่เพียงใช้เพื่อบอกจำนวนนับเท่านั้น แต่ยังมีที่ใช้อย่างอื่นอีกด้วย เช่น เมื่อต้องการใช้กับคุณศัพท์ชี้เฉพาะ (demonstrative adjective) เช่น นี้ นั้น – รถคันนี้ ผู้ชายคนนั้น – หรือใช้กับคุณศัพท์ที่ใช้แยกย่อยคำนาม (distributive adjective) เช่น ทุก แต่ละ – มนุษย์ทุกคน กางเกงขายาวแต่ละตัว เป็นต้น ผู้เขียนเองเมื่อถึงคราวที่ต้องสอนเรื่องนี้ให้นักเรียนก็มักจะปลอบใจนักเรียนว่า ถึงจะเป็นครูก็ไม่ได้แปลว่าจะจำได้ทุกคำหรอกนะ คนไทยใช้คำเหล่านี้ในชีวิตประจำวันมาตลอด เราก็เลยใช้เป็นธรรมชาติ แต่เราก็มักจะจำคำที่เราพบบ่อยๆ ได้ ถ้าคำไหนไม่ค่อยได้ใช้บ่อยนักก็ต้องไปเปิดหาเอาเหมือนกัน เพราะฉะนั้นก็หมั่นใช้ภาษาไทยบ่อยๆ ก็จะใช้คล่องไปเอง

อย่างไรก็ตาม การสอนไวยากรณ์ให้กับนักเรียนต่างชาตินี้มักจะไม่ได้แยกออกมาสอนเฉพาะ แต่จะสอนควบคู่กันไปกับการสอนฟัง-พูด หรือสอนอ่าน-เขียน แล้วแต่ว่าจะเน้นทักษะใด เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจและสามารถนำไปใช้ได้ถูกต้องนั่นเองค่ะ

 

สำหรับคุณครูที่เริ่มสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติที่ได้อ่านบทความนี้แล้ว และรู้สึกว่าอยากจะหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อช่วยเปิดโลกทัศน์ของการสอน ตลอดจนเพิ่มพูนทั้งความรู้และทักษะให้แก่ตนเอง เพื่อเพิ่มประสบการณ์การสอนของตนเองให้มากขึ้น ผู้เขียนขอแนะนำให้ท่านลองติดต่อ TSLTK ดูนะคะ เพราะทางสถาบัน TSLTK มีบริการทั้งคอร์สสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติทั้งเด็กและผู้ใหญ่ คอร์สอบรมคุณครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติไม่ว่าจะเป็นครูสอนภาษาไทยออนไลน์หรือออฟไลน์ และยังมีบริการในเรื่องสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติชนิดต่างๆ ทั้งบทเรียนและแบบฝึกหัด ที่ออกแบบมาและพิสูจน์แล้วว่าใช้ได้ผลจริงกับผู้เรียนต่างชาติทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยมีการปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาสื่อการสอนเหล่านี้มานานนับสิบๆ ปีทีเดียว และในขณะนี้ก็กำลังผลิตสื่อการสอนสำหรับผู้ใหญ่โดยเฉพาะที่ได้เริ่มวางแผงแล้ว ทางสถาบันฯ พร้อมให้คำแนะนำและบริการคุณครูเสมอค่ะ

 

สอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตร หนังสือ และคอร์สอบรมของเราได้ที่ไลน์ @tsltk

 

โดย ครูหนูอ้น

 

 

ไวยากรณ์ไทย 7 เรื่องที่ควรสอนนักเรียนต่างชาติ (1)

ไวยากรณ์ไทย 7 เรื่องที่ควรสอนนักเรียนต่างชาติ (1)

หลังจากที่ตกลงใจได้แล้วว่าอยากจะสอนการฟังการพูด หรือสอนการเขียนการอ่านภาษาไทยให้ผู้เรียนชาวต่างชาติ ผู้เขียนยังเคยได้ยินคุณครูสอนภาษาไทยมีข้อสงสัยและสอบถามกันอยู่เรื่อยๆ ว่า จะต้องสอนเรื่องอะไรกันบ้างนะ วันนี้เรามาคุยเรื่องนี้กันนะคะ

พอพูดถึงคำว่า “ไวยากรณ์” หลายคนคงเกิดอาการเบื่อขึ้นมาทันที คำนี้ดูจะเป็นยาขมสำหรับผู้เรียนภาษาทุกๆ ภาษา แต่จะไม่เรียนก็คงไม่ได้นะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าจะต้องการพูดหรืออ่านเขียนภาษานั้นๆ ได้อย่างถูกต้อง เราจะยิ่งละเลยไวยากรณ์กันไม่ได้เลยทีเดียว

ไวยากรณ์คืออะไร

ความหมายของ “ไวยากรณ์” ตามคำจำกัดความของพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พศ.2554 คือ “การจำแนกแจกแจง การอธิบาย  และระเบียบการเปลี่ยนแปลงรูปคำเพื่อบอกเพศ พจน์ กาล มาลา วาจก ของคำซึ่งต้องสัมพันธ์กันในประโยค” ซึ่งในทางภาษาศาสตร์มีการแบ่งระเบียบของคำด้วยวิธีที่ต่างๆ กันไป เช่น บางทฤษฎีแบ่งไวยากรณ์ออกเป็น 4 ระบบใหญ่ ๆ คือ ระบบเสียง ระบบคำ ระบบวากยสัมพันธ์ และระบบความหมายของภาษา บางทฤษฎีไม่นับระบบเสียงรวมอยู่ในไวยากรณ์ เป็นต้น

 

ไวยากรณ์ที่คุณครูภาษาไทยควรสอนนักเรียนต่างชาติ

 

ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนคนไทยหรือคนต่างชาติ จุดมุ่งหมายในการเรียนภาษาคือเพื่อที่พวกเขาจะสามารถใช้ภาษาได้ถูกต้อง สามารถสื่อสารความหมายที่ต้องการได้เป็นที่เข้าใจที่ถูกต้องตรงกันระหว่างพวกเขาและบุคคลอื่นๆ ข้อหนึ่งที่เราปฏิเสธได้ยากคือการเรียนไวยากรณ์ เพราะไวยากรณ์เป็น “แก่น”ของภาษา เป็นสิ่งที่ผู้เรียนทุกๆ ภาษาจะต้องพบและต้องทำความเข้าใจให้ได้ เพื่อจะได้ใช้ภาษานั้นๆ ได้ถูกต้อง เป็นที่เข้าใจตรงกันระหว่างผู้เรียนที่ต้องการสื่อสาร (ไม่ว่าจะด้วยช่องทางใด) กับผู้รับสาร

 

ก่อนจะเล่าสู่กันฟังต่อไป ผู้เขียนขอขอบพระคุณคุณครูเอ๋ยที่ได้โพสต์ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ในเพจของคุณครู และกลายเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้ผู้เขียนนำหัวข้อนี้มาคุยกันวันนี้ค่ะ

 

เรามาลองดูไวยากรณ์ไทยที่คุณครูสอนภาษาไทยควรจะสอนให้นักเรียนชาวต่างชาติของคุณครูกันนะคะ

  1. ประเภทและหน้าที่ของคำ (Part of speech) – เรามักจะเรียกส่วนนี้ด้วยการทับศัพท์ภาษาอังกฤษ แต่จริงๆ แล้วก็คือ “ประเภท”และ “หน้าที่”ของคำชนิดต่างๆ ในภาษานั่นเอง ได้แก่คำนาม คำสรรพนาม คำกริยา คำคุณศัพท์ คำวิเศษณ์ คำบุรพบท คำสันธาน และคำอุทาน บางครั้งผู้เขียนก็พบว่ามีการเรียกคำบางชนิดตามหน้าที่ของคำนั้นๆ ในประโยคไปเลย โดยมากมักใช้เรียกคำ(หรือกลุ่มคำ)นั้นเวลาที่อธิบายให้นักเรียนต่างชาติของเราฟังเป็นภาษาอังกฤษ เช่น modifier หรือ tense indicator เป็นต้น ซึ่งในแง่นี้ก็นับว่าสะดวกดีสำหรับการจดจำของผู้เรียน จะได้เอาไปใช้ได้ถูกต้อง
  2. วากยสัมพันธ์ (Syntax) – ได้แก่โครงสร้างทางไวยากรณ์และโครงสร้างประโยค หรือความสัมพันธ์ของคำต่างๆ ในประโยค คำอธิบายแบบสั้นที่สุดในภาษาอังกฤษคือ word order หรือการลำดับคำ อะไรมาก่อนมาหลัง เพื่อให้เกิดความหมายที่ถูกต้องตรงกับที่ต้องการจะสื่อ
  3. โครงสร้างประโยคพื้นฐานของไทยแบบไหน นำไปใช้อย่างไร – ตัวอย่างเช่นในภาษาอังกฤษ จะมีการเรียงประโยคโดยเริ่มต้นด้วยภาคประธาน(Subject ผู้กระทำกริยานั้น) และภาคแสดง (Verb กริยาที่กระทำ) ซึ่งอาจจะมีหรือไม่มีกรรม(Object)มารับกริยานั้นก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่ากริยานั้นต้องการกรรมหรือไม่ (Transitive or Instansitive Verb) หรือต้องการแค่ส่วนประกอบที่เติมให้ความหมายครบถ้วน (Complement) ซึ่งในส่วนหลักๆ นี้ก็จะเหมือนกันกับของภาษาไทย

ยังมีอีก 4 หัวข้อนะคะ แต่ในบทความวันนี้ผู้เขียนขอหยุดไว้แค่นี้ก่อน เพื่อไม่ให้บทความยาวเกินไป เราจะมาคุยเรื่องนี้กันต่อในบทความครั้งหน้านะคะ

 

สำหรับคุณครูที่เริ่มสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติที่ได้อ่านบทความนี้แล้ว และรู้สึกว่าอยากจะหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อช่วยเปิดโลกทัศน์ของการสอน ตลอดจนเพิ่มพูนทั้งความรู้และทักษะให้แก่ตนเอง เพื่อเพิ่มประสบการณ์การสอนของตนเองให้มากขึ้น ผู้เขียนขอแนะนำให้ท่านลองติดต่อ TSLTK ดูนะคะ เพราะทางสถาบัน TSLTK มีบริการทั้งคอร์สสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติทั้งเด็กและผู้ใหญ่ คอร์สอบรมคุณครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติไม่ว่าจะเป็นครูสอนภาษาไทยออนไลน์หรือออฟไลน์ และยังมีบริการในเรื่องสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติชนิดต่างๆ ทั้งบทเรียนและแบบฝึกหัด ที่ออกแบบมาและพิสูจน์แล้วว่าใช้ได้ผลจริงกับผู้เรียนต่างชาติทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยมีการปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาสื่อการสอนเหล่านี้มานานนับสิบๆ ปีทีเดียว และในขณะนี้ก็กำลังผลิตสื่อการสอนสำหรับผู้ใหญ่โดยเฉพาะที่ใกล้จะวางแผงเร็วๆนี้แล้ว ทางสถาบันฯ พร้อมให้คำแนะนำและบริการคุณครูเสมอค่ะ

สอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตร หนังสือ และคอร์สอบรมของเราได้ที่ไลน์ @tsltk

โดย ครูหนูอ้น

 

😎😎😎😎😎

 

อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

แจกฟรี! สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ PDF

สอบถามเพิ่มเติมทางไลน์ @TSLTK ได้เลยนะคะ

 

👩‍🏫 คอร์สอบรมและสื่อของเราเหมาะสำหรับ

✅ ครูที่สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติอยู่แล้ว

✅ ผู้ที่สนใจเริ่มต้นอาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

#อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#เทคนิคการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติPDF

#ฟรีตัวอย่างสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#วิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#คู่มือสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

สอนภาษาไทยกับวัฒนธรรมไทยให้นักเรียนต่างชาติ

สอนภาษาไทยกับวัฒนธรรมไทยให้นักเรียนต่างชาติ

คุณครูที่สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติทราบไหมคะว่าท่านกำลังนำเสนอวัฒนธรรมไทยให้พวกเขาด้วย? บางท่านอาจจะงงกับคำกล่าวนี้ วันนี้เราจะมาดูกันค่ะ ว่าคุณครูสอนภาษาไทยนำเสนอหรือสอนวัฒนธรรมไทยไปด้วยตอนไหน อย่างไร

 

วัฒนธรรมคืออะไร

 

ถ้าจะดูจากคำจำกัดความของคำว่า “วัฒนธรรม” ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 ได้ให้ความหมายของคำนี้ว่า “น. สิ่งที่ทำความเจริญงอกงามให้แก่หมู่คณะ เช่น วัฒนธรรมไทย วัฒนธรรมในการแต่งกาย, วิถีชีวิตของหมู่คณะ เช่น วัฒนธรรมพื้นบ้าน วัฒนธรรมชาวเขา” ในขณะที่มีประเด็นการกล่าวถึงความหมายของวัฒนธรรมอยู่มากมายตั้งแต่อดีต หากแต่ผู้เขียนขออนุญาตยกข้อสรุปจากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม ที่กล่าวว่า

 

“วัฒนธรรม หมายถึง วิถีการดำเนินชีวิต (The Way of Life) ของคนในสังคม นับตั้งแต่วิธีกิน วิธีอยู่ วิธีแต่งกาย วิธีทำงาน วิธีพักผ่อน วิธีแสดงอารมณ์ วิธีสื่อความ วิธีจราจรและขนส่ง วิธีอยู่ร่วมกันเป็นหมู่คณะ วิธีแสดงความสุขทางใจ และหลักเกณฑ์การดำเนินชีวิต (….)”

 

เมื่อเราพูดถึงวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของชาติ เราคงพอจะนึกถึงตัวอย่างต่างๆ ต่อไปนี้ได้ เช่น

  1. ภาษาไทยคือ ภาษาพูดที่ใช้สื่อสารกันได้อย่างเข้าใจ ถึงแม้จะมีสำเนียงที่แตกต่างกันไปบ้างในแต่ละพื้นที่ รวมถึงการใช้ศัพท์กับบุคคลในระดับต่าง ๆ และอักษรไทยที่ใช้ในภาษาเขียนโดยทั่วไป
  2. การแต่งกายปัจจุบันการแต่งกายของคนไทยในชีวิตประจำวันเป็นสากลมากขึ้น แต่ก็ยังคงเครื่องแต่งกายของไทยไว้ในโอกาสสำคัญต่าง ๆ เช่น ในงานพระราชพิธี งานที่เป็นพิธีการ หรือในโอกาสพบปะ สังสรรค์ระหว่างผู้นำ พิธีแต่งงาน งานเทศกาลและงานประเพณีที่จัดขึ้น หรือในกิจกรรมต่าง ๆ ที่ต้องการแสดงให้เห็นถึงความเป็นไทยอย่างชัดเจน
  3. การแสดงความเคารพด้วยการไหว้และกราบซึ่งแบ่งแยกออกได้อย่างชัดเจน เช่น กราบพระพุทธรูป กราบพระสงฆ์ กราบไหว้บุคคลในฐานะ หรือวัยต่าง ๆ ตลอดจนการวางตนด้วยความสุภาพอ่อนน้อมถ่อมตน การแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ ความมีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน รวมไปถึงความเกรงใจ ซึ่งยังคงเป็นลักษณะพิเศษของคนไทยจำนวนมาก
  4. สถาปัตยกรรมซึ่งเราสามารถเห็นได้จากชิ้นงานที่ปรากฏในศาสนสถาน โบสถ์วิหาร ปราสาทราชวัง ตลอดจนอาคารและบ้านทรงไทย
  5. ศิลปวัฒนธรรมและประเพณีประเทศไทยมีการติดต่อกับหลายเชื้อชาติ ทำให้มีการรับวัฒนธรรมของชาติต่างๆ เข้ามาประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสม และปฏิบัติสืบต่อกันมาจนกลายเป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตของไทย
  6. ดนตรีไทย กีฬาไทย และการละเล่นพื้นเมืองต่างๆ

 

ซึ่งเราก็คงจะเห็นแล้วว่า ภาษาไทยเป็นวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของไทยที่ยังคงใช้กันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน พวกเราในฐานะคุณครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นการสอนที่เน้นการฟังและการพูด หรือการอ่านและการเขียนก็ตาม คุณครูก็ล้วนต้องรวมการสอนคำศัพท์และการใช้คำศัพท์ในหลายแง่มุมที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมของไทย เช่น

  1. ภาษาไทยใช้คำลงท้ายประโยคที่เรียกว่า “particles” เพื่อสื่อความหมายต่างๆ – เช่น การใช้คำลงท้ายประโยคบอกเล่าเพื่อแสดงความสุภาพของผู้พูด เช่น “ครับ ค่ะ” หรือใช้คำว่า “ไหม”เป็นการแสดงคำถามเพื่อการตอบรับหรือปฏิเสธ หรือใช้คำว่า “นะ” ในประโยคเพื่อทำให้ประโยคสละสลวยขึ้นไม่ห้วนเกินไป หรืออาจจะเพื่อขอร้องหรือประนีประนอม เป็นต้น แสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมของคนไทยที่ใส่ใจกับผู้อื่น หรือพยายามที่จะไม่ให้เกิดเรื่องวิวาทหรือเข้าใจผิด
  2. ภาษาไทยมีระดับของภาษา ที่สื่อถึงการใช้ภาษากับบุคคลระดับต่างๆ ในสังคมและในบริบทต่างๆ เช่น คำราชาศัพท์ ภาษาราชการที่มีความเป็นทางการ ภาษากึ่งทางการ เช่นภาษาที่ใช้ในการเขียนข่าวและ/หรือบทความ ภาษาแสดงความเป็นกันเอง หรือภาษาปาก คือภาษาที่ใช่ในหมู่คนใกล้ชิดและเพื่อน เมื่อจะใช้สื่อความหมายให้ถูกต้องเหมาะสมจึงจำเป็นต้องใช้ภาษาไทยให้ถูกกลุ่มถูกระดับ
  3. ภาษาไทยกับการใช้คำเรียก สำหรับการติดต่อราชการ ติดต่อธุรกิจหรือการพูดกับคนที่เพิ่งรู้จัก คนไทยจะใช้คำว่า “คุณ”เป็นสรรพนาม แต่ในอีกแง่หนึ่ง การสนทนาในบริบทที่ไม่ต้องเป็นทางการหรือสามารถเป็นกันเองได้ คนไทยส่วนใหญ่นิยมเรียกผู้ที่ตนสนทนาด้วยว่า “พี่” หากเขา/เธอดูจะมีอายุมากกว่าตน หรือเรียกว่า “น้อง” หากเขา/เธอดูจะมีอายุน้อยกว่าตน หรือเรียก “ลุง” “ป้า” หากคิดว่าเขาอายุมากกว่าตนมาก เป็นต้น แสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมของคนไทยที่ยังให้ความสำคัญกับวัยวุฒิหรืออาวุโส
  4. การใช้คำแทนตัวหรือใช้ชื่อเล่นแทนสรรพนาม – คนไทยส่วนใหญ่มีชื่อตัว (given name) ซึ่งส่วนมากเป็นคำที่มาจากภาษาอื่นเช่นภาษาสันสกฤต และในหลายๆ โอกาสก็ยากแก่การออกเสียง คนไทยส่วนใหญ่จึงนิยมมีชื่อเล่น (nick name) ซึ่งมักจะเป็นชื่อไทยๆ หรือคำไทย มีความหมายบ้างไม่มีบ้าง อาจจะเป็นชื่อสัตว์ต่างๆ แสดงถึงความน่ารักน่าเอ็นดู หรือบางทีก็เพราะอยากให้เป็นมงคลแก่ตัว มีความก้าวหน้า เป็นใหญ่เป็นโตในหน้าที่การงาน ฯลฯ การตั้งชื่อเล่นก็เพื่อให้ง่ายต่อการออกเสียงเรียก และคนไทยส่วนมากก็นิยมที่จะเรียนชื่อเล่นของตนเองแทนสรรพนามบุรุษที่หนึ่งในเวลาที่พูดกับคนอื่น เพราะในภาษาไทยไม่มีคำว่า “I” เพื่อใช้พูดกับผู้อื่นที่ตนสนิทสนมด้วย

 

คงจะเห็นแล้วนะคะว่า การสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาตินั้น คุณครูไม่สามารถหลีกเลี่ยงการแนะนำวิถีชีวิตหรือวัฒนธรรมไทยของเราให้แก่ผู้เรียนในขณะที่สอนภาษาไทยได้เลย ผู้เขียนหวังว่าคุณครูภาษาไทยทุกท่านคงจะตระหนักในข้อนี้ และช่วยกันส่งต่อประสบการณ์และความรู้สึกดีๆ เกี่ยวกับประเทศไทยและวัฒนธรรมไทยให้กับนักเรียนของคุณครูไปพร้อมๆ กันด้วยนะคะ

 

 

สำหรับคุณครูที่เริ่มสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติที่ได้อ่านบทความนี้แล้ว และรู้สึกว่าอยากจะหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อช่วยเปิดโลกทัศน์ของการสอน ตลอดจนเพิ่มพูนทั้งความรู้และทักษะให้แก่ตนเอง เพื่อเพิ่มประสบการณ์การสอนของตนเองให้มากขึ้น ผู้เขียนขอแนะนำให้ท่านลองติดต่อ TSLTK ดูนะคะ เพราะทางสถาบัน TSLTK มีบริการทั้งคอร์สสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติทั้งเด็กและผู้ใหญ่ คอร์สอบรมคุณครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติไม่ว่าจะเป็นครูสอนภาษาไทยออนไลน์หรือออฟไลน์ และยังมีบริการในเรื่องสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติชนิดต่างๆ ทั้งบทเรียนและแบบฝึกหัด ที่ออกแบบมาและพิสูจน์แล้วว่าใช้ได้ผลจริงกับผู้เรียนต่างชาติทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยมีการปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาสื่อการสอนเหล่านี้มานานนับสิบๆ ปีทีเดียว และในขณะนี้ก็กำลังผลิตสื่อการสอนสำหรับผู้ใหญ่โดยเฉพาะที่ใกล้จะวางแผงเร็วๆนี้แล้ว ทางสถาบันฯ พร้อมให้คำแนะนำและบริการคุณครูเสมอค่ะ

สอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตร หนังสือ และคอร์สอบรมของเราได้ที่ไลน์ @tsltk

โดย ครูหนูอ้น

 

😎😎😎😎😎

 

อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

แจกฟรี! สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ PDF

สอบถามเพิ่มเติมทางไลน์ @TSLTK ได้เลยนะคะ

 

👩‍🏫 คอร์สอบรมและสื่อของเราเหมาะสำหรับ

✅ ครูที่สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติอยู่แล้ว

✅ ผู้ที่สนใจเริ่มต้นอาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

#อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#เทคนิคการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติPDF

#ฟรีตัวอย่างสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#วิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#คู่มือสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

จะให้การบ้านภาษาไทยนักเรียนต่างชาติอะไรดี

จะให้การบ้านภาษาไทยนักเรียนต่างชาติอะไรดี

ในบทความครั้งล่าสุด ผู้เขียนได้กล่าวถึงความสำคัญของ”การบ้าน”สำหรับนักเรียนชาวต่างชาติที่เรียนภาษาไทย ในวันนี้เราจะมาดูกันค่ะว่า เราจะสามารถให้การบ้านดังกล่าวในลักษณะใดได้บ้าง

 

เนื่องจากนักเรียนชาวต่างชาติของเรานั้นอาจจะแบ่งกว้างๆ จากกลุ่มอายุ เช่นกลุ่มนักเรียนที่เป็นเด็ก ซึ่งก็มีทั้งเด็กเล็กและเด็กโต ที่แน่นอนละว่าความสนใจของทั้งสองกลุ่มนี้น่าจะแตกต่างกัน กับกลุ่มผู้เรียนที่เป็นผู้ใหญ่วัยทำงาน(และอาจจะมีเกินกว่าวัยทำงานแล้วด้วยซ้ำ) ในวันนี้ผู้เขียนขออนุญาตที่จะกล่าวถึงเฉพาะกลุ่มหลัง โดยเฉพาะกับกลุ่มที่เรียนการฟังและการพูดในระดับเริ่มต้นก่อนนะคะ

 

สำหรับผู้เรียนที่เน้นเรียนการฟังและการพูดในภาษาไทย ในระหว่างชั่วโมงเรียนที่เรียนกับคุณครู ไม่ว่าจะเป็นการเรียนออนไลน์หรือการเรียนแบบตัวต่อตัวในห้องเรียน คุณครูจะใช้โอกาสนั้นไปเพื่อทบทวนสิ่งที่เรียนไปแล้วและสอนคำศัพท์ใหม่ๆเพิ่มขึ้น สอนวิธีการใช้คำศัพท์เหล่านั้นที่ใช้กันในชีวิตประจำวัน ควบคู่ไปกับการเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ออกเสียงและเห็นวิธีการใช้คำศัพท์ในสถานการณ์จริงในรูปแบบต่างๆ ของการสนทนา ซึ่งในช่วงที่เป็นชั่วโมงเรียนนักเรียนสามารถสนทนาโต้ตอบกับคุณครูได้โดยตรง แต่เมื่อนักเรียนต้องไปทบทวนนอกชั้นเรียน สิ่งที่คุณครูควรจะพิจารณาเมื่อจะมอบหมายการบ้านให้นักเรียนนั้นน่าจะเป็น 2 เรื่องหลักนี้ คือ

 

  • คำศัพท์ ความหมาย และการนำไปใช้ – ในการเรียนสนทนาภาษาไทยนั้น แม้ว่าจะไม่เน้นที่การอ่านและการเขียน แต่สิ่งที่นักเรียนต้องรู้และเข้าใจคือคำศัพท์ไทย ทั้งความหมายและการใช้ ดังนั้น การบ้านที่คุณครูควรจะให้กับนักเรียนจึงควรจะตอบโจทย์ที่ว่านักเรียนสามารถเข้าใจคำศัพท์ และสามารถใช้คำศัพท์นั้นอย่างถูกต้องในการ “ใช้ภาษา”เพื่อการสนทนาโต้ตอบกับคนไทยหรือผู้ที่ใช้ภาษาไทยคนอื่นๆ

 

  • ให้การบ้านในเรื่องที่เรียนไปแล้ว – สิ่งหนึ่งที่คุณครูควรจะพิจารณาในการจัดทำ – หรือจัดหา สำหรับคุณครูที่อาจจะไม่มีเวลาจัดทำเอง – การบ้านให้นักเรียนของคุณครูนั้น คือ การบ้านควรจะต้องมีเนื้อหาสอดคล้องกับสิ่งที่ได้สอนนักเรียนไปแล้ว เพราะหากนักเรียนเห็นโจทย์แล้วไม่เข้าใจในทันทีก็ยังพอจะเดาได้ว่าต้องไปหาจากบทไหน

 

สำหรับรูปแบบของการบ้านที่คุณครูสามารถเตรียมทำหรือจัดหาให้นักเรียนของคุณครูนั้น ก็มีได้ในหลายรูปแบบนะคะ เช่น

  1. เติมคำในช่องว่าง – ให้โจทย์เป็นกลุ่มคำหรือประโยคที่มีช่องว่างที่คุณครูต้องการฝึกหรือทบทวนนักเรียนในการใช้ และมีคำต่างๆ ให้นักเรียนเลือกเติมให้ถูกต้อง ในโจทย์ลักษณะนี้นักเรียนต้องเข้าใจคำศัพท์ทั้งหมดเพื่อที่จะเลือกเติมได้ถูกต้องตามหน้าที่ของคำนั้นๆ ในประโยคหรือกลุ่มคำดังกล่าว
  2. แต่งประโยคจากคำหรือภาพที่ให้ – ในโจทย์แบบนี้คุณครูจะให้คำที่ต้องการประเมินว่านักเรียนเข้าใจและสามารถใช้ในประโยคให้สามารถสื่อความหมายได้อย่างไร เป็นการทบทวนทั้งในแง่ของคำศัพท์และการใช้ภาษา
  3. ทบทวนคำศัพท์ – โจทย์ลักษณะนี้สามารถทำได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการจับคู่คำกับความหมายที่ถูกต้อง (matching) เลือกคำตอบที่ถูกต้องจากคำที่ให้ (multiple choices) ซึ่งสามารถประเมินคำศัพท์นั้นๆ เป็นคำๆ หรือเมื่อนำคำศัพท์นั้นไปใช้ในประโยคแล้ว
  4. เรียงลำดับคำให้ถูกต้อง – ในโจทย์ลักษณะเช่นนี้จะประเมินว่านักเรียนเข้าใจวิธีการใช้คำศัพท์นั้นๆ ในประโยคโดยเรียงลำดับของคำได้มีความหมายที่ถูกต้องหรือไม่ ซึ่งเป็นการทบทวนทั้งในแง่ของการใช้ภาษาและความหมายของคำศัพท์เหล่านั้น

 

ในปัจจุบัน รูปแบบของการบ้านไม่ได้มีเพียงการเขียนในกระดาษหรือพิมพ์เป็นเอกสารเท่านั้น แต่ด้วยเทคโนโลยีทางการศึกษาที่มีพัฒนาการที่ก้าวหน้ามากขึ้น ทำให้รูปแบบของการบ้านมีความน่าสนใจมากขึ้นในแง่ของการ “นำเสนอ”แบบมีปฏิสัมพันธ์โดยตรง (interactive) หรือแบบออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นเกมส์ การทำการบ้านและการตรวจผลออนไลน์ ตลอดจนการให้การบ้านนักเรียนไปแต่งประโยคหรือข้อความสั้นๆ ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เรียนไปและอัดเป็นไฟล์เสียง หรืออัดเป็นคลิปวีดิโอส่งคุณครู ซึ่งก็อยู่ที่คุณครูแต่ละท่านจะถนัดใช้ความคิดสร้างสรรค์ของตนเองเพียงใดค่ะ

 

สำหรับคุณครูที่เริ่มสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติที่ได้อ่านบทความนี้แล้ว และรู้สึกว่าอยากจะหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อช่วยเปิดโลกทัศน์ของการสอน ตลอดจนเพิ่มพูนทั้งความรู้และทักษะให้แก่ตนเอง เพื่อเพิ่มประสบการณ์การสอนของตนเองให้มากขึ้น ผู้เขียนขอแนะนำให้ท่านลองติดต่อ TSLTK ดูนะคะ เพราะทางสถาบัน TSLTK มีบริการทั้งคอร์สสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติทั้งเด็กและผู้ใหญ่ คอร์สอบรมคุณครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติไม่ว่าจะเป็นครูสอนภาษาไทยออนไลน์หรือออฟไลน์ และยังมีบริการในเรื่องสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติชนิดต่างๆ ทั้งบทเรียนและแบบฝึกหัด ที่ออกแบบมาและพิสูจน์แล้วว่าใช้ได้ผลจริงกับผู้เรียนต่างชาติทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยมีการปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาสื่อการสอนเหล่านี้มานานนับสิบๆ ปีทีเดียว และในขณะนี้ก็กำลังผลิตสื่อการสอนสำหรับผู้ใหญ่โดยเฉพาะที่ใกล้จะวางแผงเร็วๆนี้แล้ว ทางสถาบันฯ พร้อมให้คำแนะนำและบริการคุณครูเสมอค่ะ

สอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตร หนังสือ และคอร์สอบรมของเราได้ที่ไลน์ @TSLTK

โดย ครูหนูอ้น

 

😎😎😎😎😎

 

อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

แจกฟรี! สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ PDF

สอบถามเพิ่มเติมทางไลน์ @TSLTK ได้เลยนะคะ

 

👩‍🏫 คอร์สอบรมและสื่อของเราเหมาะสำหรับ

✅ ครูที่สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติอยู่แล้ว

✅ ผู้ที่สนใจเริ่มต้นอาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

#อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#เทคนิคการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติPDF

#ฟรีตัวอย่างสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#วิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#คู่มือสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ