การสอนการออกเสียงภาษาไทย (2)

การสอนการออกเสียงภาษาไทย (2)

 

ในบทความครั้งที่แล้ว ผู้เขียนได้กล่าวถึงองค์ประกอบของ”เสียง”ในภาษาไทย ซึ่งมีทั้งเสียงของพยัญชนะ(ทั้งในฐานะพยัญชนะต้นและตัวสะกด) เสียงของสระ และเสียงของวรรณยุกต์ ในบทความวันนี้เราจะมาคุยกันในเรื่องของการถอดเสียงภาษาไทยด้วยตัวอักษรโรมันกันค่ะ

 

การถอดอักษร (Transliteration) คืออะไร

 

พูดถึงการถอดอักษร บางคนอาจจะยังพอเดาได้ว่าเรากำลังพูดถึงอะไร แต่ถ้ามาดูคำศัพท์จะยิ่งงงกันเข้าไปใหญ่ เพราะศัพท์ของคำนี้คือ “การปริวรรตอักษร” ซึ่งหมายถึงการถอดอักษร หรือแปลงข้อความจากระบบการเขียนภาษาหนึ่งไปสู่อีกระบบหนึ่งอย่างมีหลักการ ที่ต้องทำเช่นนี้ก็เพื่อให้สามารถเขียน(และอ่านออกเสียง)คำนั้นได้สะดวก

 

ก่อนที่ผู้เขียนจะมาเริ่มเป็นครูสอนภาษาไทยนั้น ผู้เขียนไม่ค่อยได้สนใจในเรื่องการถอดเสียงอะไรนี่เลย เพราะเรื่องเกี่ยวกับภาษาที่เคยใช้งานส่วนมากคือการทำความเข้าใจ”ความหมาย”ของคำภาษาต่างประเทศมากกว่า เมื่อมาเริ่มเรียนรู้กระบวนการสอนภาษาไทยถึงได้มารู้จักเรื่องนี้

 

เมื่อชาวต่างชาติมาเรียนภาษาไทย โดยเฉพาะการเรียนการฟังการพูด สิ่งที่เขาจะต้องทำได้เมื่อเรียนไปแล้ว คือต้องออกเสียงคำ ข้อความและประโยคภาษาไทยที่สามารถทำให้คนไทยเข้าใจได้เพื่อให้การสื่อสารด้วยภาษาไทยเป็นไปด้วยความคล่องตัวและเข้าใจตรงกัน ดังนั้น การที่จะสอน”การออกเสียง” หรือ pronunciation ของภาษาไทยให้ได้ใกล้เคียงกับเสียงในภาษาไทยจริงๆ สำหรับคนที่ใช้หรือคุ้นเคยกับภาษาที่ใช้อักษรโรมัน ที่เรามักจะเรียกว่า “ตัวอักษรภาษาอังกฤษ”นั้น ก็คือการ”ถอด”คำจากภาษาไทยมาเป็นตัวอักษรดังกล่าว ถ้าจะเปรียบเทียบให้พอมองเห็นภาพ ก็คงจะคล้ายกับเวลาเราร้องเพลงคาราโอเกะ ที่มีตัวอักษรอังกฤษอยู่ด้านล่าง ผสมกันอยู่เรียงรายเป็นคำๆ ให้ออกเสียงได้นั่นเองค่ะ

 

อย่างไรก็ดี การถอดเสียงภาษาไทยด้วยตัวอักษรหรืออักขรวิธีแบบที่เรียกว่าเป็นหลักเกณฑ์สากลนั้น ยังไม่มีหลักเกณฑ์แบบใดแบบหนึ่งเป็นที่ยอมรับทั้งหมด ในปัจจุบันมีระบบการถอดคำภาษาไทยที่สถาบัน คุณครู และ/หรือแบบเรียนและสื่อการสอนต่างๆ ใช้กันอยู่หลายระบบ ผู้เขียนขอกล่าวถึงบางระบบดังนี้นะคะ

  • การใช้สัทอักษรสากล – ในภาษาพูดทั่วๆ ไป เรามักจะเรียกสัญลักษณ์นี้ว่า “ตัวโฟเนติก” สำหรับ “สัทอักษรสากล” (IPA – International Phonetic Alphabet) นั้น คือสัทอักษรชุดหนึ่งที่พัฒนาโดยสมาคมสัทศาสตร์สากล (International Phonetic Association)โดยมุ่งหมายให้เป็นสัญกรณ์มาตรฐานสำหรับการแทนเสียงพูดในทุกภาษา นักภาษาศาสตร์ใช้สัทอักษรสากลเพื่อแทนหน่วยเสียงต่าง ๆ ที่อวัยวะออกเสียงของมนุษย์สามารถเปล่งเสียงได้ โดยแทนหน่วยเสียงแต่ละหน่วยเสียงด้วยสัญลักษณ์เฉพาะที่ไม่ซ้ำกัน

การใช้ระบบนี้ในการสอนการออกเสียงภาษาไทยน่าจะเหมาะสมกับกลุ่มผู้เรียนที่มีพื้นฐานความรู้ในเรื่องของสัทอักษรอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเรียนทางด้านภาษาศาสตร์ หรือสนใจความรู้ทางด้านภาษาศาสตร์เป็นพิเศษ เพราะสำหรับบุคคลทั่วๆ ไปแล้ว การสอนการออกเสียงภาษาไทยโดยการใช้สัทอักษรสากลเป็นสัญลักษณ์ เท่ากับพวกเขาเหล่านั้นจะต้องมาเรียนชุดสัทอักษรสากลอีกชุดหนึ่งก่อนที่จะไปเรียนการออกเสียงภาษาไทยได้ ซึ่งค่อนข้างจะเป็นความยุ่งยากและอาจจะเสียเวลามากเกินไป แต่ถ้าผู้เรียนเป็นผู้ที่สนใจทางภาษาศาสตร์และพอจะมีความรู้ทางสัทอักษรสากลอยู่บ้างแล้ว การสอนการออกเสียงภาษาไทยโดยการใช้สัทอักษรสากลนี้ก็น่าจะช่วยพวกเขาได้มากค่ะ

  • หลักการถอดอักษรไทยเป็นอักษรโรมันแบบถ่ายเสียงของราชบัณฑิตยสถาน (RTGS – Royal Thai General System of Transcription) – ราชบัณฑิตยสถานได้มีการออกหลักเกณฑ์นี้และปรับปรุงแก้ไขมาแล้ว 4 ครั้งตั้งแต่พ.ศ. 2475 โดยมีการปรับปรุงล่าสุดเมื่อพ.ศ. 2542วัตถุประสงค์ของการกำหนดหลักเกณฑ์ฯ นี้คือเพื่อให้อ่านคำไทยในตัวอักษรโรมันได้ใกล้เคียงกับคำเดิม หลักเกณฑ์ฯ นี้ใช้อ้างอิงในการถอดคำไทยเป็นอักษรโรมันในเอกสารและป้ายประกาศของทางราชการ อย่างไรก็ดี ยังมีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างแพร่หลายว่ายังไม่ดีพอสำหรับชาวต่างชาติในการอ่านภาษาไทย ด้วยเหตุผลหลายๆ ประการ เช่น
    • ไม่มีสัญลักษณ์หรือระบบแทนเสียงวรรณยุกต์
    • สระสั้น และสระยาว ใช้ตัวอักษรเดียวกัน เช่น อะ และ อา ใช้ ตัวอักษร a
    • เสียง /pʰ/ (ผ, พ, ภ) ถูกแทนด้วย ตัวอักษร ph ทำให้อ่านผิดว่าเป็น /f/ เหมือนคำในภาษาอังกฤษ เช่น Phuket (ภูเก็ต) อาจอ่านผิดเป็น “ฟักอิต” (พ้องกับ it ในภาษาอังกฤษ) หรือเสียง /tʰ/ (ฐ, ฑ, ฒ, ถ, ท, ธ) ถูกแทนด้วย ตัวอักษร th ทำให้อ่านผิดว่าเป็น /θ/ หรือ /ð/ เหมือนคำในภาษาอังกฤษ เช่น Thewet (เทเวศร์) อาจอ่านผิดเป็น “เดอะเว็ท”
    • เสียงสระ “โอะ โอ” กับ “เอาะ ออ” ใช้ตัวอักษร o ตัวเดียวกัน เช่น คำว่า “พล” และ “พร” เขียนเหมือนกันเป็น phon ทำให้ถูกอ่านผิดเป็น “ฝน” ได้ เป็นต้น
  • การถอดคำไทยด้วยอักษรโรมันของเว็บไซต์ thai2english.com – การถอดคำไทยด้วยตัวอักษรโรมันที่ค่อนข้างได้รับความนิยมในบรรดาคุณครูที่สอนภาษาไทยและทำสื่อการสอนของตนเอง เนื่องจากมีการใส่เครื่องหมายกำกับเสียง หรือที่เรียกกันว่า tone marks สำหรับเสียงวรรณยุกต์ไว้เหนือสระของแต่ละพยางค์ด้วย ประกอบกับความสะดวกในการพิมพ์ตัวอักษรไทยลงในช่องค้นหาแล้วคลิก ก็จะมีตัวอักษรโรมันปรากฏขึ้น แต่อย่างไรก็ดี ในการใช้งานนั้นจำเป็นต้องตรวจสอบก่อนเสมอ (เพราะผู้เขียนเคยพบบางตัวอย่างที่ออกเสียงเพี้ยนไปจากที่คนไทยออกเสียงจริงค่ะ)

อันที่จริงยังมีหลักการถอดคำและถอดเสียงจากภาษาไทยที่สามารถนำไปใช้สอนการออกเสียงภาษาไทยให้กับชาวต่างชาติอีกมากมาย เช่น แบบ ALA-LC, Haas, TYT, Paiboon, Paiboon+ เป็นต้น

แต่ไม่ว่าคุณครูจะเลือกใช้ระบบใดก็ตาม สิ่งที่ควรจะพิจารณาประกอบคือ”ความสะดวก”และ”ผลลัพธ์ของผู้เรียน” ซึ่งน่าจะเป็นจุดมุ่งหมายหลักของคุณครูที่สอนภาษาไทยที่เน้นการฟังและการพูดให้ชาวต่างชาติอยู่แล้ว คุณครูผู้สอนเองนอกจากจะต้อง”แม่น”ในเรื่องการออกเสียงให้ถูกต้องเอง ยังต้องจำหลักเกณฑ์ที่ตนเองเลือกใช้ให้ได้ด้วยเช่นกันนะคะ เพราะเวลาที่สอนจริงๆ ถ้าเราเขียนกลับไปกลับมาเพราะจำไม่ได้ว่าเราเคยบอกนักเรียนไว้ว่าเราใช้ k แทน ข ค ฆ และ g แทน ก ก็มีโอกาสที่จะทำให้นักเรียนของเราสับสน กลายเป็นการเพิ่มความยากในการเรียนภาษาไทยโดยไม่จำเป็น

 

สำหรับคุณครูที่เริ่มสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติที่ได้อ่านบทความนี้แล้ว และรู้สึกว่าอยากจะหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อช่วยเปิดโลกทัศน์ของการสอน ตลอดจนเพิ่มพูนทั้งความรู้และทักษะให้แก่ตนเอง เพื่อเพิ่มประสบการณ์การสอนของตนเองให้มากขึ้น ผู้เขียนขอแนะนำให้ท่านลองติดต่อ TSLTK ดูนะคะ เพราะทางสถาบัน TSLTK มีบริการทั้งคอร์สสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติทั้งเด็กและผู้ใหญ่ คอร์สอบรมคุณครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติไม่ว่าจะเป็นครูสอนภาษาไทยออนไลน์หรือออฟไลน์ และยังมีบริการในเรื่องสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติชนิดต่างๆ ทั้งบทเรียนและแบบฝึกหัด ที่ออกแบบมาและพิสูจน์แล้วว่าใช้ได้ผลจริงกับผู้เรียนต่างชาติทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยมีการปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาสื่อการสอนเหล่านี้มานานนับสิบๆ ปีทีเดียว ทางสถาบันฯ พร้อมให้คำแนะนำและบริการคุณครูเสมอค่ะ

สอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตร หนังสือ และคอร์สอบรมของเราได้ที่ไลน์ @TSLTK

โดย ครูหนูอ้น

 

😎😎😎😎😎

 

อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

แจกฟรี! สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ PDF

สอบถามเพิ่มเติมทางไลน์ @TSLTK ได้เลยนะคะ

 

👩‍🏫 คอร์สอบรมและสื่อของเราเหมาะสำหรับ

✅ ครูที่สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติอยู่แล้ว

✅ ผู้ที่สนใจเริ่มต้นอาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

#อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#เทคนิคการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติPDF

#ฟรีตัวอย่างสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#วิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#คู่มือสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

การสอนการออกเสียงภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ (1)

การสอนการออกเสียงภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ (1)

 

พวกเราชาวไทยทราบกันดีอยู่แล้วว่า ภาษาไทยเป็นภาษาที่ความแตกต่างของระดับเสียงมีผลต่อความหมาย หรือที่ในภาษาอังกฤษเรียกว่า Tonal Language ซึ่งจริงๆ นอกจากภาษาไทยแล้ว ในโลกนี้ก็ยังมีภาษาที่เป็น Tonal Language อยู่ไม่น้อย เช่นภาษาจีน ภาษาเวียตนาม ภาษาลาว ภาษาม้ง ภาษาของชนเผ่าหลายแห่งในทวีปอัฟริกา รวมทั้งภาษาของชาวอินเดียนแดงเผ่าเชอโรกี ดังนั้น การสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่ภาษาแม่ หรือ Native Language ของเขาไม่ใช่ภาษาที่เป็น Tonal Language จะเกิดความยากเพิ่มขึ้นมาตรงจุดนี้

 

แต่อย่าเพิ่งท้อถอยไปเสียก่อนนะคะคุณครู เรามาค่อยๆ ทำความเข้าใจไปด้วยกันค่ะ

 

“เสียง” ในภาษาไทย

 

เนื่องจาก”ภาษา”คือช่องทางในการสื่อสารของมนุษย์เพื่อให้เข้าใจความหมายระหว่างกันด้วยการใช้การฟัง พูด อ่าน และเขียน ดังนั้นเมื่อเราพูดถึง “เสียง”ในภาษา ไม่ว่าจะเป็นภาษาอะไรก็ตาม เกิดจากการบังคับให้ลมจากปอดผ่านหลอดลม กล่องเสียงซึ่งมีเส้นเสียงอยู่ภายใน เส้นเสียงเมื่อถูกลมผ่านจะเกิดการสั่นทำให้เกิดเสียง  ขณะที่ลมผ่านมาในช่องปาก หรือช่องจมูก จะถูกอวัยวะต่างๆ เช่น  ลิ้น เพดานปาก  ปุ่มเหงือก ฟันและริมฝีปากจนกลายเป็นเสียงต่างๆ

 

ผู้เขียนจะไม่ขอเล่าลงในรายละเอียดหรอกนะคะ แต่จะขออนุญาตกล่าวถึง “เสียง”ในภาษาไทยที่ประกอบกันขึ้นมาเป็น “พยางค์” (Syllable) และ “คำ” (Word) ว่าองค์ประกอบอะไรบ้าง เพราะองค์ประกอบเหล่านี้แหละค่ะที่คุณครูจะต้องค่อยๆ สอนผู้เรียนของคุณครูไประหว่างที่สอนภาษาไทยให้พวกเขา

 

องค์ประกอบของ “เสียง”ที่เกี่ยวข้องกับภาษาไทย

 

ในภาพรวมของภาษาไทย องค์ประกอบที่สำคัญที่ทำให้เกิดเสียงต่างๆ มาจากองค์ประกอบเหล่านี้ ได้แก่

 

1 – พยัญชนะ (Consonants) ในภาษาไทยของเรานั้นมีพยัญชนะ 44 ตัว แต่ที่มีใช้ในปัจจุบันจริงๆ มี 42 ตัว เพราะตัว “ฃ” และ “ฅ” ไม่มีที่ใช้แล้ว แต่ในจำนวน 44 ตัว – หรือที่เรียกว่า 44 รูป – นั้น เมื่อเรารวบรวมในแง่ของ “เสียง”จะพบว่ามีเพียง 21 เสียง ทั้งนี้เพราะพยัญชนะหลายตัวนั้นออกเสียงคล้ายกันหรือเหมือนกัน เช่น ซ ศ ษ ส ออกเสียงคล้ายกันกับรูป “ซ” หรือคล้ายเสียง /s/ ของภาษาอังกฤษ

 

นอกจากนั้นแล้ว ตำแหน่งของพยัญชนะในพยางค์หรือคำ ก็อาจมีผลให้ออกเสียงต่างกันได้

เช่น ตัว “ร” หรือ ร เรือ ของไทย

  • เมื่อเป็นพยัญชนะต้น หรือ Initial Consonant ของพยางค์หรือคำ ออกเสียงเป็นเสียง /r/ แบบตัว r ในภาษาอังกฤษ – เช่น “รัก” ออกเสียงว่า /rak/
  • เมื่อเป็นพยัญชนะท้ายคำ หรือที่เราเรียกว่าเป็นตัวสะกด ตัว ร เรือ จะออกเสียงเป็นเสียง /n/ แบบตัว n ในภาษาอังกฤษ – เช่น “การ” ออกเสียงว่า /gaan/

 

2 – สระ (Vowels) “สระ” เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้พยางค์หรือคำสามารถออกเสียงได้ เพราะเป็นเหมือนแกนหรือทุ่นให้พยัญชนะเกาะ ในภาษาไทยนั้น เรามีสระ 21 รูป แต่เมื่อนำรูปสระมารวมกันจะมีทั้งสิ้น 32 เสียง โดยที่การจัดกลุ่มของสระสามารถทำได้ดังนี้คือ

2.1 จัดกลุ่มตามการออกเสียง เป็น

– สระเสียงสั้น (Short Vowels) เช่น สระอะ สระอิ สระอุ สระเอะ สระแอะ

– สระเสียงยาว (Long Vowels) เช่น สระอา สระอี สระอู สระเอ สระแอ เป็นต้น

2.2 จัดกลุ่มตามฐานการออกเสียง เป็น

– สระเดี่ยว (หรือสระแท้) (Single Vowels/ Monophthong) มี 18 เสียง เช่น อะ อา อิ อี อุ อู เป็นต้น

– สระประสม (Mixed Vowels / Diphthong) เกิดจากสระเดี่ยว 2 เสียงประสมกัน เช่น สระอี + สระอะ = สระเอียะ หรือ สระอี + สระอา = สระเอีย เป็นต้น

– สระเกิน (Extra Vowels) คือสระที่มีเสียงซ้ำกับสระเดี่ยว ต่างกันที่สระเกินจะมีเสียงพยัญชนะประสมหรือสะกดอยู่ด้วย มี 8 ตัว เช่น สระอำ (มีเสียง ม) สระไอ (มีเสียง ย) เป็นต้น

 

  1. วรรณยุกต์ – คือระดับเสียง (Tones) ที่กำกับพยางค์ของคำในภาษา สำหรับภาษาไทยของเรานั้นมีวรรณยุกต์ 4 รูปคือไม้เอก ไม้โท ไม้ตรี ไม้จัตวา แต่มีเสียงวรรณยุกต์ 5 เสียง คือเสียงสามัญ เสียงเอก เสียงโท เสียงตรี และเสียงจัตวา

– แต่ในระบบการเขียนและการออกเสียงภาษาไทย การมีรูปวรรณยุกต์อย่างหนึ่งไม่ได้หมายความว่าเสียงวรรณยุกต์จะเป็นไปตามรูปดังกล่าวเสมอไป เพราะกฎของการผันวรรณยุกต์ในภาษาไทยนั้นมีเงื่อนไขหลายประการที่ต้องจดจำเป็นลำดับขั้น ซึ่งแม้จะดูยุ่งยากอยู่บ้าง แต่หากคุณครูเข้าใจอย่างถ่องแท้และสอนให้ผู้เรียนของคุณครูพิจารณาเป็นขั้นเป็นตอนไปตามนั้น ผู้เรียนชาวต่างชาติก็จะสามารถจำรูปวรรณยุกต์และการออกเสียงได้ถูกต้อง

 

เรื่องของการสอนการออกเสียงภาษาไทยให้ชาวต่างชาติยังไม่จบนะคะ ผู้เขียนขออนุญาตนำมาคุยกันต่อในบทความถัดไปแล้วกันค่ะ

 

สำหรับคุณครูที่เริ่มสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติที่ได้อ่านบทความนี้แล้ว และรู้สึกว่าอยากจะหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อช่วยเปิดโลกทัศน์ของการสอน ตลอดจนเพิ่มพูนทั้งความรู้และทักษะให้แก่ตนเอง เพื่อเพิ่มประสบการณ์การสอนของตนเองให้มากขึ้น ผู้เขียนขอแนะนำให้ท่านลองติดต่อ TSLTK ดูนะคะ เพราะทางสถาบัน TSLTK มีบริการทั้งคอร์สสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติทั้งเด็กและผู้ใหญ่ คอร์สอบรมคุณครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติไม่ว่าจะเป็นครูสอนภาษาไทยออนไลน์หรือออฟไลน์ และยังมีบริการในเรื่องสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติชนิดต่างๆ ทั้งบทเรียนและแบบฝึกหัด ที่ออกแบบมาและพิสูจน์แล้วว่าใช้ได้ผลจริงกับผู้เรียนต่างชาติทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยมีการปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาสื่อการสอนเหล่านี้มานานนับสิบๆ ปีทีเดียว ทางสถาบันฯ พร้อมให้คำแนะนำและบริการคุณครูเสมอค่ะ

สอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตร หนังสือ และคอร์สอบรมของเราได้ที่ไลน์ @TSLTK

โดย ครูหนูอ้น

 

😎😎😎😎😎

 

อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

แจกฟรี! สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ PDF

สอบถามเพิ่มเติมทางไลน์ @TSLTK ได้เลยนะคะ

 

👩‍🏫 คอร์สอบรมและสื่อของเราเหมาะสำหรับ

✅ ครูที่สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติอยู่แล้ว

✅ ผู้ที่สนใจเริ่มต้นอาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

#อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#เทคนิคการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติPDF

#ฟรีตัวอย่างสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#วิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#คู่มือสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

3 “อย่า” สำหรับคุณครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

3 “อย่า” สำหรับคุณครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

ในบทความก่อนหน้านี้ ผู้เขียนได้กล่าวถึงเรื่องราวต่างๆ รวมทั้งการแสดงความคิดเห็นที่(น่าจะ)เป็นประโยชน์สำหรับคุณครูมือใหม่ที่สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ สำหรับบทความในวันนี้ผู้เขียนคิดว่าน่าจะช่วย”กระตุก”ความคิดของคุณครูภาษาไทยมือใหม่ ให้ลองพิจารณาถึงคำอธิบายของ “อย่า”ทั้งสามประการนี้

 

เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น

 

โดยทั่วๆ ไป เมื่อกล่าวถึงอาชีพ “ครู” เรามักจะนึกถึงคนที่ทรงภูมิ มีความสามารถ มีความเชี่ยวชาญและมีความรู้ในเรื่องนั้นๆ เป็นอย่างดีพอที่จะสอนหรือเผยแพร่ความรู้ดังกล่าวให้กับผู้ที่ไม่รู้หรือรู้เกี่ยวกับเรื่องนั้นน้อยกว่า ให้ผู้เรียนได้รู้มากขึ้นและรู้มากพอที่จะนำไปใช้ประโยชน์ตามที่ตั้งวัตถุประสงค์ของการสอนเรื่องนั้นเอาไว้

 

อย่างไรก็ตาม เราพบอยู่บ่อยๆ ว่า ความรู้ในเรื่องของภาษาที่หนึ่งหรือภาษาแม่ (Native Language) ที่เราใช้กันอยู่ในชีวิตประจำวันนั้น ส่วนใหญ่แล้วเป็นความรู้ที่ได้จากประสบการณ์ของการใช้ภาษาในชีวิตประจำวันมากกว่าที่จะรู้จากการเรียนวิชาภาษาไทยอย่างต่อเนื่องและลึกซึ้งจนถึงขั้นที่เรียกได้ว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในภาษาไทย และเรามักพบอีกด้วยว่า ภาษาในโลกนี้ล้วนแล้วแต่มีวิวัฒนาการ และวิวัฒนาการของภาษาก็อาจจะไม่ได้อิงกับแนวทางหรือหลักเกณฑ์ที่เคยเป็นกันมาในอดีต เราจึงพบอยู่บ่อยๆ ว่าภาษาไทยที่เป็นภาษาแม่ของเราและเราใช้กันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันนั้น มีการใช้อย่างผิดๆ ไม่ว่าจะเป็นตัวสะกด การออกเสียง หรือการใช้ในประโยค ประกอบกับเทคโนโลยีที่โลกเชื่อมต่อถึงกันและใช้ภาษาอยู่ ภาษาที่เปลี่ยนแปลงไปนั้นจึงแพร่กระจายไปในหมู่คนได้กว้างขวางขึ้นและรวดเร็วขึ้น

 

หลายๆ ครั้ง อาจจะมีคนถามเราว่า “ทำไมเราจึงใช้คำนี้(หรือวลีนี้)แบบนี้” หรือ “คำว่า…แปลว่าอะไร” แต่เราไม่สามารถตอบได้ว่าเพราะเหตุใด และมีอยู่หลายๆ ครั้งที่เราอาจจะต้องตอบ(ไปก่อน)ว่า “ไม่มีใครทราบว่าเพราะอะไร แต่เราใช้กันมาแบบนี้นานมาแล้ว”

 

เมื่อพวกเราต้องการจะประกอบอาชีพเป็นคุณครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นอาชีพหลักหรืออาชีพเสริม ผู้เขียนจึงขออนุญาตยก 3 “อย่า”มาเตือนใจ ดังนี้นะคะ

  • อย่าคิดว่าตัวเองรู้หมดแล้ว – ข้อนี้เป็นข้อที่สำคัญมาก เพราะผู้เขียนอยากจะบอกว่า ในโลกปัจจุบันไม่มีใครที่รู้ทุกสิ่งทุกอย่างไปหมด การคิดว่าตนเองรู้หมดแล้วทำให้เราไม่เปิดใจและ/หรือแสวงหาความรู้ใหม่ๆ เพิ่มเติม การได้เรียนรู้มากขึ้นในสิ่งที่ตนเองสอนจะยิ่งเพิ่มความมั่นใจและความเชื่อมั่นของเรามากขึ้น บางครั้งสิ่งที่เราเคยคิดเคยเข้าใจอาจจะมาจากการเรียนรู้ที่มีข้อมูลอธิบายมากมาย แต่บางครั้งเรากลับพบว่า คนบางคนมีความสามารถในการอธิบายเรื่องที่ซับซ้อนให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นหรือเป็นระบบมากขึ้น ทำให้ยิ่งง่ายต่อการเรียนรู้ ซึ่งหากเราได้ทราบวิธีการแบบนี้ก็จะช่วยให้เรานำไปอธิบายต่อให้ผู้เรียนของเราเข้าใจได้ง่ายขึ้น
  • อย่าปิดหูปิดตาจากฟีดแบค (Feedback) ของนักเรียนและผู้เกี่ยวข้อง – หากคุณครูก้าวข้าม “อย่า”แรกได้แล้ว “อย่า”ข้อนี้ก็น่าจะไม่เหลือบ่ากว่าแรงอะไรนัก ยิ่งเมื่อเราเริ่มเป็นคุณครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติใหม่ๆ เราอาจจะต้องเปิดใจให้กับการพัฒนาตนเองควบคู่กันไปด้วย เพราะการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาตินั้นเป็นทั้ง “ศาสตร์” และ “ศิลป์” มีทั้งองค์ความรู้เกี่ยวกับภาษาและการใช้ภาษาเอง กับองค์ความรู้ในวิธีการสอนให้น่าสนใจ เข้าใจได้ง่าย และไม่น่าเบื่อ การได้รับฟีดแบคทั้งจากผู้เรียนเองและจากผู้เกี่ยวข้องจะช่วยให้เราเข้าใจว่าสิ่งที่เราสอนและวิธีการที่เราใช้สอนนั้นส่งผลตามที่เราต้องการจริงไหม หรือมีอะไรที่เราสามารถปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อีกบ้าง
  • อย่ามั่วคำตอบ – ผู้เรียนชาวต่างชาติของคุณครูจะมีหลายประเภท แต่ที่แน่ๆ คือพวกเขาไม่รู้และอยากรู้เกี่ยวกับภาษาไทย บางครั้งเขาอาจจะเคยได้ยินคนไทยพูดเลยอยากทราบว่าคำที่ออกเสียงอย่างนี้มันแปลว่าอะไรและใช้อย่างไร หรือบางทีเป็นคำสองสามคำที่คล้ายกัน มันแตกต่างกันอย่างไร หรือไม่อีกทีเขาเคยเรียนมาว่าคำๆ นี้มันแปลว่าอย่างนี้และใช้แบบนี้ ทำไมมาเรียนกับเรามันจึงใช้แบบนี้ เป็นต้น ในฐานะของผู้สอน คุณครูควรอธิบายไปตามหลักการและความรู้ที่มี แต่หากไม่รู้หรือยังไม่แน่ใจคำตอบ จงอย่าตอบแบบส่งๆ หรือตอบแบบขอไปที เพราะคำตอบของคุณครูจะเป็นคำอธิบายที่ติดตัวเขาไปตลอด หากคุณครูตอบโดยที่ไม่ทราบข้อมูลที่แท้จริง นั่นเท่ากับเป็นการสอนสิ่งที่ผิด ไม่ใช่เรื่องแปลกที่คุณครูไม่ทราบคำตอบของทุกคำถาม เราสามารถบอกผู้เรียนได้ว่ายังไม่แน่ใจในคำตอบ ขอยังไม่ให้คำตอบในตอนนี้แต่จะไปหาคำตอบมาให้ ที่สำคัญคืออย่าลืมไปหาคำตอบมาให้ผู้เรียนจริงๆ หากเป็นเช่นนี้คุณครูจะได้รับความเชื่อถือเพิ่มอีกมากทีเดียวค่ะ

 

สำหรับคุณครูที่เริ่มสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติที่ได้อ่านบทความนี้แล้ว และรู้สึกว่าอยากจะหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อช่วยเปิดโลกทัศน์ของการสอน ตลอดจนเพิ่มพูนทั้งความรู้และทักษะให้แก่ตนเอง เพื่อเพิ่มประสบการณ์การสอนของตนเองให้มากขึ้น ผู้เขียนขอแนะนำให้ท่านลองติดต่อ TSLTK ดูนะคะ เพราะทางสถาบัน TSLTK มีบริการทั้งคอร์สสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติทั้งเด็กและผู้ใหญ่ คอร์สอบรมคุณครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติไม่ว่าจะเป็นครูสอนภาษาไทยออนไลน์หรือออฟไลน์ และยังมีบริการในเรื่องสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติชนิดต่างๆ ทั้งบทเรียนและแบบฝึกหัด ที่ออกแบบมาและพิสูจน์แล้วว่าใช้ได้ผลจริงกับผู้เรียนต่างชาติทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยมีการปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาสื่อการสอนเหล่านี้มานานนับสิบๆ ปีทีเดียว ทางสถาบันฯ พร้อมให้คำแนะนำและบริการคุณครูเสมอค่ะ

สอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตร หนังสือ และคอร์สอบรมของเราได้ที่ไลน์ @TSLTK

โดย ครูหนูอ้น

 

😎😎😎😎😎

 

อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

แจกฟรี! สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ PDF

สอบถามเพิ่มเติมทางไลน์ @TSLTK ได้เลยนะคะ

 

👩‍🏫 คอร์สอบรมและสื่อของเราเหมาะสำหรับ

✅ ครูที่สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติอยู่แล้ว

✅ ผู้ที่สนใจเริ่มต้นอาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

#อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#เทคนิคการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติPDF

#ฟรีตัวอย่างสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#วิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#คู่มือสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

สอนการสนทนาภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ (2)

สอนการสนทนาภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ (2)

 

ในบทความตอนที่แล้ว ผู้เขียนได้กล่าวถึงขั้นตอนของ”การเตรียมตัว” ก่อนจะเริ่มสอนการสนทนาภาษาไทยให้กับผู้เรียนชาวต่างชาติของเรา ซึ่งในการเตรียมตัวนั้น หมายความถึงการเตรียมตัวของผู้สอนเอง และเตรียมตัวผู้เรียนหรืออาจจะเรียกว่า Orientation Step เพื่อให้ผู้เรียนชาวต่างชาติได้รู้จักกับภาพกว้างๆ ของภาษาไทย ที่มีความแตกต่างจากภาษาแม่ของพวกเขา – สำหรับ “ภาษาแม่” ในที่นี้หมายความถึงเฉพาะภาษาอังกฤษก่อนนะคะ เพราะในทางปฏิบัติแล้ว คุณครูคงจะไม่ได้สอนภาษาไทยให้กับผู้เรียนที่ใช้แต่ภาษาอังกฤษเท่านั้น หากแต่ภาษาแม่ของผู้เรียนที่เป็นภาษาอื่นนั้นก็เข้าเกณฑ์เดียวกันนี้ เพียงแต่ภาษาที่คุณครูอธิบายก็คงจะต้องใช้ภาษาแม่ของเขาเพื่อความเข้าใจของผู้เรียนในชั้นต้น

บทความในวันนี้ เราจะมาคุยกันในขั้นตอนสำคัญแล้วนะคะ คือ การลงมือสอนการสนทนาภาษาไทย

หากท่านผู้อ่านได้อ่านมาถึงตรงนี้ ผู้เขียนก็ขออนุญาตกล่าวอีกครั้งหนึ่งว่า ในบทความนี้เราจะกล่าวถึงผู้เรียนที่เป็น”ผู้ใหญ่”มากกว่าที่จะเป็น”เด็ก”ชาวต่างชาตินะคะ เนื่องจากการชี้แจงภาพรวมของภาษาไทยในขั้นตอนการเตรียมการนั้น ชาวต่างชาติที่เป็นผู้ใหญ่ได้ผ่านกระบวนการเรียนและใช้ภาษาแม่ของเขามานานพอสมควรแล้ว และนานพอที่จะเห็น(และเข้าใจ)ความแตกต่างของภาษาไทยเทียบกับภาษาแม่ของพวกเขา การชี้แจงเรื่องแบบนี้ให้กับผู้เรียนที่เป็นเด็กน่าจะไม่เหมาะสมนัก เพราะกระบวนการเรียนรู้ภาษาที่สอง (Second Language Acquisition Process) ของเด็กต่างจากของผู้ใหญ่ และส่วนใหญ่แล้วเด็กๆ จะเรียนได้ดีจากการมีประสบการณ์ตรงในการใช้ภาษาไปเลยมากกว่าจะสอนหรือชี้แจงกฎเกณฑ์ต่างๆ เพื่อเตรียมตัวก่อนการเรียนการสอนจริงๆ

เมื่อเราได้ชี้แจงให้ผู้เรียนได้เห็นภาพรวมของสิ่งต่างๆ ที่ภาษาไทยของเราแตกต่างจากภาษาแม่ของเขาแล้ว – ซึ่งผู้เขียนขออนุญาตกล่าวว่าไม่ควรจะเยิ่นเย้อหรือใช้เวลานานเกินไปนะคะ เพราะในระหว่างที่พวกเขาค่อยๆ เรียนไปกับเรานั้น เราสามารถย้ำให้เขาทราบได้อีกหลายครั้งทีเดียวค่ะ – เราก็จะมาเริ่มลงมือสอนกันเลยนะคะ

ไม่ว่าเนื้อหาหรือหลักสูตรสอนการสนทนาภาษาไทยของเราจะเป็นอย่างไร ส่วนใหญ่แล้วก็จะมีขั้นตอนต่างๆ เหล่านี้ด้วย ได้แก่

  1. การสอนให้รู้จักคำศัพท์ภาษาไทย – ส่วนมากแล้วการสอนคำศัพท์ (Vocabulary) ก็จะเป็นการแนะนำให้ผู้เรียนชาวต่างชาติรู้จักกับคำศัพท์ภาษาไทยที่ตรงกับคำศัพท์ในภาษาแม่ของเขา โดยมักจะมีทั้งภาพ (Visuals) และตัวอักษร (Text) ประกอบกัน แม้ว่าจะเป็นการเรียนการสนทนา ขั้นตอนของการสอนคำศัพท์ก็มักจะหนีไม่พ้นการสอนให้ผู้เรียนรู้จักคำศัพท์ภาษาไทยด้วยสื่อการสอนเหล่านี้

วัตถุประสงค์แรกของการสอนคำศัพท์คือ ผู้เรียนต้องสามารถจำความหมายและออกเสียงตามได้ แต่ในกรณีที่ผู้เรียนยังไม่ต้องการเรียนการเขียน-การอ่านภาษาไทยในขั้นแรกนี้ นอกจากจะสอนคำศัพท์ภาษาไทยด้วยภาพและตัวอักษร นี่คือเหตุผลที่ผู้สอนจำเป็นต้องใช้การแปลงเสียงของพยางค์และคำภาษาไทยให้เป็นเสียงที่ผู้เรียนสามารถ”เลียนแบบ”เพื่อ”ออกเสียงตาม”ได้ (ดังที่ผู้เขียนได้กล่าวถึง Transliteration System หรือระบบการแปลงเสียงโดยใช้ตัวอักษรในบทความที่แล้ว)

  1. การสอนการใช้คำศัพท์ภาษาไทย – หากจะให้ผู้เรียนสามารถพูดภาษาไทยได้ การเรียงลำดับคำในภาษาไทย หรือ Syntax เป็นขั้นตอนต่อไปที่คุณครูจะต้องสอนค่ะ เนื่องจากการจัดเรียงคำในวลีหรือประโยคภาษาไทย หรือที่เราเรียกง่ายๆ ว่า Word Order นั้น มีหลายอย่างที่ไม่เหมือน หรือบางครั้งก็ตรงกันข้ามกับภาษาแม่ของผู้เรียนเลยทีเดียว ตัวอย่างที่เห็นชัดๆ คือการใช้คำคุณศัพท์ (Adjective / Modifier) เพื่อขยายคำนาม (Noun) ในภาษาอังกฤษ จะวางคำคุณศัพท์ไว้ข้างหน้าคำนามที่ต้องการขยาย เช่น beautiful woman แต่ภาษาไทยนั้นอยู่สลับที่กัน คือในภาษาไทยเราจะวางคำนามไว้ข้างหน้า ตามด้วยคำคุณศัพท์ เป็น “ผู้หญิงสวย” เป็นต้น
  2. การสอนการตั้งคำถามและการตอบคำถาม – อีกวัตถุประสงค์หนึ่งของผู้เรียนการสนทนาภาษาไทย คือพวกเขาอยาก”สนทนา” หรือพูดโต้ตอบกับคนไทยได้ ซึ่งนั่นหมายถึงผู้เรียนจะต้องทราบว่า ประโยคแบบไหนเป็นประโยคคำถาม คนที่ถาม ถามถึงอะไร เพื่อที่เขาจะสามารถตอบได้ถูกต้อง นี่เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนโครงสร้างประโยค (Sentence Structure) และการใช้คำแสดงคำถามต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Yes/No Question Words หรือ WH-Question Words ในภาษาไทย รวมไปถึงวิธีการตอบคำถามเพื่อตอบรับ หรือเพื่อปฏิเสธ

นอกจากนี้เราอาจจะสังเกตเห็นว่า การถาม-ตอบในชีวิตประจำวันจริงๆ แล้ว คนไทยส่วนใหญ่มักไม่ได้เอ่ยถึงประธานของประโยคเท่าไรนัก ที่เป็นเช่นนี้เพราะทราบกันอยู่แล้วว่าใครเป็นคนถาม ถามใคร และใครเป็นคนตอบ ระหว่างที่คุณครูสอนผู้เรียนของท่านก็อาจจะสอนแบบเป็นประโยคเต็มๆ และแบบ”ละ”ประธานไว้พร้อมคำอธิบายด้วยนะคะ

  1. การสอนการฟัง-การพูดภาษาไทยขั้นต่อไป – เมื่อผ่านการสอนการสนทนาภาษาไทยขั้นต้นจนจบหลักสูตรที่กำหนดไว้แล้ว หากผู้เรียนสนใจที่จะเรียนภาษาไทยให้สามารถใช้ได้ในระดับที่สูงขึ้น ส่วนใหญ่แล้วมักจะได้รับคำแนะนำว่าควรเรียนการเขียนและการอ่านภาษาไทย เพื่อให้เข้าใจภาษาไทยมากยิ่งขึ้นและมีคลังคำศัพท์มากขึ้น การสอนการสนทนาในขั้นต่อไปนี้ มักจะเป็นการสอนคำศัพท์และการใช้คำศัพท์ที่มีความซับซ้อนยิ่งขึ้น ทั้งคำที่คล้ายกัน เหมือนกัน ต่างกันทั้งในมุมของเสียงวรรณยุกต์ ตัวสะกด และการใช้ รูปแบบของประโยคลักษณะต่างๆ ที่ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ที่หลากหลายไปจากการการถาม-ตอบในชีวิตประจำวันธรรมดา เป็นต้น

ที่กล่าวถึงใน 4 ขั้นนี้ เป็นขั้นตอนที่เป็น “แก่น”ของการสอนการสนทนาภาษาไทยขั้นต้นให้ผู้ใหญ่ชาวต่างชาติ ซึ่งวิธีการสอน สื่อการสอน กิจกรรมต่างๆที่ช่วยเสริมให้ผู้เรียนเข้าใจและสนใจระหว่างเรียนก็อาจจะแตกต่างกันไปตามหลักสูตรของแต่ละสถานที่และคุณครูผู้สอนนะคะ

 

สำหรับคุณครูที่เริ่มสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติที่รู้สึกว่าอยากจะหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อช่วยเปิดโลกทัศน์ของการสอน ตลอดจนเพิ่มพูนทั้งความรู้และทักษะให้แก่ตนเอง เพื่อเพิ่มประสบการณ์การสอนของตนเองให้มากขึ้น ผู้เขียนขอแนะนำให้ท่านลองติดต่อ TSLTK ดูนะคะ เพราะทางสถาบัน TSLTK มีบริการทั้งคอร์สสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติทั้งเด็กและผู้ใหญ่ คอร์สอบรมคุณครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติไม่ว่าจะเป็นครูสอนภาษาไทยออนไลน์หรือออฟไลน์ และยังมีบริการในเรื่องสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติชนิดต่างๆ ทั้งบทเรียนและแบบฝึกหัด ที่ออกแบบมาและพิสูจน์แล้วว่าใช้ได้ผลจริงกับผู้เรียนต่างชาติทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยมีการปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาสื่อการสอนเหล่านี้มานานนับสิบๆ ปีทีเดียว ทางสถาบันฯ พร้อมให้คำแนะนำและบริการคุณครูเสมอค่ะ

สอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตร หนังสือ และคอร์สอบรมของเราได้ที่ไลน์ @TSLTK

โดย ครูหนูอ้น

 

😎😎😎😎😎

 

อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

แจกฟรี! สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ PDF

สอบถามเพิ่มเติมทางไลน์ @TSLTK ได้เลยนะคะ

 

👩‍🏫 คอร์สอบรมและสื่อของเราเหมาะสำหรับ

✅ ครูที่สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติอยู่แล้ว

✅ ผู้ที่สนใจเริ่มต้นอาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

#อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#เทคนิคการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติPDF

#ฟรีตัวอย่างสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#วิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#คู่มือสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

สอนการสนทนาภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ (1)

สอนการสนทนาภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ (1)

 

เคยสงสัยไหมคะว่า เวลาที่เราจะสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาตินั้น เราจะเริ่มด้วยการสอนแบบไหนก่อนดี จะเป็นการสอนการสนทนาภาษาไทย หรือสอนให้ชาวต่างชาติคนนั้นอ่านและเขียนภาษาไทยได้ วันนี้เราจะคุยเรื่องนี้กันค่ะ

เมื่อเรากล่าวถึงการสอน”ภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ” เรากำลังหมายถึงสอนให้ชาวต่างชาติคนนั้น(หรือกลุ่มนั้น)สามารถ”สื่อสารเป็นภาษาไทย”ได้ทุกทักษะเมื่อเรียนกับคุณแล้ว พอพูดว่า“ทุกทักษะ”ก็คือทักษะทั้ง 4 ได้แก่การฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน แต่ในทางปฏิบัติ การสอนภาษาต่างประเทศโดยมีจุดประสงค์ที่จะให้ผู้เรียนทำได้ทุกทักษะพร้อมๆ กันนั้นออกจะเป็นเรื่องที่หนักหนาเอาการไม่น้อยนะคะ

ต้องไม่ลืมว่า ภาษาไทยมีความแตกต่างจากภาษาของชาติตะวันตกที่ใช้ตัวอักษรโรมัน Aa, Bb, Cc ในการเขียนอ่าน ฯลฯ เพราะเรามีตัวอักษรของเราเอง และภาษาไทยก็เป็นภาษาที่ความแตกต่างของระดับเสียงมีผลกับความหมาย (Tonal Language) ดังที่เราทราบกันดีว่า ขาว / ข่าว / ข้าว / เขา / เข่า / เข้า ล้วนมีความหมายที่ต่างกัน ดังนั้น หากชาวต่างชาติต้องการเรียนภาษาไทย ในฐานะของครูผู้สอน ท่านจำเป็นต้องถามผู้เรียนให้แน่ชัดก่อนว่า ที่เขาอยากจะเรียนภาษาไทยนั้น เพราะเขาอยากจะใช้ภาษาไทยไปทำอะไร และตั้งใจจะใช้เวลาเรียนให้สามารถทำสิ่งต้องการได้นานแค่ไหน

ในแวดวงวิชาการและงานวิจัยกล่าวว่า หากเราต้องการเรียนรู้ภาษาใหม่เป็นภาษาต่างประเทศ หรือที่เรียกว่า Second Language Acquisition โดยเฉพาะกับผู้เรียนที่เป็นผู้ใหญ่แล้ว มักจะมีคำแนะนำว่าให้เริ่มเรียนเพื่อ”การสนทนา”ก่อน นั่นคือให้ความสนใจกับทักษะการฟังและการพูด และโดยเฉพาะเมื่อภาษาไทยมีตัวอักษรไทยและมีระบบการเขียนการอ่านของเราเองด้วย การเรียนภาษาไทยโดยเริ่มจากการเขียนและการอ่านนั้น ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้ หากแต่อาจจะเหมาะกับผู้เรียนที่สนใจจะใช้ภาษาไทยได้ทุกทักษะจริงๆ เป็นผู้ที่มีเวลาเรียนที่สม่ำเสมอและมากพอ ตลอดจนมีโอกาสที่จะได้ฝึกฝนทักษะที่เรียนบ่อยๆ เพื่อให้สามารถจำได้และใช้ได้นั่นเองค่ะ

ถ้าเช่นนั้น การสอนการสนทนาภาษาไทยให้ชาวต่างชาติเขาทำกันอย่างไร

โดยทั่วๆ ไปแล้ว องค์ประกอบของการสอนการสนทนา หรือ Thai Conversation หรือ Thai Listening and Speaking นั้น ในกรณีที่เริ่มจากไม่รู้อะไรเลย ก็มักจะมี ”ขั้นตอนของการเตรียมตัวสอน”ดังนี้

  1. การอธิบายภาพกว้างของภาษาไทย – ซึ่งภาพกว้างที่ว่านี้ คือลักษณะรวมๆ ของภาษาไทยทั้งหลักภาษาและการใช้ภาษา ลักษณะรวมๆ ที่ว่านี้ก็เพื่อให้ผู้เรียนเตรียมตัวและรับรู้ก่อนว่า ภาษาไทยต่างจากภาษาแม่ หรือ Native Language ที่เขาคุ้นเคยในแง่มุมใดบ้าง
  2. การอธิบายเรื่องระดับเสียง (Tone / Pitch) ในภาษาไทย – ในหัวข้อนี้ อาจจะไม่ถึงกับต้องอธิบายแหล่งเกิดเสียงหรือศัพท์ทางด้านภาษาศาสตร์ แต่ให้ผู้เรียนได้ทราบว่าภาษาไทยมีกี่โทนเสียง และการให้ความสำคัญกับโทนเสียงในขณะที่เรียนและหัดออกเสียง หากมีไฟล์เสียงช่วยให้ผู้เรียนได้ฝึกฟังเสียงและออกเสียงก็จะช่วยให้ผู้เรียนจับระดับเสียงได้ง่ายขึ้น
  3. การใช้ระบบแปลงเสียงภาษาไทยด้วยอักษรโรมัน (Transliteration System) – การใช้ระบบแปลงเสียงนี้จะช่วยให้ผู้เรียนออกเสียงเลียนแบบเสียงพยัญชนะ เสียงสระ และเสียงวรรณยุกต์ในแต่ละพยางค์ได้ง่าย โดยมากแล้วจะเป็นอักษรโรมันหรือตัวอักษรภาษาอังกฤษ แต่สำหรับภาษาไทยนั้นยังไม่มีระบบฯ ดังกล่าวที่เป็นมาตรฐานที่ใช้ร่วมกัน ส่วนใหญ่แล้วระบบต่างๆที่ใช้กันอยู่ก็พอจะช่วยให้ผู้เรียนออกเสียงแต่ละพยางค์หรือแต่ละคำได้ใกล้เคียงเสียงจริงๆ ของภาษาไทย

 

เราผ่านขั้นตอนการเตรียมสอนการสนทนาภาษาไทยให้ชาวต่างชาติแล้วนะคะ ในบทความครั้งหน้า เราจะมาคุยกันต่อในการลงมือสอนจริงๆ ละค่ะ

 

สำหรับคุณครูที่เริ่มสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติที่รู้สึกว่าอยากจะหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อช่วยเปิดโลกทัศน์ของการสอน ตลอดจนเพิ่มพูนทั้งความรู้และทักษะให้แก่ตนเอง เพื่อเพิ่มประสบการณ์การสอนของตนเองให้มากขึ้น ผู้เขียนขอแนะนำให้ท่านลองติดต่อ TSLTK ดูนะคะ เพราะทางสถาบัน TSLTK มีบริการทั้งคอร์สสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติทั้งเด็กและผู้ใหญ่ คอร์สอบรมคุณครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติไม่ว่าจะเป็นครูสอนภาษาไทยออนไลน์หรือออฟไลน์ และยังมีบริการในเรื่องสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติชนิดต่างๆ ทั้งบทเรียนและแบบฝึกหัด ที่ออกแบบมาและพิสูจน์แล้วว่าใช้ได้ผลจริงกับผู้เรียนต่างชาติทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยมีการปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาสื่อการสอนเหล่านี้มานานนับสิบๆ ปีทีเดียว ทางสถาบันฯ พร้อมให้คำแนะนำและบริการคุณครูเสมอค่ะ

สอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตร หนังสือ และคอร์สอบรมของเราได้ที่ไลน์ @TSLTK

โดย ครูหนูอ้น

 

😎😎😎😎😎

 

อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

แจกฟรี! สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ PDF

สอบถามเพิ่มเติมทางไลน์ @TSLTK ได้เลยนะคะ

 

👩‍🏫 คอร์สอบรมและสื่อของเราเหมาะสำหรับ

✅ ครูที่สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติอยู่แล้ว

✅ ผู้ที่สนใจเริ่มต้นอาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

#อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#เทคนิคการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติPDF

#ฟรีตัวอย่างสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#วิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#คู่มือสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติแบบเดี่ยวหรือแบบกลุ่มดี?

สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติแบบเดี่ยวหรือแบบกลุ่มดี?

 

ในหลายๆ บทความที่ผ่านมา ผู้เขียนได้กล่าวถึงการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติในหลายๆ แง่มุมแล้ว วันนี้เราจะมาลองดูกันว่า ถ้าเราจะสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาตินั้น เราจะสอนเป็นแบบเดี่ยวหรือแบบกลุ่มถึงจะดีกว่ากัน

ข้อสงสัยข้างต้นนี้คงจะอยู่ในใจของคุณครูที่สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติหลายๆ คนถัดมาจากคำถามแรกๆ ประเภท “จะสอนเด็กหรือสอนผู้ใหญ่ดี?” พอตกลงกลุ่มผู้เรียนได้แล้ว ก็อาจจะมาถึงคำถามนี้แหล่ะค่ะ “จะสอนแบบเดี่ยวหรือสอนแบบกลุ่มดี?”

เวลาที่เราพูดว่า เราจะสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติโดยการ“สอนแบบเดี่ยว (Private or One-on-One Class)” กับ “สอนแบบกลุ่ม (Group Class)” ความแตกต่างอย่างแรกเลยก็คือจำนวนผู้เรียนนี่แหล่ะค่ะ “สอนแบบเดี่ยว” คือการสอนแบบที่มีผู้เรียนเพียงคนเดียว และแน่นอนว่าการ “สอนแบบกลุ่ม” ก็คือการสอนแบบที่มีผู้เรียนมากกว่า 1 คนขึ้นไป

ถ้าจะว่าไปแล้ว จะเลือกสอนแบบไหน เราก็คงจะต้องเริ่มต้นด้วยการพิจารณาหลายๆ อย่างประกอบกัน ลองดูตัวอย่างต่อไปนี้นะคะ

  • ประสบการณ์ของคุณครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ – หากคุณเป็นคุณครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติที่เพิ่งเริ่มสอนนักเรียนเป็นรายแรกๆ คุณอาจจะต้องพิจารณาดูว่าประสบการณ์การสอนของคุณนั้นมีมากพอหรือยังถ้าคิดว่าจะสอนแบบกลุ่ม ที่ว่ามากพอนั้น กล่าวโดยรวมๆ ก็คือความสามารถของคุณครูในการอธิบายเนื้อหาหรือหัวข้อที่สอน หรือยกตัวอย่างให้นักเรียนเข้าใจได้ง่ายๆ การตอบข้อสงสัยต่างๆของนักเรียน สิ่งเหล่านี้คือประสบการณ์ที่พูดถึงกันตรงนี้ค่ะ เพราะต้องไม่ลืมว่าคุณครูกำลังสอนนักเรียนต่างชาติ การให้คำอธิบายต่างๆ อาจจำเป็นต้องใช้ภาษาอื่นที่ไม่ใช่ภาษาไทย เพราะเราอาจจะไม่สามารถทำให้นักเรียนเข้าใจได้อย่างรวดเร็วด้วยภาษาไทยที่นักเรียนยังไม่คุ้นเคยนะคะ
  • การบริหารจัดการชั่วโมงเรียน – ไม่ว่าคุณครูจะสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติครั้งละ 60 นาที หรือ 90 นาที (หนึ่งชั่วโมงครึ่ง) เนื้อหาของบทเรียนที่เตรียมให้ผู้เรียนชาวต่างชาตินั้นเหมาะสมหรือไม่ คุณครูสามารถสอนจนจบภายในเวลาที่กำหนดหรือไม่ เพราะบทเรียนแต่ละบทเป็นเสมือนตัวต่อจิ๊กซอว์ของหลักสูตรทั้งหลักสูตรที่คุณครูตั้งใจจะให้นักเรียนของคุณครูได้เรียนจนจบตามเวลาที่กำหนด การสอนนักเรียนเพียงคนเดียว กับการสอนนักเรียนพร้อมกันมากกว่า 1 คนย่อมต้องการเวลาที่แตกต่างกัน เพราะโดยทั่วๆ ไปแล้วผู้เรียนหลายคนที่ได้รับฟังการอธิบายครั้งเดียวพร้อมๆ กัน ไม่ได้รับทราบหรือเรียนรู้เนื้อหานั้นเหมือนกันเท่ากันทุกคน คุณครูก็ต้องให้ความสนใจและใส่ใจกับนักเรียนจำนวนมากขึ้นเมื่อสอนแบบกลุ่ม
  • เนื้อหาบทเรียนภาษาไทยที่สอน – การสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติแบบเดี่ยวกับแบบกลุ่มนั้น แกนกลางของเนื้อหาบทเรียนนั้นแตกต่างกัน ในขณะที่คุณครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติแบบเดี่ยวจะสอนหลักสูตรที่ตรงกับ”ความต้องการของผู้เรียน”เป็นหลัก หลักสูตรของการสอนแบบกลุ่มนั้นจะเป็นหลักสูตรที่ “กำหนดเนื้อหาไว้สำหรับเวลาทั้งหมดที่มี” เพราะมีเวลาเป็นตัวกำหนด ดังนั้น เนื้อหาที่แตกต่างกันนี้เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้วิธีการสอนและการเอาใจใส่ของคุณครูผู้สอนต้องแบ่งออกไปเพื่อผู้เรียนหลายคนและหาจุดสมดุลให้ได้เมื่อทำการสอนแบบกลุ่ม
  • การแข่งขันกันในหมู่ผู้เรียน – ส่วนหนึ่งที่เป็นข้อดีของการสอนแบบกลุ่มคือการมีพลวัต (Dynamics)ระหว่างการเรียนรู้ โดยธรรมชาติแล้วมนุษย์มีสัญชาตญาณของการแข่งขันกันอยู่แล้ว อยู่ที่ว่าจะแสดงออกมากหรือน้อยกว่ากัน และเมื่อเห็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนเข้าใจ ตอบได้ ทำแบบฝึกหัดถูก ก็จะรู้สึกอยากทำให้ได้เช่นนั้นบ้าง ลักษณะเช่นนี้อาจจะไม่มีในการสอนแบบเดี่ยวเพราะผู้เรียนไม่ได้เห็นชัดๆ ว่าตนเองกำลังแข่งอยู่กับใครในเวลาเดียวกัน สิ่งนี้จะยิ่งเห็นได้ชัดเมื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาตินั้นเป็นการสอนให้กับเด็กๆ แน่นอนว่าพลวัตที่เพิ่มขึ้น ย่อมต้องการพลังงานของคุณครูผู้สอนที่เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

ที่ผู้เขียนได้กล่าวถึงนี้เป็นเพียงตัวอย่างที่พอจะเห็นได้ง่ายๆ ว่าการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติแบบกลุ่มนั้นแตกต่างกับการสอนแบบเดี่ยวในแง่มุมใดบ้าง แต่การจะตัดสินใจอย่างไรนั้นก็คงจะขึ้นอยู่กับคุณครูผู้สอนเองละนะคะ เพราะน่าจะเป็นผู้ที่รู้จักตนเองมากที่สุดแล้วว่ามีความพร้อมกับการสอนแบบใดมากกว่ากัน

 

สำหรับคุณครูที่เริ่มสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติที่รู้สึกว่าอยากจะหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อช่วยเปิดโลกทัศน์ของการสอน ตลอดจนเพิ่มพูนทั้งความรู้และทักษะให้แก่ตนเอง เพื่อเพิ่มประสบการณ์การสอนของตนเองให้มากขึ้น ผู้เขียนขอแนะนำให้ท่านลองติดต่อ TSLTK ดูนะคะ เพราะทางสถาบัน TSLTK มีบริการทั้งคอร์สสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติทั้งเด็กและผู้ใหญ่ คอร์สอบรมคุณครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติไม่ว่าจะเป็นครูสอนภาษาไทยออนไลน์หรือออฟไลน์ และยังมีบริการในเรื่องสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติชนิดต่างๆ ทั้งบทเรียนและแบบฝึกหัด ที่ออกแบบมาและพิสูจน์แล้วว่าใช้ได้ผลจริงกับผู้เรียนต่างชาติทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยมีการปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาสื่อการสอนเหล่านี้มานานนับสิบๆ ปีทีเดียว ทางสถาบันฯ พร้อมให้คำแนะนำและบริการคุณครูเสมอค่ะ

สอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตร หนังสือ และคอร์สอบรมของเราได้ที่ไลน์ @TSLTK

โดย ครูหนูอ้น

 

😎😎😎😎😎

 

อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

แจกฟรี! สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ PDF

สอบถามเพิ่มเติมทางไลน์ @TSLTK ได้เลยนะคะ

 

👩‍🏫 คอร์สอบรมและสื่อของเราเหมาะสำหรับ

✅ ครูที่สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติอยู่แล้ว

✅ ผู้ที่สนใจเริ่มต้นอาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

#อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#เทคนิคการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติPDF

#ฟรีตัวอย่างสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#วิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#คู่มือสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

คอร์สเรียนภาษาไทยสำหรับชาวต่างชาติมีอะไรบ้าง

คอร์สเรียนภาษาไทยมีอะไรบ้าง

 

สำหรับเราๆท่านๆที่เป็นคนไทย พูดไทยเขียนไทยใช้ภาษาไทยกันในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว อาจจะงงนิดหน่อยว่าคอร์สเรียนภาษาไทยมีหลายอย่างหรือยังไง แต่สำหรับชาวต่างชาติก็คงจะพบว่าคอร์สเรียนภาษาไทยนั้นมีหลายแบบให้เลือก

 

จะว่าไปแล้ว คอร์สเรียนภาษาไทยต่างๆ ก็ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้เรียนนั่นแหล่ะค่ะ ชาวต่างชาติที่ไม่มีพื้นความรู้ภาษาไทยเลย แต่มีความสนใจที่จะเรียนภาษาไทยด้วยเหตุผลส่วนตัวต่างๆ ก็สามารถหาดูคอร์สเรียนภาษาไทยได้ตามความต้องการของตน

 

ความต้องการของผู้เรียนภาษาไทย

ความต้องการของผู้เรียนภาษาไทยก็คือวัตถุประสงค์ของคอร์สที่ผู้สอนออกแบบขึ้นมานั่นเอง พูดง่ายๆ ก็คือ สิ่งที่ผู้เรียนต้องการจะ “ทำได้”เมื่อเรียนคอร์สนั้นๆ จบลงแล้ว ก่อนที่ผู้สอนหรือผู้ออกแบบคอร์สจะออกแบบคอร์สสำหรับนักเรียน ก็จำเป็นต้องทราบก่อนว่าผู้เรียนของเขาคือใคร เรียนภาษาไทยไปเพื่ออะไร อยากทำอะไรได้เมื่อเรียนจบแล้ว

มาลองดูกันค่ะว่า คอร์สเรียนภาษาไทยมีอะไรบ้าง

  • คอร์สติวเตรียมสอบ – ลักษณะนี้ส่วนใหญ่แล้วผู้เรียนจะเป็นนักเรียนหรืออาจจะเป็นนักศึกษาต่างชาติที่เข้ามาเรียนในไทย จะเน้นหนักไปในการเรียนแบบสรุปให้จำได้ง่ายๆ ทำแบบฝึกหัดคล่องๆ ไม่ว่าจะเป็นทักษะใด และมักจะเป็นไปตามหลักสูตรของสถานศึกษาของผู้เรียนเป็นหลัก เนื่องจากเป็นการเพื่อเตรียมผู้เรียนให้ได้ทบทวนภาษาไทยที่เรียนมาแล้วอย่างเร่งรัดและสามารถทำข้อสอบได้คะแนนที่ดีขึ้นที่เรียกว่า “ติวเพื่อเพิ่มเกรด”
  • คอร์สเพื่อการสนทนาในชีวิตประจำวัน – เป็นคอร์สยอดนิยมของผู้ที่มาใช้ชีวิตในไทย ไม่ว่าจะมาเพื่อการเรียนต่อ การทำงาน ติดตามคู่สมรสมาอยู่ในไทย เป็นต้น ส่วนใหญ่ผู้เรียนที่จะมาใช้ชีวิตในไทยก็มักจะมีการเตรียมตัวด้านภาษามาล่วงหน้าบ้าง เช่นเรียนรู้หรือท่องจำคำศัพท์หรือวลีที่ได้ยินหรืออาจจะเห็นหรือใช้บ่อยๆ แต่ในระยะแรกๆมักจะยังไม่สามารถพูดเป็นประโยคยาวๆได้ คอร์สในลักษณะนี้มักจะเน้นเพื่อการโต้ตอบ ถาม-ตอบคำถาม สนทนาสั้นๆ ให้สามารถที่จะ “สื่อสาร” เอาตัวรอดได้ในแต่ละวันในสถานการณ์ต่างๆ โดยไม่เน้นในเรื่องไวยากรณ์มากนัก แต่เน้นที่คำศัพท์และการนำคำศัพท์ไปใช้สื่อสาร
  • คอร์สสำหรับนักท่องเที่ยว – คอร์สลักษณะนี้ส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ในรูปของการเรียนรู้จาก application หรือจาก podcast มากกว่าที่จะมีการลงเรียนเป็นคอร์สจริงจัง เพราะเรียนภาษาเพื่อใช้เฉพาะกิจแบบนี้ส่วนใหญ่ก็จะเน้นเรื่องคำศัพท์ที่จำเป็นและการใช้ศัพท์เหล่านั้นในสถานการณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว สมัยก่อนเราจะพบเห็นหนังสือเรียนภาษาต่างๆ เพื่อการท่องเที่ยว เดี๋ยวนี้ก็มีพัฒนาการขึ้นมาจากการใช้เทคโนโลยีทำให้เราสามารถเข้าถึงภาษาต่างประเทศที่จำเป็นในขณะท่องเที่ยว ทั้ง application บนมือถือที่สอนคำศัพท์และการใช้ และแอพแบบที่บันทึกเสียงคนท้องถิ่นแล้วกดให้แปลเป็นภาษาที่ต้องการก็มี
  • คอร์สสำหรับผู้สนใจเรียนภาษาไทยเป็นภาษาต่างประเทศ – คอร์สเรียนภาษาไทยแบบนี้เป็นคอร์สที่เหมาะสำหรับผู้เรียนที่เป็นชาวต่างชาติและมีความสนใจที่จะเรียนรู้ภาษาไทยเป็นภาษาต่างประเทศ (Thai as a Second Language) ซึ่งที่เราอาจจะพบเห็นอยู่บ่อยๆ คือหลักสูตรที่สอนภาษาไทยเป็นภาษาต่างประเทศตามสถานศึกษาต่างๆ รวมทั้งคอร์สสอนภาษาไทยทั่วไปที่ทางโรงเรียนหรือผู้สอนแบ่งเป็นขั้นๆ ให้เห็นชัดเจนว่า เรียนรู้ภาษาไทยในทักษะใดบ้าง เช่นการสนทนาภาษาไทยเบื้องต้น การอ่านและการเขียนภาษาไทยเบื้องต้น และมีเป็นระดับขั้น เช่นเบื้องต้น ระดับกลาง ระดับสูง ซึ่งเมื่อผู้เรียนเรียนจนจบขั้นนั้นๆ แล้วก็ควรที่จะสื่อสารด้วยทักษะต่างๆ ตามที่กำหนดไว้ได้ในระดับนั้นๆ โดยมากแล้วคอร์สภาษาไทยแบบนี้จะค่อนข้างเป็นคอร์สต่อเนื่องระยะยาว และอาจจะไม่เหมาะกับผู้เรียนที่ต้องการใช้ภาษาไทยสื่อสารได้ในระยะเวลาเรียนช่วงสั้นๆ หรือเวลาจำกัด
  • คอร์สสำหรับผู้สนใจสอบวัดระดับภาษาไทย – คอร์สเรียนภาษาไทยแบบนี้เป็นคอร์สที่น่าจะยากที่สุด เพราะชาวต่างชาติที่เรียนภาษาไทยเพื่อให้สามารถสอบวัดระดับภาษาไทยได้นั้นก็มักจะต้องการนำผลการสอบที่บ่งบอกถึงความรู้และทักษะภาษาไทยไปใช้อย่างอื่นต่อไปในชีวิตส่วนตัวหรือใช้ในการทำงานที่กำหนดว่าต้องมีความรู้และสามารถสื่อสารภาษาไทยได้ถึงระดับที่กำหนด ส่วนมากแล้วผู้เรียนเองก็จะต้องรู้ภาษาไทยแบบ “แตกฉาน”จนสามารถพูดภาษาไทยได้เกือบเหมือนคนไทย และน่าจะต้องใช้เวลาเรียนและฝึกฝนภาษาไทยในชีวิตประจำวันอยู่นานพอควร

อย่างไรก็ตาม การเรียนภาษาไทยให้ใช้งานได้ หรือทำได้ทุกอย่างตามวัตถุประสงค์ของคอร์สหรือของหลักสูตรนั้น ไม่ได้อยู่ที่ตัวคอร์สออกแบบมาดีและเหมาะสม หรือผู้สอนสอนได้เก่งจนผู้เรียนเข้าใจทั้งหมด ที่สำคัญที่สุดคือ ผู้เรียนเองต้องมีทั้งความสนใจ ความใส่ใจ การฝึกฝนและค้นคว้าเพิ่มเติม ตลอดจนการนำไปใช้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สามารถใช้ทักษะของภาษาที่ต้องการเรียนได้จริงๆ

 

หากท่านสนใจที่จะแนะนำหลักสูตรหรือคอร์สเรียนภาษาไทยให้กับชาวต่างชาติที่ท่านรู้จักและทราบว่าเขาต้องการเรียนรู้และใช้ภาษาไทย ผู้เขียนขอแนะนำให้ท่านลองติดต่อ TSLTK ดูนะคะ เพราะทางสถาบัน TSLTK มีบริการทั้งคอร์สสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติทั้งเด็กและผู้ใหญ่ คอร์สอบรมคุณครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติไม่ว่าจะเป็นครูสอนภาษาไทยออนไลน์หรือออฟไลน์ และยังมีบริการในเรื่องสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติชนิดต่างๆ ทั้งบทเรียนและแบบฝึกหัด ที่ออกแบบมาและพิสูจน์แล้วว่าใช้ได้ผลจริงกับผู้เรียนต่างชาติทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยมีการปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาสื่อการสอนเหล่านี้มานานนับสิบๆ ปีทีเดียว ทางสถาบันฯ พร้อมให้คำแนะนำและบริการคุณครูเสมอค่ะ

สอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตร หนังสือ และคอร์สอบรมของเราได้ที่ไลน์ @TSLTK

โดย ครูหนูอ้น

 

😎😎😎😎😎

 

อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

แจกฟรี! สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ PDF

สอบถามเพิ่มเติมทางไลน์ @TSLTK ได้เลยนะคะ

 

👩‍🏫 คอร์สอบรมและสื่อของเราเหมาะสำหรับ

✅ ครูที่สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติอยู่แล้ว

✅ ผู้ที่สนใจเริ่มต้นอาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

#อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#เทคนิคการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติPDF

#ฟรีตัวอย่างสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#วิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#คู่มือสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

เทคโนโลยีที่จำเป็นสำหรับครูสอนภาษาไทยออนไลน์

เทคโนโลยีที่จำเป็นสำหรับครูสอนภาษาไทยออนไลน์

 

ช่วงที่ผ่านมานี้พวกเราอาจจะเริ่มเห็นว่ามีคุณครูสอนภาษาไทยออนไลน์เพิ่มมากขึ้น ซึ่งน่าจะมาจากการที่ชาวต่างชาติสนใจจะเรียนภาษาไทยมากขึ้นเพราะอยากมาเที่ยวเมืองไทย หรืออยากมาเรียน มาทำงานที่เมืองไทย จึงทำให้เราเห็นคอนเทนต์สอนภาษาไทยเพิ่มขึ้นในหลายๆ ช่องทาง แต่การจะเป็นครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเป็นครูสอนภาษาไทยออนไลน์นั้นต้องอาศัยทั้งความรู้และทักษะอย่างหนึ่งแน่ๆ ที่นอกเหนือไปจากความรู้ด้านภาษาไทย คือต้องใช้เทคโนโลยีทางการสอนภาษาออนไลน์เป็น วันนี้เราจะมาคุยเรื่องนี้กันค่ะ

 

เทคโนโลยีด้านการศึกษา

 

สมัยก่อนนี้ พวกเราหลายคน(โดยเฉพาะผู้อ่านที่รุ่นราวคราวเดียวหรือใกล้เคียงกับผู้เขียน)คงจะเคยชินกับการเรียนแบบกลุ่มในห้องเรียนที่โรงเรียนหรือสถานศึกษา เรียนจากหนังสือและตำราเรียนที่เป็นเล่ม และทำแบบฝึกหัดลงในสมุดเอามาส่งคุณครูหรืออาจารย์ตามวันที่กำหนด

แต่เดี๋ยวนี้ ภาพของการเรียนภาษาไทยด้วยสื่อการสอนแบบนั้นแทบไม่เหลืออีกแล้ว เพราะปัจจุบันการเรียนออนไลน์ได้เข้ามามีบทบาทกับการเรียนการสอนอย่างมากตั้งแต่ช่วงที่โรคโควิด-19 ระบาดไปทั่วโลกตลอดสามปีที่ผ่านมา การเรียนการสอนออนไลน์แทบจะกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วสำหรับคุณครูผู้สอนและนักเรียนทั่วๆ ไป ซึ่งนั่นก็หมายความรวมถึงการสอนภาษาไทยออนไลน์ให้ชาวต่างชาติด้วยเช่นกัน และที่เป็นไปได้เช่นนี้ก็มาจากเทคโนโลยีด้านการศึกษาที่พัฒนาอย่างรวดเร็วและมีใช้กันอย่างหลากหลายขึ้นนั่นเอง

 

คุณครูสอนภาษาไทยออนไลน์กับเทคโนโลยีด้านการสอน/การศึกษา

 

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่สนใจจะเป็นครูสอนภาษาไทยออนไลน์ แน่นอนละค่ะว่าท่านต้องมีอุปกรณ์ที่ต่อกับอินเตอร์เน็ต ปกติแล้วก็น่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ หรือแท็บเล็ต ผู้เขียนขอแนะนำเทคโนโลยีด้านการศึกษาต่างๆ เหล่านี้ที่คุณจะต้องทราบว่า แต่ละอย่างคืออะไร ใช้อย่างไร ซึ่งจะเป็นสิ่งที่คุณครูนำไปใช้เพื่อออกแบบบทเรียนและวิธีการสอนภาษาไทยออนไลน์ให้เข้าใจได้ง่ายๆ น่าสนใจ และน่าติดตาม แต่ก็ต้องบอกไว้ตรงนี้ก่อนนะคะว่า จริงๆ แล้วยังมีอีกหลายอย่างมากๆ สิ่งที่นำมาเล่าสู่กันฟังในบทความนี้เป็นตัวอย่างเพียงส่วนเดียวเท่านั้น

  • เทคโนโลยีด้านการประชุมออนไลน์ – ในการสอนออนไลน์แบบ synchronous คือผู้สอนและผู้เรียนออนไลน์พร้อมกันตามวันเวลาที่ได้นัดหมายหรือตกลงไว้ ซึ่งการเรียนการสอนแบบนี้ต้องใช้ระบบประชุมออนไลน์ (Video Conferencing Platform) เดียวกัน ระบบที่เรามักจะได้ยินชื่อคุ้นหูคือ Zoom ซึ่งคุณครูสอนภาษาไทยออนไลน์ส่วนใหญ่ใช้ระบบนี้อยู่ หรืออีกระบบหนึ่งคือ Google Meet (สำหรับสอนตัวต่อตัว) หรือ Google Classroom (สำหรับสอนแบบกลุ่ม) นอกจากนี้ยังมีระบบที่บางมหาวิทยาลัยใช้อยู่ เช่น Webex หรือระบบที่ชื่อว่า Voov Meeting ซึ่งแทบจะไม่ต่างจาก Zoom เลย เป็นต้น ระบบต่างๆ เหล่านี้ช่วยให้คุณครูสอนภาษาไทยออนไลน์สามารถแชร์หน้าจอ แชร์บทเรียน แชร์ไฟล์ในขณะที่ใช้สอนได้แบบ real-time
  • เทคโนโลยีด้านการนำเสนอ – การนำเสนอหรือ presentation นั้น โดยทั่วๆ ไปหลายๆ ท่านก็คงคุ้นเคยกับโปรแกรมนำเสนอ Power Point สำหรับค่าย Windows แต่หากท่านใช้คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์จากค่าย Apple ก็คงจะคุ้นกับโปรแกรม Keynote หรือหากใช้งานกับบัญชี Google ของท่าน ก็อาจจะเป็น Google Slides และปัจจุบันนี้ก็มีโปรแกรมนำเสนออื่นๆ ที่เริ่มมีบทบาทมากขึ้น เช่น Canva เพราะสร้างไฟล์นำเสนอบทเรียนได้ง่าย มีตัวอย่างสวยๆ ที่ท่านสามารถนำไปใช้โดยตกแต่งเปลี่ยนแปลงสีหรือรูปทรงในสไลด์ และเปลี่ยนตัวอักษรได้ คุณครูสอนภาษาไทยออนไลน์สามารถเรียนรู้ได้จากหลายแหล่งที่มีการสอนวิธีใช้ และนำโปรแกรมเหล่านี้ไปใช้ออกแบบบทเรียนเพื่อสอนผู้เรียนของท่าน
  • เทคโนโลยีด้านสื่อการสอน – สื่อการสอนที่สนุกสนาน น่าสนใจ ช่วยผู้เรียนในการทบทวนความจำเกี่ยวกับคำศัพท์ การใช้ภาษาไทยในสถานการณ์ต่างๆ ฯลฯ ปัจจุบันนี้เป็นเรื่องที่สามารถเป็นไปได้และเหมาะกับการนำมาใช้ในการสอนภาษาไทยด้วยเช่นกัน ที่ผู้เขียนเคยได้ยินคุณครูสอนภาษาไทยออนไลน์ได้กล่าวถึง รวมทั้งเคยได้ใช้เองเพื่อทำแบบฝึกหัดแบบที่ผู้เรียนสามารถโต้ตอบได้ เช่นการทำสื่อการสอนจาก Wordwall, Quizlet, Quizizz, Kahoot, Educaplay, Topworksheets ฯลฯ

 

หากคุณครูสอนภาษาไทยออนไลน์ที่ยังเป็นมือใหม่ และอยากจะเพิ่มพูนความรู้เพื่อให้การสอนภาษาไทยออนไลน์ของตนเองเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้เขียนขอแนะนำให้ท่านลองติดต่อ TSLTK & TSL4U ดูนะคะ เพราะทางสถาบัน TSLTK มีบริการทั้งการอบรมคุณครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติไม่ว่าจะเป็นครูสอนภาษาไทยออนไลน์หรือออฟไลน์ และยังมีบริการในเรื่องสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติชนิดต่างๆ ที่ออกแบบมาและพิสูจน์แล้วว่าใช้ได้ผลจริงกับผู้เรียนต่างชาติทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยมีการปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาสื่อการสอนเหล่านี้มานานนับสิบๆ ปีทีเดียว ทางสถาบันฯ พร้อมให้คำแนะนำและบริการคุณครูเสมอค่ะ

สอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตร หนังสือ และคอร์สอบรมของเราได้ที่ไลน์ @TSLTK

โดย ครูหนูอ้น

 

😎😎😎😎😎

 

อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

แจกฟรี! สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ PDF

สอบถามเพิ่มเติมทางไลน์ @TSLTK ได้เลยนะคะ

 

👩‍🏫 คอร์สอบรมและสื่อของเราเหมาะสำหรับ

✅ ครูที่สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติอยู่แล้ว

✅ ผู้ที่สนใจเริ่มต้นอาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

#อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#เทคนิคการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติPDF

#ฟรีตัวอย่างสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#วิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#คู่มือสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

จะทำแบบฝึกหัดภาษาไทยให้ชาวต่างชาติยังไงดี

จะทำแบบฝึกหัดภาษาไทยให้ชาวต่างชาติยังไงดี

เวลาที่พูดถึงเรื่องการเรียนภาษา สิ่งที่พวกเรามักจะนึกถึงคือแบบเรียน บทเรียน และครูผู้สอนภาษา แต่อีกอย่างหนึ่งที่มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่ากันคือการทบทวน การบ้านและแบบฝึกหัด วันนี้เราจะมาคุยกันในเรื่องการทำแบบฝึกหัดภาษาไทยให้ชาวต่างชาติกันนะคะ

  • แบบฝึกหัดในกระบวนการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ

ในกระบวนการเรียนภาษาต่างประเทศนั้น เมื่อคุณครูผู้สอนได้ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับภาษานั้นให้แก่ผู้เรียน ซึ่งโดยมากจะเริ่มจากคำศัพท์ในภาษานั้น สิ่งที่ผู้เรียนจะต้องทำต่อไปมี 2 what, 3 how และ 1 application คือ

  1. 2 “what(อะไร) – คือ คำอะไร (What is the word?) และ แปลว่าอะไร (What does it mean?)
  2. 3 “how” (อย่างไร) – ในขั้นนี้ ขึ้นอยู่กับว่าผู้เรียนมุ่งเรียนแบบเน้นการฟัง-พูด (Listening & Speaking) หรือเน้นเรื่องการอ่าน-เขียน (Writing & Reading) หากเน้นเรื่องการฟัง-พูด ก็ต้องทราบว่าคำๆ นั้นออกเสียงอย่างไร และลองออกเสียงตาม ในขณะที่หากเน้นเรื่องการอ่าน-เขียน ก็ต้องทราบว่าเขียนอย่างไร
  3. 1 “application” (การใช้) – ในขั้นนี้ คือการที่ผู้เรียนต้องทราบว่า จะนำคำศัพท์ที่เรียนนั้นไปใช้ได้อย่างไร และนำไปใช้เองจริงๆ ตามทักษะที่ตนเองต้องการ – และในส่วนนี้นี่เองที่ “แบบฝึกหัด” เข้ามามีบทบาท

เนื่องจากคำว่า “แบบฝึกหัด” หมายถึง สื่อการเรียนที่ให้ผู้เรียนได้ฝึกหัด เพื่อช่วยเสริมให้เกิดทักษะและความรู้ในบทเรียน การที่ผู้เรียนทราบเนื้อหาและวิธีนำไปใช้ แต่ไม่เคยได้ลองนำไปใช้เอง เท่ากับได้รับแต่ “ความรู้” แต่ไม่ได้เกิด “การฝึกฝน” เพื่อให้เป็นที่มาของ “ทักษะ”หรือความชำนาญในการใช้ภาษานั่นเอง ดังนั้น คุณครูผู้สอนควรสามารถจัดทำแบบฝึกหัดภาษาไทยให้ชาวต่างชาติที่เป็นผู้เรียนของเรากันได้นะคะ

 

การจัดทำแบบฝึกหัดภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

ในฐานะผู้สอน การออกแบบหรือการจัดทำแบบฝึกหัดภาษาไทยให้ชาวต่างชาตินั้นจะช่วยให้ผู้เรียนชาวต่างชาติของเราได้มีโอกาสใช้ความรู้ทางภาษาไทยที่เขาได้เรียนไปจากเราเพื่อพัฒนาตนเอง จนสามารถมีทักษะในการใช้ภาษาได้อย่างถูกต้อง หน้าที่ของครูสอนภาษานั้นไม่ใช่การ “ป้อน”ความรู้ให้ผู้เรียน แต่ควรจะต้องหาหนทาง  ”สนับสนุนและช่วยเหลือ”ให้ผู้เรียนชาวต่างชาติของเรา

ผู้เขียนขอยกตัวอย่างสิ่งที่เราควรพิจารณาในการจัดทำแบบฝึกหัดภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ ดังนี้

  1. ผู้เรียนต้องฝึกฝนเพื่อให้เกิดทักษะด้านใด – ดังที่เราได้เคยพูดกันบ่อยๆ ว่าการเรียนภาษานั้นมักจะให้ความสำคัญหรือเน้นหนักไปที่การฟัง-การพูด (Listening & Speaking) และ/หรือการเขียน-การอ่าน (Reading & Writing) ดังนั้น เมื่อคุณครูจัดทำแบบฝึกหัดภาษาไทยให้ชาวต่างชาติก็ต้องพิจารณาให้วัตถุประสงค์ของแบบฝึกหัดนั้นตรงกับความต้องการของผู้เรียนเป็นประการแรก
  2. ผู้เรียนควรจะฝึกฝนด้วยวิธีใด – ในการทำแบบฝึกหัดทุกชนิดนั้น เมื่อได้อ่านโจทย์หรือคำสั่งในแบบฝึกหัดนั้นแล้ว ผู้เรียนต้องเริ่มจากการคิดก่อนเสมอ หลังจากคิดแล้วจึงจะลงมือ “ทำ”หรือฝึกฝน เช่น เขียนตามคำสั่ง เลือกข้อที่ถูกต้อง เติมคำที่หายไป เรียงคำในประโยคให้ถูกต้อง เขียนคำตอบสั้นๆ การตอบปากเปล่า (กรณีที่อยู่พร้อมกับผู้สอนไม่ว่าจะออนไลน์เวลาเดียวกัน หรืออยู่ในสถานที่เดียวกัน) การตอบด้วยการอัดเสียงอ่านหรือเสียงพูดลงในระบบ (กรณีที่เป็นแบบฝึกหัดที่ใช้สื่อแบบที่สามารถโต้ตอบได้ – interactive media)
  3. จำนวนข้อคำถามและเวลาที่กำหนดให้ใช้ในการฝึกฝน – หากการฝึกฝนในชั้นเรียนไม่สามารถทำได้บ่อยหรือนานพอ คุณครูผู้สอนมักจะให้ผู้เรียนไปทำแบบฝึกหัดเหล่านี้ด้วยตนเองแบบที่เรียกว่า “เป็นการบ้าน” คุณครูผู้จัดทำแบบฝึกหัดภาษาไทยให้ชาวต่างชาติควรจะพิจารณาว่าผู้เรียนของท่านนั้นจะมีเวลาฝึกฝนมากน้อยเพียงใด แล้วพยายามให้มีข้อคำถามเพื่อให้ผู้เรียนได้ฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอและเพียงพอ
  4. การตรวจแบบฝึกหัดที่ผู้เรียนได้ทำเสร็จแล้วและการให้ feedback – สิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือผู้สอนต้องตรวจดูแบบฝึกหัดที่ผู้เรียนได้ทำแล้วทุกครั้ง และต้องมีการอธิบายเพิ่มเติมหรือตอบปัญหาของผู้เรียน ตลอดจนให้ feedback กับผู้เรียนเกี่ยวกับการเรียนรู้ภาษาไทยของเขา ว่ามีสิ่งใดที่เขายังจำเป็นต้องฝึกหรือปรับปรุงเพิ่ม สิ่งใดที่เขามักจะทำผิดซ้ำๆ ที่อาจเกิดจากความเร่งรีบของเขาเองหรืออาจจะเกิดจากความเข้าใจผิดของเขาก็ได้ การให้ feedback เป็นอีกสิ่งหรือที่คุณครูผู้สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติควรจะต้องให้ความสำคัญควบคู่ไปกับการจัดทำแบบฝึกหัดภาษาไทยให้ชาวต่างชาติที่เป็นผู้เรียนของท่านอย่างสม่ำเสมอ

 

หากคุณครูสอนภาษาไทยที่ยังเป็นมือใหม่ และอยากจะเพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับการจัดทำสื่อการเรียนการสอนตลอดจนการทำและการใช้แบบฝึกหัดในการสอนภาษาไทยให้ผู้เรียนชาวต่างชาติของท่าน ผู้เขียนขอแนะนำให้ท่านลองติดต่อ TSLTK ดูนะคะ เพราะทางสถาบัน TSLTK มีบริการทั้งการอบรมคุณครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติไม่ว่าจะเป็นครูสอนภาษาไทยออนไลน์หรือออฟไลน์ และยังมีบริการในเรื่องสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติชนิดต่างๆ ทั้งบทเรียนและแบบฝึกหัด ที่ออกแบบมาและพิสูจน์แล้วว่าใช้ได้ผลจริงกับผู้เรียนต่างชาติทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยมีการปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาสื่อการสอนเหล่านี้มานานนับสิบๆ ปีทีเดียว ทางสถาบันฯ พร้อมให้คำแนะนำและบริการคุณครูเสมอค่ะ

สอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตร หนังสือ และคอร์สอบรมของเราได้ที่ไลน์ @TSLTK

โดย ครูหนูอ้น

 

😎😎😎😎😎

 

อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

แจกฟรี! สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ PDF

สอบถามเพิ่มเติมทางไลน์ @TSLTK ได้เลยนะคะ

 

👩‍🏫 คอร์สอบรมและสื่อของเราเหมาะสำหรับ

✅ ครูที่สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติอยู่แล้ว

✅ ผู้ที่สนใจเริ่มต้นอาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

#อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#เทคนิคการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติPDF

#ฟรีตัวอย่างสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#วิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#คู่มือสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

มาเข้าใจวิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติกันเถอะ

มาเข้าใจวิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติกันเถอะ

คำถามแรกๆ ที่คุณครูมือใหม่มักจะถามหรือสงสัย คือ “จะสอนภาษาไทยยังไง” บางท่านมีหนังสือมีสื่อการสอนในมือแล้วละ แต่เอ…จะสอนยังไงดีนะ สอนยังไงผู้เรียนของเราเขาถึงจะเข้าใจและเอาไปใช้ได้จริงๆ วันนี้ผู้เขียนขอชวนมาทำความเข้าใจกับวิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติกันนะคะ

วิธีสอนภาษาต่างประเทศ

สำหรับชาวต่างชาติที่มีและใช้ภาษาอื่น เช่นภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น ฯลฯ เป็นปกติในชีวิตประจำวันของเขา การเรียนภาษาไทยจะถือว่าเป็นภาษาต่างประเทศ (Second Language) สำหรับพวกเขา นอกจากนี้การสอนภาษาต่างประเทศให้กับเด็กและผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นวิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติหรือจะภาษาอื่นใดก็ตาม ก็มีวิธีการ (Approach หรือ Methods) ปลีกย่อยที่อาจจะไม่เหมือนกันทั้งหมด แต่ในช่วงนี้ผู้เขียนขอกล่าวถึงในภาพรวมก่อนนะคะ

เรามาเริ่มจากภาพกว้างๆ ก่อนแล้วกันค่ะ

  • การสอนแบบนิรนัย (Deductive Approach) – การสอนแบบนี้จะเน้นการอธิบายกฎเกณฑ์ให้ผู้เรียนทราบก่อน แล้วจึงค่อยนำกฎเกณฑ์ไปใช้ ซึ่งในสมัยที่ผู้เรียนเป็นเด็กก็จะเคยชินกับการเรียนแบบนี้ สมัยที่ผู้เขียนเรียนภาษาฝรั่งเศสครั้งแรกที่โรงเรียนนั้นเราเรียนจากหนังสือชื่อ Cours de Langue et de Civilisation Française เล่ม 1 ซึ่งบทเรียนเริ่มจากการเรียนกฎเกณฑ์ตัวอักษรภาษาฝรั่งเศส ออกเสียงอย่างไร เรียนคำศัพท์ต่างๆ แปลว่าอะไร และตัวอย่างการนำคำศัพท์ไปใช้ในประโยคจริงๆ จากนั้นก็เป็นการทำแบบฝึกหัด ซึ่งผู้เขียนพบว่าวิธีการสอนแบบนี้คือวิธีการเรียนแบบเดิมๆ ที่คนรุ่นผู้เขียนคุ้นเคยกันมา และก็ใช้ได้ดีเมื่อมีหัวข้อหรือเนื้อหาที่ต้องสอนมากพอสมควรในเวลาจำกัด มีชั่วโมงเรียนสม่ำเสมอและต่อเนื่องมากพอ ส่วนการจะสอนโดยเน้นเรื่องไวยากรณ์ (grammar) หรือเน้นให้ผู้เรียนนำไปใช้สื่อสารได้จริง (communicative) ก็ขึ้นอยู่กับคุณครูและแผนการสอนตามหลักสูตร
  • การสอนแบบอุปนัย (Inductive Approach) – การสอนแบบนี้จะเน้นให้ผู้เรียนสังเกตรูปแบบ (Pattern หรือ Structure) ของภาษาจากตัวอย่างที่คุณครูนำเสนอให้ผู้เรียน โดยที่ตัวอย่างดังกล่าวมาจากสิ่งที่ผู้เรียนสามารถพบเห็นได้ในชีวิตจริง จากนั้นจึงมีการสรุปและการฝึกการนำรูปแบบดังกล่าวไปใช้ การสอนในแบบนี้เป็นแบบที่ให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมปฏิบัติ (Active Learning) และจะเหมาะกับการเรียนแบบที่มีเวลามากพอกับจำนวนนักเรียนไม่มากเกินไป

 

จะเลือกวิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติแบบไหนดี

 

วิธีสอนภาษาต่างประเทศที่ดีที่สุด คือวิธีสอนที่ผู้เรียนเข้าใจ มีส่วนร่วม และนำไปใช้ได้จริงๆ

ฟังดูเหมือนจะเป็นคำตอบแบบกำปั้นทุบดินนะคะ แต่นั่นก็คือวัตถุประสงค์หลักๆ ของคุณครูสอนภาษาไม่ใช่หรือ ลองพิจารณาถึงชาวต่างชาติที่มาลงเรียนภาษาไทยกับคุณครูสิคะ พวกเขาล้วนแล้วแต่อยากสื่อสารกับคนไทยได้ด้วยภาษาไทย คนไทยมาพูดด้วยหรือเขาพูดกับคนไทยได้รู้เรื่องกันดีทั้งสองฝ่าย ทำให้เกิดความเข้าใจที่ดีต่อกัน เกิดสัมพันธภาพที่ดีต่อกัน เป้าหมายการสอนของคุณครูก็ไม่หนีไปจากเหตุผลนี้แหละค่ะ

เรามาทำความเข้าใจกันว่า เราน่าจะเลือกวิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติด้วยปัจจัยอะไรกันบ้าง ดังนี้นะคะ

  • การมีส่วนร่วม – ปัจจุบันเป็นที่ทราบกันอย่างแพร่หลายว่า การให้ผู้เรียนเป็นแต่เพียง”ผู้รับสาร” หรือเนื้อหาบทเรียนแต่เพียงอย่างเดียวนั้น นอกจากจะไม่น่าสนใจแล้ว ยังทำให้พวกเขาไม่รู้สึกมีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนการสอนเลย เราในฐานะคุณครูสอนภาษาไทยก็น่าจะเลือกใช้วิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติในแบบที่ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น เพื่อให้ผู้เรียนได้คิดตามไปด้วยและเกิดความกระตือรือร้นที่จะเรียนในขั้นตอนต่อไป
  • เนื้อหาพอเหมาะกับเวลา – วิธีสอนแบบนี้เน้นความเหมาะสมระหว่าง
    • ตัวบทเรียน หรือเนื้อหาที่คุณครูวางแผนไว้ว่าจะสอนในคาบเรียนนั้นๆ
    • เวลา ในคาบเรียนนั้น

เช่น หากเป็นชั้นเรียนการฟังการพูดภาษาไทยในคาบแรกๆ ที่ผู้เรียนเองก็ยังไม่คุ้นเคยกับภาษาไทยเท่าไรนัก คุณครูก็อาจจะต้องออกเสียงคำศัพท์ให้ผู้เรียนได้ยินชัดๆ ทีละคำ พูดย้ำบ่อยๆ ให้ผู้เรียนพูดตามบ่อยๆ และให้พวกเขาได้หัดใช้บ่อยๆ เพื่อให้จำได้ว่าคำศัพท์นี้ออกเสียงอย่างไร มีความหมายว่าอะไร เอาไปใช้ในสถานการณ์ไหนได้ โดยคุณครูจำเป็นต้องมีการวางแผนการสอนมาเป็นอย่างดี หาตัวอย่างหลายๆ ตัวอย่างมาช่วยในการอธิบาย แต่ทุกอย่างนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าคาบเรียนนั้นมีเวลามากน้อยเพียงใด การวางแผนมาให้สามารถสอนเนื้อหาที่ตั้งใจไว้ภายในเวลาของคาบเรียนนั้นจะทำให้วิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติของคุณครูมีความลงตัวมากยิ่งขึ้น โดยที่ผู้เรียนเองก็ค่อยๆ เรียนรู้ไปตามขั้นตอนที่คุณครูสอนได้พอดีไม่รีบร้อนเกินไปนั่นเอง

  • ความน่าสนใจของเนื้อหาและการนำเสนอ – ลองนึกเทียบดูว่าถ้าคุณครูอยู่ในบทบาทของผู้เรียนภาษาต่างประเทศที่ไม่เคยเรียนมาก่อน แล้วคุณครูผู้สอนใช้แต่ตำรา แบบเรียน หรือหนังสือที่เต็มไปด้วยตัวอักษรอย่างเดียว สอนด้วยการพูดให้ท่านฟังและพูดตาม ไม่มีกิจกรรมอื่นใดอีกเลย มันจะทำให้ท่านในฐานะผู้เรียนรู้สึกอึดอัดและอยากให้ชั่วโมงเรียนจบเร็วๆ แค่ไหน ปัจจุบันนี้คุณครูมีตัวช่วยในการสอนหลากหลายมากขึ้นกว่าเมื่อหลายสิบปีที่แล้ว ทั้งวีดีโอ เอกสารการสอนที่เป็นอิเลกทรอนิคส์ เกมส์ออนไลน์และออฟไลน์ ตลอดจนเนื้อหาบนอนเตอร์เน็ตที่นำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการสอนด้วย รวมทั้งเทคโนโลยีที่ใช้ในการนำเสนอ ซึ่งมีแบบที่เป็นสื่อประสมปฏิสัมพันธ์ (Interactive Multimedia) โดยผู้สอนและผู้เรียนทำงานบนเอกสารเดียวกันพร้อมกันแบบ real-time ได้ เป็นต้น ซึ่งคุณครูสามารถศึกษาทำความเข้าใจและหาสื่อเหล่านี้มาเป็นส่วนหนึ่งในวิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติของคุณครูได้
  • ความช่วยเหลือที่ผู้เรียนได้รับเพิ่มเติมนอกชั้นเรียน – การเรียนภายในชั้นเรียนอย่างเดียวสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง อาจไม่เพียงพอที่จะทำให้ผู้เรียนของคุณครูได้ฝึกใช้ภาษาไทยที่เรียนไป บางครั้งการมีการบ้านหรือ assignment ที่ไม่ใช้เวลามากเกินไป หรือการเล่นเกมส์ออนไลน์ที่เป็นการทบทวนคำศัพท์ที่เรียนไปแล้ว ก็เป็นส่วนหนึ่งของความช่วยเหลือที่คุณครูสามารถเสนอให้ผู้เรียน และเป็นหนึ่งตัวช่วยที่เป็นวิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติของคุณครูได้

 

สำหรับคุณครูสอนภาษาไทยมือใหม่ที่อยากจะเพิ่มพูนความรู้ให้ตนเองเพื่อให้การสอนภาษาไทยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ แต่อาจจะยังไม่มั่นใจในทักษะการสอนของตอนเอง ผู้เขียนขอแนะนำให้ท่านลองติดต่อ TSLTK ดูนะคะ เพราะทางสถาบัน TSLTK มีบริการทั้งการอบรมคุณครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติไม่ว่าจะเป็นการสอนแบบออนไลน์หรือออฟไลน์ และยังมีบริการในเรื่องสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติชนิดต่างๆ ที่ออกแบบมาและพิสูจน์แล้วว่าใช้ได้ผลจริงกับผู้เรียนต่างชาติทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยมีการปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาสื่อการสอนเหล่านี้มานานนับสิบๆ ปีทีเดียว ทางสถาบันฯ พร้อมให้คำแนะนำและบริการคุณครูเสมอค่ะ

โดยครูหนูอ้น

สอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตร หนังสือ และคอร์สอบรมของเราได้ที่ไลน์ @TSLTK

 

😎😎😎😎😎

 

อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

แจกฟรี! สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ PDF

สอบถามเพิ่มเติมทางไลน์ @TSLTK ได้เลยนะคะ

 

👩‍🏫 คอร์สอบรมและสื่อของเราเหมาะสำหรับ

✅ ครูที่สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติอยู่แล้ว

✅ ผู้ที่สนใจเริ่มต้นอาชีพครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

 

#อบรมครูสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#เทคนิคการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติPDF

#ฟรีตัวอย่างสื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#วิธีสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#สื่อการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ

#คู่มือสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติ